หนึ่งปีต่อมา “กริ๊ดดด มีน! แกไปดูผลยัง” เสียงของยัยฟ่างดังมาจากมาจากด้านหลังตอนที่ฉันกำลัง คอลคุยกับพี่แบท เพราะตอนนี้เขาอยู่ที่บ้าน หลังจากที่เรียนจบพี่แบทก็ย้ายออกไปอยู่ที่บ้านส่วนฉันก็ยังอยู่ที่หอเดิม แต่พี่แบทก็มาอยู่กับฉันบ่อยๆ เหมือนกันเพราะตอนนี้เขารอเข้าทำงานในบริษัทพ่อตัวเอง “ทำไมต้องทำท่าดีใจขนาดนั้น” ฉันหันไปมองยัยฟ่างด้วยความสงสัย “ก็แกสอบผ่าน! แกจะได้ไปญี่ปุ่นแล้ว กริ๊ดดด” ทันทีที่ยัยฟ่างพูดจบฉันก็อ้าปากค้างแล้วกระโดดกอดมันทันที เพราะที่มันพูดถึงคือผลสอบเพื่อจะไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น ฉันลองไปสอบมาเมื่อเทอมที่แล้ว ซึ่งมันเป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งของฉันเลยตั้งแต่มัธยมว่าถ้าอยู่มหาลัยฉันอยากจะไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนสักครั้ง (อะไรกันมีน) พี่แบทเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะเรื่องนี้ฉันยังไม่ได้บอกเขา คิดว่าคงสอบไม่ผ่านนั่นแหละเลยไม่ได้บอกเขาแถมตอนนั้นเป็นช่วงที่พี่แบทยุ่งกับตัวเ

