สุภาวดีฝืนยิ้มบางๆ “เรียกว่าสวมรอยก็คงไม่ผิดค่ะ... แต่เป็นเพียงชั่วคราว เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของทั้งสองตระกูล จนกว่าคีระณัฐจะฟื้น” เจ้าสัวอำพลเอนตัวพิงเก้าอี้ สูดลมหายใจยาว “แผนนี้เสี่ยงมากนะสุภาวดี ถ้าความแตกเมื่อไหร่ เสียหายหมดทั้งวงการแน่” “ดิฉันทราบค่ะ” คุณหญิงสุภาวดีเอ่ยเสียงเย็น “แต่บางครั้ง... เพื่อรักษาอำนาจ เราก็ต้องยอมแลกกับสิ่งที่ไม่ควรแลก” คุณหญิงดรุณีมองหน้าสามี สีหน้าเต็มไปด้วยความหนักใจ “เอายังไงดีละคะคุณพี่? ดิฉันว่าคงต้องเรียกยัยแอลลงมาคุยแล้วละ สงสารลูกจริงๆ ไม่รู้จะทำใจได้ไหมเมื่อรู้เรื่องนี้” เจ้าสัวอำพลพ่นลมหายใจยาว ก้มหน้าครุ่นคิด “เอาเถอะคุณหญิง บอกเด็กมันดีๆ อย่าให้ตกใจมากนัก เรื่องพวกนี้มันละเอียดอ่อน” “ค่ะคุณพี่” คุณหญิงดรุณีพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปมองสุภาวดีที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ข้างๆ หญิงสูงศักดิ์จากตระกูลอนันต์วานิช แสร้งยกผ้าเช็ดหน้าแตะมุมตา น้ำเสี

