“ก็หนูไม่คิดว่าจะล้มจริง ๆ นี่คะ…อะ...โอ๊ยย เจ็บค่ะ” เสียงของน้ำตาลร้องขึ้นอีกครั้ง “.....” แม้จะฉุนแต่ทอฝันก็เงียบแล้วก็ทำแผลต่อไปให้เสร็จ ๆ ขณะนั้นเองหญิงสาวกำลังจัดการแผลด้วยความมึนตึง เสียงพายุที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งดุ กึ่งล้อเลียน “เฮ้ย ทอฝัน! มึงเบามือหน่อยดิ แรงมึงอย่างกับควาย เดี๋ยวน้องก็ช้ำพอดี น้องบอบบางมากนะเว้ย” ทอฝันชะงักไปชั่ววูบ ดวงตาคู่สวยตวัดขึ้นจ้องคนพูดอย่างไม่เชื่อหู มือที่ถือสำลีอยู่ก็กดลงบนแผลของน้ำตาลแรงขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว “โอ้ย! พี่ทอฝัน…” น้ำตาลร้องเบา ๆ ใบหน้าเบี้ยวเพราะความเจ็บ “บอบบางนักมึงก็ดูแลเองเลย! อย่าให้กูต้องมาทำ!” ทอฝันตอบเสียงเข้ม แววตากราดเกรี้ยว ก่อนจะขยี้สำลีแรง ๆ แล้วปามันทิ้งใส่ตัวพายุเต็มแรง “อย่ามาสั่ง! ถ้าสงสารนักก็ดูแลเองเลยไป๊!” จากนั้นเธอก็ลุกพรวดขึ้น ปัดฝุ่นมืออย่างหัวเสีย แล้วเดินกระแทกเท้าออกไปจากวง ท่าม

