ไม่ถึงสามสิบนาทีรมิตาก็ขับรถมาถึงผับที่แป๋วแหววส่งมาให้ อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงถึงสาเหตุที่รมิตาเปลี่ยนใจมาตามคำชวนทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่ามีนัดกับคนสำคัญ แต่รมิตายังไม่สะดวกที่จะเล่าผ่านโทรศัพท์จึงให้แป๋วแหววส่งโลเคชันมาให้
เสียงดนตรีภายในผับหรูกำลังบรรเลงไปอย่างคึกคักเหล่าผีเสื้อราตรีกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปมาอย่างสนุกสนานราวกับได้ปลดปล่อยอารมณ์ได้อย่างเต็มที่
แสงไฟสลัวไม่ได้ทำให้ความสวยของรมิตาลดน้อยลงไปสักนิด ตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาในผับสายตาหลายสิบคู่ต่างจ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน เรียกได้ว่าตกเป็นเป้าหมายสำหรับบรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลาย
“มิตา” เสียงของแป๋วแหววที่ดังแข่งกับเสียงเพลงทางด้านข้างทำให้รมิตาหันไปมองก่อนจะยกมือแสดงตัวตนว่าเธอเห็นแป๋วแหววแล้ว
“เกินไปมามาก กะไม่ให้คนอื่นเกิดเลยใช่ไหม”
คนถูกแซวยิ้มเล็กน้อย ถึงวันนี้รมิตาจะแต่งตัวสวยกว่าปกติแต่แป๋วแหววก็ใช่ย่อย รายนั้นเป็นสาวมั่นบุคลิกดีมีเสน่ห์น้อยกว่ารมิตาเสียเมื่อไหร่ ยิ่งเกาะอกสีดำรัดรูปเผยส่วนเว้าส่วนโค้งของแป๋วแหววแล้วรมิตาฟันธงเลยว่าต้องมีหนุ่มๆ เผลอน้ำลายหกกันบ้างแหละ
แป๋วแหววจับมือรมิตาให้เดินตามไปยังโต๊ะชั้นบนโซนวีไอพีที่พวกเธอนั่ง แต่ก่อนที่แป๋วแหววจะพารมิตาไปนั่งที่โต๊ะเพื่อนสนิทอย่างเธอก็จับสังเกตได้ว่าใบหน้างามของเพื่อนกำลังระทมทุกข์
“ไม่ต้องคิดไรมาก อยากเล่าก็ค่อยเล่า ไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า สนุกให้สุดเหวี่ยงโอเคไหม”
สองมือจับไหล่รมิตาแล้วออกแรงบีบเล็กน้อย
“แป๋วเราไม่ใช่เด็ก ขอบใจนะแต่เราไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”
“จ๊ะ แม่คนแข็งแกร่งป่ะ อาร์ ยู เรดี้”
รมิตายิ้มน้อยแล้วพยักหน้า ถูกแล้วที่เธอเลือกที่จะมาหาเพื่อนดีกว่านั่งอมทุกข์อยู่ที่ห้องคนเดียว
การพบเจอกับเมนี่ชายร่างใหญ่แต่ใจสาวเพื่อนสนิทของแป๋วแหววที่ไม่ได้เจอกันมานานทำให้พวกเขาคุยกันอย่างสนุกสนาน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและการทำงานของแต่ละคน ยิ่งได้แอลกอฮอล์เข้าไปช่วยเพิ่มอรรถรสในการเม้ามอยเข้าไปอีก
“ยัยมิตาเป็นอะไร ยกเอาๆ ไม่พูดไม่จา” เมนี่ดึงแป๋วแหววเข้ามากระซิบกระซาบให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ไม่ต้องอยากรู้หรอกน่า ทำเหมือนปกติก็พอ”
“ก็ไม่ได้เจอนานนางยั่วเพศมาก ฉันก็อยากรู้บ้างไปทำไรมา”
“อยากเสือกชีวิตเขาก็บอก”
เมนนี่ทำปากไม่พอใจก่อนจะผลักไหล่เพื่อนให้ออกห่างเมื่ออีกฝ่ายทำท่าหัวเราะคิกคักอย่างรู้ทัน
ก็ยัยมิตาสวยขึ้นผิดหูผิดตา แม้ปกติจะสวยมากอยู่แล้วแค่ไม่เจอกันปีเดียวออร่าความสวยมันวาววับกระแทกที่ตาจนกะเทยสงสัย
ที่ถามไม่ใช่อิจฉาอะไรอยากได้เคล็ดลับเพราะอยากสวยบ้างแค่นั้นเอง
“ไปห้องน้ำแป๊บนะ”
รมิตาบอกกับแป๋วแหวว
“ให้ไปเป็นเพื่อนไหม”
“ไม่เป็นไรอยู่ไม่ไกล เดี๋ยวเรามานะ”
เมนี่พยักหน้ามีแต่แป๋วแหววที่ยังคงเป็นห่วง รมิตารู้สึกถึงความห่วงใยนั่นจึงส่ายหน้าเบาๆ ให้เพื่อนสาววางใจ
ตลอดทางเดินจนถึงห้องน้ำรมิตาตกเป็นเป้าสายตาจากหนุ่มน้อยใหญ่ จนกระทั่งหญิงสาวจัดการธุระในห้องน้ำเสร็จก็เดินกลับออกมา
“สวัสดีครับคนสวย” ร่างสูงของชายหนุ่มลูกครึ่งเดินมาขวางทางที่รมิตากำลังเดิน ใบหน้าหล่อฉบับลูกครึ่งยุโรปไม่ได้เรียกความสนใจของรมิตาเลยสักนิด
“ขอทางค่ะ” รมิตาตอบเสียงเรียบ รู้สึกเวียนหัวเพราะดื่มไปไม่น้อยแต่ยังคงสติและดูแลตัวเองได้ดี
“อยากรู้จักนะครับ ถ้าคุณไม่รังเกียจ”
“ขอโทษค่ะ ฉันรีบ”
“คุณมิตาครับ”
เสียงผู้มาใหม่เรียกให้รมิตาที่กำลังยื้อยุดกับชายแปลกหน้าหันไปมอง
“มีอะไรกันหรือเปล่าครับ” ประโยคนั้นหนุ่มหน้าตี๋หันไปถามชายลูกครึ่งด้วยภาษาอังกฤษ ฝ่ายนั้นเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ถูกใจมีเจ้าของตามมาเขาจึงยกมือสองข้างขึ้นแล้วยอมถอยออกไปอย่างยอมแพ้
“คุณชยุตย์?”
“ดีใจจังครับที่จำผมได้”
คนดีใจยิ้มกว้างโชว์ตาชั้นเดียวที่เวลายิ้มเป็นสระอิ
“เป็นอะไรไหมครับ” เขาเอ่ยถาม
“ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะถูกคุณช่วยไว้อีกแล้ว”
“ดีแล้วครับที่เป็นผม”
“คะ?”
รอยยิ้มขออีกฝ่ายทำให้เธอขมวดคิ้ว
“ผมหมายถึงคุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แล้วนี่มาเที่ยวเหรอครับ” เขารีบเปลี่ยนเรื่อง
“ค่ะ พอดีมาเที่ยวกับเพื่อนๆ น่ะค่ะ”
“เหรอครับ ถ้าไม่บอกว่ามากับเพื่อนผมนึกว่าคุณมิตามีนัดสำคัญซะอีก ขอโทษครับวันนี้คุณดูสวยมากๆ” ชยุตย์เกาศีรษะแก้เขิน ใบหน้าขาวหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ
“ชมกันตรงๆ แบบนี้มิตาก็เขินแย่ แต่ก็ขอบคุณนะคะ”
รมิตาคลี่ยิ้มบางๆ “มิตากลับไปที่โต๊ะก่อนนะคะ เพื่อนๆ น่าจะถามหากันแล้ว” ก่อนจะเอ่ยลาเพราะออกมาจากโต๊ะนานพอสมควร กลัวแป๋วแหววจะเป็นห่วง
“ผมเดินไปส่งไหมครับ”
เพราะทางเดินมายังห้องน้ำแม้จะเป็นทางโล่งๆ แต่ก็มีนักท่องราตรีจำนวนไม่น้อยยืนคลอเคลียรกับคู่ที่ตัวเองถูกใจ หรือบางคนก็มายืนรอมองสาวๆ ที่เดินไปมาคนเดียวเหมือนเหตุการณ์ที่รมิตาเจอเมื่อครู่
“ไม่เป็น…อ๊ะ”
ร่างบางของรมิตาเซถลาเมื่อถูกเดินชนโชคดีที่ชยุตย์ดึงร่างเล็กนั้นเข้ามาไว้ในอ้อมอก ทำให้รมิตาไม่ล้มฟาดลงไปกับพื้น ส่วนคนที่ชนยกมือขอโทษแบบขอไปที ท่าทางเดินเซไปเซมาคงเมาไม่น้อย
“เป็นอะไรไหมครับ”
รมิตาส่ายหน้าเป็นคำตอบ อาจด้วยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ทำให้เธอทรงตัวไม่อยู่
“คุณชยุตย์”
เสียงหวานของบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลัง รมิตาคุ้นเสียงใสนั้นเป็นอย่างมากก่อนที่ชยุตย์จะประคองรมิตาหันไปหาคนที่เอ่ยเรียก
ดวงตากลมของรมิตาเบิกกว้างใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่
พิมพ์มาดา ไม่สิ!
ผู้ชายใบหน้าเย็นชาแสนคุ้นเคยที่พิมพ์มาดากำลังควงแขนอย่างแนบแน่นนั่นต่างหาก!
คนที่บอกว่าติดธุระแสนสำคัญจนต้องยกเลิกนัดกับเธอ
ธุระที่ว่าคือการมาเที่ยวกับว่าที่คู่หมั้น!
กี่ครั้งแล้วนะที่เขาทำให้หัวใจของรมิตาแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
ใบหน้าเย็นชาที่เอาแต่บึ้งตึงก็ตกตะลึงไม่ต่างกันที่เห็นรมิตาอยู่ที่นี้แถมยังมาเจอภาพที่เขากำลังควงว่าที่คู่หมั้น แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของธรณ์เดือดปุดๆ คือรมิตากำลังอยู่ในอ้อมแขนผู้ชายคนอื่น
ธรณ์กัดสันกรามแน่นจนนูนเด่นขึ้นมาพยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุดไม่อย่างนั้นแผนที่ทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า
“คุณพิมพ์”
“คุณชยุตย์ค่ะ มิตาเวียนหัวอยากกลับไปที่โต๊ะแล้ว”
ยังไม่ทันที่ชยุตย์จะเอ่ยทักคนรู้จัก รมิตาก็พูดแทรกขึ้นเสียก่อนร่างบางออกจากอ้อมแขนของชยุตย์ แล้วรีบเดินออกไป
ชยุตย์ไม่สนใจคำทักทายของพิมพ์มาดาเขารีบเดินตามรมิตาออกไปด้วยความเป็นห่วง
“นั่นเลขาพี่ธรณ์หรือเปล่าคะ” พิมพ์มาดาเอ่ยถามว่าที่คู่หมั้นที่หล่อนควงแขนแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่
“ไม่รู้สิ ไปกันเถอะ”