แป๋วแหววเห็นรมิตาหายไปนานจนเกิดความเป็นห่วง สาวสวยในชุดเกาะอกรัดรูปสีดำเตรียมเดินออกไปหารมิตาที่ห้องน้ำ แต่เพียงแค่ก้าวออกจากโต๊ะไม่กี่ก้าวรมิตาก็เดินกลับเข้ามา ใบหน้าสวยที่ตอนแรกดูหมองหม่นตอนนี้แป๋วแหววรู้สึกว่ารมิตาดูสีหน้าแย่กว่าเดิมลงไปหลายเท่า ไล่หลังมามีผู้ชายตัวสูงใบหน้าขาวตี๋เดินตามรมิตาต้อยๆ
“มิตา เป็นอะไรหรือเปล่า” แป๋วแหววเดินเข้าไปประคองเพื่อนรักที่ทำหน้าเศร้า ก่อนจะตวัดสายตาไปยังผู้ชายที่เดินตามหลังมาด้วยความไม่พอใจ
“คุณทำอะไรเพื่อนฉัน” แป๋วแหววถามเสียงแข็ง ใบหน้าสวยฉายแววไม่พอใจดวงตากลมแป๋วที่ถลึงตาจนโตเหมือนลูกแมวน้อยกำลังขู่ฟ่อทำให้ชยุตย์นึกขัน
“ไม่ใช่หรอกแป๋ว ขอบคุณคุณชยุตย์นะคะที่มาส่ง มิตาไม่เป็นไรแล้วค่ะ”
“ครับ ยังไงผมขอตัวก่อน ครั้งหน้าถ้าเจอกันอีกผมขอเลี้ยงข้าวคุณมิตานะครับ” หนุ่มหน้าตี๋ยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้แป๋วแหววเบ้ปาก ดูก็รู้แล้วว่าอีตาตี่คนนี้กำลังทอดสะพานให้เพื่อนสนิทของเธอ
“มิตามากกว่าค่ะที่ต้องเป็นเจ้ามื้อ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
ชยุตย์ยิ้มหวานให้รมิตาแต่ไม่ลืมยักคิ้วข้างหนึ่งกวนแป๋วแหววด้วยก่อนจะเดินจากไป
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่ามิตา” แป๋วแหววประคองรมิตานั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม ส่วนเมนี่ที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้กำลังเมาได้ที่ออกไปโชว์วาดลวดลายอ่อยผู้ชายตรงฟรอชั้นล่าง
“เขาบอกว่าติดธุระ แต่เมื่อกี้มิตาเจอเขามากับคู่หมั้น”
พูดจบน้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลออกมาจากตา รมิตากลั้นมันไว้จนถึงที่สุดเธอไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็น
แป๋วแหววถอดถอนหายใจ หยิบทิชชูเช็ดน้ำตาให้เพื่อนสนิทเบาๆ รู้สึกผิดหวังที่ก่อนหน้านี้แอบเชียร์ท่านประธานไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำร้ายความรู้สึกของรมิตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเพื่อนสนิทอย่างเธอไม่รู้จะปลอบใจรมิตายังไง
“อยากเมาไหม”
แน่นอนว่ารมิตาพยักหน้า พร้อมกับน้ำตาหยดใหม่ที่ไหลลงมาปราศจากเสียงสะอื้น
“น้องเอาเหล้ามา!” แป๋วแหววที่มีนิสัยห้าวเล็กน้อยต่างจากใบหน้าน่ารักยกมือเรียกพนักงานให้เอาเหล้ามาเพิ่ม ก่อนจะชงเหล้าเข้มๆ ยื่นให้กับรมิตาแทนค็อกเทลที่เจ้าตัวดื่มเป็นประจำ
“เมาไปเลย เดี๋ยวเราดูแลมิตาเอง!”
รมิตายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ความร้อนของดีกรีแรงไหลเข้าไปในลำคอจนถึงกลางอก มันร้อนวูบวาบไล่ขึ้นมาจนถึงใบหน้าขาวสวยที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดง
รมิตาไม่เคยกินเหล้าแบบออนเดอะร็อกมาก่อน เพียงแค่แก้วเดียวก็รู้สึกว่าหูตาลายไปหมด
แต่! มันยังไม่หนำใจ หัวใจที่พังยับแทบไม่มีชิ้นดีย่อยยับจนไม่รู้จะหอบโกยมันขึ้นมายังไงให้กลับมาเป็นเหมือนดังเดิม
พวกเขาเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ส่วนเธอนะหรือมีฐานะเป็นแค่เลขาบำเรอบนเตียงที่รอวันเขี่ยทิ้ง!
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีรมิตายกเหล้าไปสามแก้ว รู้สึกได้ถึงความร้อนแรงของแอลกอฮอลล์ที่ร้อนวูบวาบตรงใบหน้า ทว่ามือที่กำลังยกแก้วที่สี่ต้องหยุดเอาไว้เมื่อเห็นชยพลเดินเข้ามายืนนิ่งๆ เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกป้อนคำสั่ง
“คุณมิตาครับนายท่านให้ผมมารับกลับ”
“ไม่กลับค่ะ” คนกำลังเมาได้ที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น โบกมือที่แทบยกไม่ขึ้นไล่ชยพล แล้วเปลี่ยนมาจับแก้วเหล้าที่ถูกเติมใหม่
“พอเถอะครับ นายท่านอารมณ์ไม่ค่อยดีผมว่า…”
“เขามีความรู้สึกคนเดียวหรือไง!” เสียงแหลมปนสั่นเครือทำให้ชยพลชะงักเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ถูกรมิตาแผดเสียงใส่
รมิตาไม่ได้ตั้งใจใส่อารมณ์กับชยพลแต่ทว่าคำพูดของเลขาหนุ่มสะกิดแผลใจที่กำลังปกปิดไว้ด้วยน้ำเมา เธอระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ข่มกลั้นความรู้สึกที่อยากร้องไห้เอาไว้
“ขอโทษค่ะคุณชา มิตา…”
กำลังสับสน เสียใจ มันปนกันจนปั่นป่วนไปหมด
เขาก็ดูมีความสุขกับว่าที่คู่หมั้นนี่ จะส่งชยพลมารับให้รู้สึกว่าเขากำลังเป็นห่วงเธอทำไม
ใช่สิ!เหลือสัญญาอีกตั้งสองเดือนนี่น่ะ คนอย่างธรณ์ พัชรวิทิต คงไม่อยากใช้ของร่วมกับใคร เขาไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยอะไรเลขาบำเรออย่างเธอนักหรอก แค่หวงเอาไว้ใช้คนเดียวเท่านั้นแหละ
รมิตาอยากจะรู้เหลือเกินว่าถ้าร่างกายนี้แปดเปื้อนเขายังจะหึงหวงหล่อนแบบนี้อยู่ไหม หรือจะเฉดหัวทิ้งทันที
ความน้อยใจบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ทำให้รมิตาอยากจะประชดประชันเขาดูบ้างสักครั้ง
“นี่คุณชา นอนกับมิตาไหมคะ”
“ยัยมิตา!”
“คุณมิตา!”
แป๋วแหววอ้าปากหวอไม่คิดว่ามิตาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ส่วนชยพลหน้าซีดเผือดรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะหลุดจากบ่า
เพราะอะไรนะหรือ?
“ลากตัวกลับมาให้ฉันภายในห้านาที!” เสียงดังอำมหิตดังขึ้นชัดเจนเต็มสองรูหูผ่านอินเอียร์
กล้องเล็กๆ ที่ติดอยู่ตรงกระดุมเสื้อสูททำงานได้อย่างดีเยี่ยมทั้งภาพและเสียงถ่ายทอดไปยังนายท่านเป็นที่เรียบร้อย
“ขอโทษนะครับคุณแป๋ว ผมต้องพาตัวคุณมิตาไปจริงๆ”
หน้าของแป๋วแหววบ่งบอกว่าตอนนี้สติของเธอยังไม่กลับมา ชยพลไม่มีเวลาอธิบายอะไรมากไปกว่านั้น ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษาหัวให้ประดับอยู่บนบ่าเอาไว้ให้นานที่สุด
“ขอโทษนะครับคุณมิตา”
“ว้าย!”
ชยพลถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วจับร่างเล็กของรมิตาขึ้นพาดบ่า ก่อนจะใช้เสื้อคลุมร่างเล็กที่พอดิบพอดีกับสูทตัวใหญ่ของเขา รมิตาตกใจแต่ด้วยฤทธิ์ของน้ำเมาทำให้เธอออกแรงดิ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น