ตารางงานของธรณ์อาทิตย์นี้ยังคงแน่นจนแทบหายใจไม่ออกเช่นเดิม ตามปกติแล้วธรณ์ไม่ได้รู้สึกว่างานของเขาหนักสักเท่าไหร่ เมื่อก่อนช่วงรับตำแหน่งผู้นำธารารินแรกๆ หนักกว่านี้ไม่รู้กี่เท่าเขายังจัดการได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
แต่ทว่าตั้งแต่ได้ยินคำพูดของรมิตาวันนั้นก็ทำให้สมาธิเขาหลุดจากงานตรงหน้าง่ายๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วตั้งแต่วันที่เขาทะเลาะกับเลขาคนโปรด รมิตายังคงทำตัวเหมือนปกติแต่ธรณ์กลับรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างเขาและเธอมันไม่เหมือนเดิม
ที่สำคัญตลอดหนึ่งสัปดาห์มานี้ รมิตาไม่ยอมมีอะไรกับเขาถึงจะไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ แต่เธอก็บ่ายเบี่ยงตลอด
‘ฉันจะไปจากคุณ’
เพราะประโยคนี้แค่คำเดียว เขาก็ไม่กล้าฝืนใจ
ธรณ์ไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของคู่นอนคนไหน เขาจ่ายหนักแลกกับการปรนเปรอกิจกามบนเตียง ไม่เคยมีคู่นอนคนไหนเอ่ยปากอยากไปจากเขามาก่อน มีแต่ตามตื๊อขอเป็นเด็กในปกครองต่อกันทั้งนั้น
ยกเว้นรมิตา…เธอเป็นคนแรกที่กล้าพูดคำนั้นออกมา
ท่านประธานหนุ่มกวาดตาอ่านเอกสารสัญญาอยู่หลายนาที เสียงวางแก้วกาแฟของชยพลไม่ได้รบกวนสมาธิแต่อย่างใด แต่ไม่รู้ทำไมถึงอ่านสัญญาการซื้อขายแผ่นเดียวไม่เข้าใจสักที
“ชา”
“ครับ”
“มิตาทำอะไร”
“ครับ?”
ตาคมเปลี่ยนจากอ่านเอกสารเป็นเหลือบมองเลขาคนสนิท
ชยพลพอจะเดาใจคำถามของเจ้านายได้ ตั้งแต่รับคุณมิตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขาหน้าที่ชงกาแฟก็ไม่ใช่หน้าที่ของเขาอีกต่อไป แต่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาคุณมิตาไหว้วานให้เขานำกาแฟที่ชงเสร็จเข้ามาให้ท่านประธาน
“คุณมิตาบอกว่าทำงานด่วนอยู่ครับ”
คำตอบของเลขาคนสนิทไม่ได้ทำใบหน้าหล่อลดความเย็นชาลงเลยสักนิด
มีอะไรที่สำคัญกว่าเขาอีก…
“ชา”
“ครับ”
ชยพลก้าวเท้าถอยออกห่างจากโต๊ะทำงานเจ้านายไปสามเก้าแล้วยืนตรงสงบนิ่งกุมมือตัวเองไว้ รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูก สามปีที่ทำงานเป็นเลขานายท่านไม่เคยเรียกชื่อเขาติดกันถี่ขนาดนี้
“ช่วงนี้มิตาเป็นยังไง”
“ครับ?”
ฉงนใจเล็กน้อย แต่ชยพลไม่ได้ตอบอะไรออกมาเพราะคนที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดน่าจะเป็นคนที่ถามมากกว่า
นอนคุยกันอยู่ทุกวันยังจะมาถามคนนอกอีก…
ประธานหนุ่มวางเอกสารลง ยกแก้วกาแฟดำที่ไร้น้ำตาลขึ้นมาจิบช้าๆ ความขมติดปลายลิ้นแต่มีกลิ่นหอมของกาแฟสายพันธุ์พิเศษที่นำเข้าจากต่างประเทศ หากเป็นปกติเมื่อได้ชิมกาแฟที่ชอบแล้วปากนุ่มๆ ของรมิตาก็เป็นของหวานล้างปากหลังจากดื่มกาแฟรสขม
“มิตาบอกว่าอยากไปจากฉัน”
เป็นครั้งแรกที่เจ้านายบอกเล่าเรื่องส่วนตัวให้ชยพลฟัง
ชยพลไม่ใช่คนพูดมากเขารับฟังเมื่อเจ้านายสั่ง ไม่เอ่ยถามแม้จะสงสัย แค่ทำตามหน้าที่ที่รับมอบหมายให้ดีที่สุดก็พอ เพราะเป็นแบบนั้นชยพลถึงกลายมาเป็นเลขาคนสนิทเพียงคนเดียวของผู้นำธารารินรุ่นที่สอง
เพราะไม่ถามไม่พูดทำได้เพียงเฝ้าสังเกตอากัปกิริยาท่าทางรวมไปถึงการแสดงออกของสีหน้า เพียงแค่สบตาชยพลก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้านายต้องการอะไร และที่เจ้านายกำลังเป็นอยู่ตอนนี้เขาก็ดูออก
“ท่านครับ ผมขอถามท่านสักอย่างหนึ่งได้ไหมครับ”
ท่านประธานไม่ตอบ แต่พยักหน้าแทน
“ถ้าจู่ๆ คุณมิตามีแฟนขึ้นมา…”
เคร้ง!
เสียงแก้วกาแฟโยนตกกระทบกับจานรองดังลั่น โดยไม่สนใจเลยว่ามันจะแตกหรือหกกระเซ็นไปโดนเอกสารอื่นที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ไม่มีทาง!”
ยังไม่ทันที่ชยพลจะถามจบ เสียงคำรามที่สะท้อนความขุ่นเคืองตะคอกออกมาทันที
“แล้วที่จู่ๆ นายท่านเปิดตัวว่าที่คู่หมั้น จะให้คุณมิตาคิดยังไงล่ะครับ”
“นายก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความต้องการของฉัน” เสียงนายท่านอ่อนลง แต่รังสีรอบกายยังคงเย็นยะเยือก
“แต่คุณมิตาเธอไม่รู้นี่ครับ”
“...”
“เพราะเธอไม่รู้ เธอก็เลยเสียใจครับ ความรู้สึกของคุณมิตาผมว่านายท่านก็น่าจะทราบดี”
ธรณ์ยกมือขึ้นลูบหน้าแรงๆ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ไล่ลูกน้องออกไปกลายๆ โดนลูกน้องยอกย้อนเข้าให้กลายเป็นเขาเองที่พูดไม่ออก
ชพยลโค้งตัวเล็กน้อยเดินไปเก็บถ้วยกาแฟที่หกจนเกือบหมดแล้วเดินออกจากห้องไป
“คุณชาเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ มิตาได้ยินเสียงดังออกมาจากห้อง”
รมิตาลุกลี้ลุกลนเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาถามชยพลทันที สายตาคู่งามมองผ่านร่างเลขาหนุ่มไปที่ประตูห้องทำงานของท่านประธานด้วยความเป็นห่วง
“เปล่าครับพอดีผมโดนเจ้านายดุนิดหน่อย”
“เรื่องกาแฟหรือเปล่าคะ” รมิตา มองถ้วยกาแฟที่หกเลอะเทอะแล้วก็พอจะรู้ถึงต้นเหตุของเสียงที่ทำให้เธอสะดุ้งจนอยู่ไม่สุข
“ไม่ใช่หรอกครับ พอดีผมพูดไม่เข้าหูนายท่านนะ”
รมิตาไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ เดิมทีชยพลเป็นคนพูดน้อยแถมยังรู้ใจท่านประธานที่สุด แต่เมื่อชยพลไม่บอกรมิตาก็ไม่อยากเซ้าซี้
“งั้นเหรอคะ มาค่ะมิตาช่วยเก็บ”
“รบกวนด้วยนะครับ ยังไงคุณมิตาช่วยชงกาแฟแก้วใหม่เข้าไปให้ท่านประธานที”
เพราะกาแฟแก้วนี้ลงท้องเจ้านายไม่ถึงหนึ่งในแปดด้วยซ้ำ ถ้าคาเฟอีนในร่างกายไม่มากพออาการไมเกรนที่เป็นโรคประจำตัวของนายท่านก็จะกำเริบ
“ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะคะและก็ขอโทษด้วยที่ทำให้ลำบาก” ดวงหน้างามฉายแววหมองหม่นก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วกาแฟจากชยพล
“อย่าใส่ใจเลยครับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร จริงสิ! งานด่วนเมื่อเช้าใช่เรื่องการขอเบิกงบประมาณของแผนกจัดซื้อหรือเปล่าครับ”
“ใช่ค่ะ อาทิตย์ที่แล้วแผนกจัดซื้อส่งเอกสารเบิกงบสำหรับโปรเจคใหม่มารอให้ท่านประธานเซ็น แต่มิตาเห็นว่าตัวเลขมันไม่ตรงกับตอนที่ประเมินราคาในรายงานการประชุมครั้งก่อนเลยส่งกลับให้เขาไปเช็กใหม่นะคะ ไม่ทราบมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ แต่เดี๋ยวเรื่องนี้ผมตามต่อเองถ้าฝ่ายนั้นมาทวงให้บอกติดต่อที่ผมได้เลยนะครับ”
ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมชยพลถึงดูจริงจังขึ้นมาทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้ แต่รมิตาก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อรีบไปที่ห้องแพนทรีเพื่อจัดการชงกาแฟแก้วใหม่ให้กับท่านประธานอีกครั้ง