ตอนที่16

1191 Words
ตารางงานของธรณ์อาทิตย์นี้ยังคงแน่นจนแทบหายใจไม่ออกเช่นเดิม ตามปกติแล้วธรณ์ไม่ได้รู้สึกว่างานของเขาหนักสักเท่าไหร่ เมื่อก่อนช่วงรับตำแหน่งผู้นำธารารินแรกๆ หนักกว่านี้ไม่รู้กี่เท่าเขายังจัดการได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ทว่าตั้งแต่ได้ยินคำพูดของรมิตาวันนั้นก็ทำให้สมาธิเขาหลุดจากงานตรงหน้าง่ายๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วตั้งแต่วันที่เขาทะเลาะกับเลขาคนโปรด รมิตายังคงทำตัวเหมือนปกติแต่ธรณ์กลับรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างเขาและเธอมันไม่เหมือนเดิม ที่สำคัญตลอดหนึ่งสัปดาห์มานี้ รมิตาไม่ยอมมีอะไรกับเขาถึงจะไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ แต่เธอก็บ่ายเบี่ยงตลอด ‘ฉันจะไปจากคุณ’ เพราะประโยคนี้แค่คำเดียว เขาก็ไม่กล้าฝืนใจ ธรณ์ไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของคู่นอนคนไหน เขาจ่ายหนักแลกกับการปรนเปรอกิจกามบนเตียง ไม่เคยมีคู่นอนคนไหนเอ่ยปากอยากไปจากเขามาก่อน มีแต่ตามตื๊อขอเป็นเด็กในปกครองต่อกันทั้งนั้น ยกเว้นรมิตา…เธอเป็นคนแรกที่กล้าพูดคำนั้นออกมา ท่านประธานหนุ่มกวาดตาอ่านเอกสารสัญญาอยู่หลายนาที เสียงวางแก้วกาแฟของชยพลไม่ได้รบกวนสมาธิแต่อย่างใด แต่ไม่รู้ทำไมถึงอ่านสัญญาการซื้อขายแผ่นเดียวไม่เข้าใจสักที “ชา” “ครับ” “มิตาทำอะไร” “ครับ?” ตาคมเปลี่ยนจากอ่านเอกสารเป็นเหลือบมองเลขาคนสนิท ชยพลพอจะเดาใจคำถามของเจ้านายได้ ตั้งแต่รับคุณมิตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขาหน้าที่ชงกาแฟก็ไม่ใช่หน้าที่ของเขาอีกต่อไป แต่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาคุณมิตาไหว้วานให้เขานำกาแฟที่ชงเสร็จเข้ามาให้ท่านประธาน “คุณมิตาบอกว่าทำงานด่วนอยู่ครับ” คำตอบของเลขาคนสนิทไม่ได้ทำใบหน้าหล่อลดความเย็นชาลงเลยสักนิด มีอะไรที่สำคัญกว่าเขาอีก… “ชา” “ครับ” ชยพลก้าวเท้าถอยออกห่างจากโต๊ะทำงานเจ้านายไปสามเก้าแล้วยืนตรงสงบนิ่งกุมมือตัวเองไว้ รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูก สามปีที่ทำงานเป็นเลขานายท่านไม่เคยเรียกชื่อเขาติดกันถี่ขนาดนี้ “ช่วงนี้มิตาเป็นยังไง” “ครับ?” ฉงนใจเล็กน้อย แต่ชยพลไม่ได้ตอบอะไรออกมาเพราะคนที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดน่าจะเป็นคนที่ถามมากกว่า นอนคุยกันอยู่ทุกวันยังจะมาถามคนนอกอีก… ประธานหนุ่มวางเอกสารลง ยกแก้วกาแฟดำที่ไร้น้ำตาลขึ้นมาจิบช้าๆ ความขมติดปลายลิ้นแต่มีกลิ่นหอมของกาแฟสายพันธุ์พิเศษที่นำเข้าจากต่างประเทศ หากเป็นปกติเมื่อได้ชิมกาแฟที่ชอบแล้วปากนุ่มๆ ของรมิตาก็เป็นของหวานล้างปากหลังจากดื่มกาแฟรสขม “มิตาบอกว่าอยากไปจากฉัน” เป็นครั้งแรกที่เจ้านายบอกเล่าเรื่องส่วนตัวให้ชยพลฟัง ชยพลไม่ใช่คนพูดมากเขารับฟังเมื่อเจ้านายสั่ง ไม่เอ่ยถามแม้จะสงสัย แค่ทำตามหน้าที่ที่รับมอบหมายให้ดีที่สุดก็พอ เพราะเป็นแบบนั้นชยพลถึงกลายมาเป็นเลขาคนสนิทเพียงคนเดียวของผู้นำธารารินรุ่นที่สอง เพราะไม่ถามไม่พูดทำได้เพียงเฝ้าสังเกตอากัปกิริยาท่าทางรวมไปถึงการแสดงออกของสีหน้า เพียงแค่สบตาชยพลก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้านายต้องการอะไร และที่เจ้านายกำลังเป็นอยู่ตอนนี้เขาก็ดูออก “ท่านครับ ผมขอถามท่านสักอย่างหนึ่งได้ไหมครับ” ท่านประธานไม่ตอบ แต่พยักหน้าแทน “ถ้าจู่ๆ คุณมิตามีแฟนขึ้นมา…” เคร้ง! เสียงแก้วกาแฟโยนตกกระทบกับจานรองดังลั่น โดยไม่สนใจเลยว่ามันจะแตกหรือหกกระเซ็นไปโดนเอกสารอื่นที่วางอยู่บนโต๊ะ “ไม่มีทาง!” ยังไม่ทันที่ชยพลจะถามจบ เสียงคำรามที่สะท้อนความขุ่นเคืองตะคอกออกมาทันที “แล้วที่จู่ๆ นายท่านเปิดตัวว่าที่คู่หมั้น จะให้คุณมิตาคิดยังไงล่ะครับ” “นายก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความต้องการของฉัน” เสียงนายท่านอ่อนลง แต่รังสีรอบกายยังคงเย็นยะเยือก “แต่คุณมิตาเธอไม่รู้นี่ครับ” “...” “เพราะเธอไม่รู้ เธอก็เลยเสียใจครับ ความรู้สึกของคุณมิตาผมว่านายท่านก็น่าจะทราบดี” ธรณ์ยกมือขึ้นลูบหน้าแรงๆ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ไล่ลูกน้องออกไปกลายๆ โดนลูกน้องยอกย้อนเข้าให้กลายเป็นเขาเองที่พูดไม่ออก ชพยลโค้งตัวเล็กน้อยเดินไปเก็บถ้วยกาแฟที่หกจนเกือบหมดแล้วเดินออกจากห้องไป “คุณชาเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ มิตาได้ยินเสียงดังออกมาจากห้อง” รมิตาลุกลี้ลุกลนเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาถามชยพลทันที สายตาคู่งามมองผ่านร่างเลขาหนุ่มไปที่ประตูห้องทำงานของท่านประธานด้วยความเป็นห่วง “เปล่าครับพอดีผมโดนเจ้านายดุนิดหน่อย” “เรื่องกาแฟหรือเปล่าคะ” รมิตา มองถ้วยกาแฟที่หกเลอะเทอะแล้วก็พอจะรู้ถึงต้นเหตุของเสียงที่ทำให้เธอสะดุ้งจนอยู่ไม่สุข “ไม่ใช่หรอกครับ พอดีผมพูดไม่เข้าหูนายท่านนะ” รมิตาไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ เดิมทีชยพลเป็นคนพูดน้อยแถมยังรู้ใจท่านประธานที่สุด แต่เมื่อชยพลไม่บอกรมิตาก็ไม่อยากเซ้าซี้ “งั้นเหรอคะ มาค่ะมิตาช่วยเก็บ” “รบกวนด้วยนะครับ ยังไงคุณมิตาช่วยชงกาแฟแก้วใหม่เข้าไปให้ท่านประธานที” เพราะกาแฟแก้วนี้ลงท้องเจ้านายไม่ถึงหนึ่งในแปดด้วยซ้ำ ถ้าคาเฟอีนในร่างกายไม่มากพออาการไมเกรนที่เป็นโรคประจำตัวของนายท่านก็จะกำเริบ “ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะคะและก็ขอโทษด้วยที่ทำให้ลำบาก” ดวงหน้างามฉายแววหมองหม่นก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วกาแฟจากชยพล “อย่าใส่ใจเลยครับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร จริงสิ! งานด่วนเมื่อเช้าใช่เรื่องการขอเบิกงบประมาณของแผนกจัดซื้อหรือเปล่าครับ” “ใช่ค่ะ อาทิตย์ที่แล้วแผนกจัดซื้อส่งเอกสารเบิกงบสำหรับโปรเจคใหม่มารอให้ท่านประธานเซ็น แต่มิตาเห็นว่าตัวเลขมันไม่ตรงกับตอนที่ประเมินราคาในรายงานการประชุมครั้งก่อนเลยส่งกลับให้เขาไปเช็กใหม่นะคะ ไม่ทราบมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ” “เปล่าครับ แต่เดี๋ยวเรื่องนี้ผมตามต่อเองถ้าฝ่ายนั้นมาทวงให้บอกติดต่อที่ผมได้เลยนะครับ” ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมชยพลถึงดูจริงจังขึ้นมาทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้ แต่รมิตาก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อรีบไปที่ห้องแพนทรีเพื่อจัดการชงกาแฟแก้วใหม่ให้กับท่านประธานอีกครั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD