2.สมน้ำสมเนื้อ
สุดท้ายฉันก็ได้ขึ้นมาอยู่บนรถพี่สองสมใจอยาก ที่จริงไม่คิดหรอกว่าเขาจะยอมทิ้งร้านมาส่งจริง ๆ ที่คิดเอาไว้คือหากฉันดีลผู้ได้คงจะให้ผู้คนดังกล่าวมาส่ง ตามที่บอกเลยว่าง้อที่ไหน ในเมื่อวันนี้ยังรุกไม่สำเร็จวันหน้ายังมี ไม่จำเป็นต้องรอง้อให้รำคาญใจ
ต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบนี้แหละ ไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์อย่างที่ใครหลาย ๆ คนอยากให้เป็น การรักษาเนื้อรักษาตัวเป็นเรื่องที่ดี แต่จะทำไงได้ล่ะฉันแค่ผู้หญิงคนนึงที่มีมากมายหลากหลายความรู้สึก แค่หาความสุขให้ตัวเองเท่านั้น
แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเล่นไปเรื่อย ที่มีสัมพันธ์ผ่าน ๆ มาเป็นแฟนกันทั้งสิ้น ส่วนตัวฉันคิดว่าโลกทุกวันนี้มันไกลถึงไหนแล้ว คงไม่ห้ามตัวเองและเลือกที่จะศึกษาในสิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันหรืออะไรต่าง ๆ กันไว้ดีกว่าแก้จะได้ไม่ต้องพลาดทีหลัง
แต่ที่จริงก็ไม่ได้มีอะไรกับใครมานานแล้ว…
หลายปีได้แล้วมั้ง…
“หมวยหิวข้าว”
“…”
“พี่สองพาแวะกินข้าวหน่อย”
“…”
“หมวยไม่ได้บังคับให้พี่มาส่งนะ พี่เป็นคนมาส่งหมวยเอง” เมื่อได้รับความเงียบตอบกลับมาจึงเอ่ยต่อ “ที่จริงหมวยดีลผู้ไว้และวางแผนแล้วด้วยว่าจะกินข้าวก่อนกลับ”
“…”
“แต่พี่สองมาทำตัวหวงหมวยแบบเนี่ย… ควรรับผิดชอบนะรู้ยัง”
“ใครหวง?” แน่นอนว่ามันเป็นไปตามแผนเพราะทำให้คนขับขยับปากเอ่ยพูดได้หลังจากเงียบมานาน
“พี่สองไง” ฉันแสร้งทำหน้าใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราว “พี่สองหวงหมวย”
“คิดไปเอง”
“ถ้าไม่หวงจะมาขัดขวางการดีลผู้ของหมวยทำไม”
“ไปกับผู้ชายไปเรื่อยเดี๋ยวจะโดนฆ่าหมกป่าสักวัน”
“เนี่ยเป็นห่วงอีกแล้ว”
นอกจากจะเรียกให้ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองได้ ยังทำให้คิ้วเข้ม ๆ กระตุกอีกต่างหาก “ที่พูดไม่ฟังเลยใช่ไหม”
“ฟังนะ ไม่ฟังจะรู้เหรอว่าพี่สองเป็นห่วงหมวย” ฉันพยักหน้ารับหงึกหงัก “อีกอย่างหมวยไม่ได้ดีลผู้ไปเรื่อยสักหน่อย แค่วันนี้มีคนทำตัวไร้น้ำใจก็เลยต้องหาคนไปส่ง”
“ไม่มีคนปกติที่ไหนเอาตะปูไปโรยใต้ล้อรถตัวเองเพื่ออยากให้ลมรั่ว”
“มีหมวยนี่ไง ก็หมวยอยากใกล้ชิดกับพี่สองนี่นา”
“…”
“แต่ก็เข้าใจที่พี่สองไม่อยากใกล้ชิดหมวย พี่สองคงกลัวอดใจรักหมวยไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”
เพียงเท่านั้นตาคมก็ปรายตามองฉันอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมายาว ๆ พรืดใหญ่ แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับกลับมาจึงทำให้ฉันเปิดปากพูดไปเรื่องตามประสาคนอยากแกล้งอยากกวน
“ว่าแต่ ๆ เมื่อหลายปีก่อนหมวยจีบพี่ยังไงอะ แล้วซีนที่หมวยบอกรักพี่นี่ซึ้งแบบน้ำตาไหลไหม”
“…”
“เป็นแบบในหนังในละครที่ได้ดูหรือเปล่า”
คำถามของฉันเป็นจังหวะของรถติดสัญญาณไฟแดงพอดี ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้พี่สองหันมามองฉันได้แทบจะทันที มีวูบนึงที่นัยน์ตาสีเทาควันบุหรี่สื่อออกมาราวกับกำลังรู้สึกผิด แต่แค่เพียงเสี้ยววิก็กลับไปไร้อารมณ์เหมือนเดิม
“จำได้แล้ว?” เสียบทุ้มแหบเอ่ยออกมาราบเรียบเหมือนไม่รู้สึกใด ๆ
“จำไม่ได้หรอก เขมเล่าให้ฟังน่ะ” ฉันตอบไปตามความจริง “อย่างที่รู้ว่าหมวยจำเรื่องแย่ ๆ ในอดีตไม่ได้ ไม่มีหรอกภาพซ้อนแทรกขึ้นมาให้รู้สึกสับสน”
“ถ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องแย่ ๆ จะถามทำไม”
“ต้องถามสิ หมวยอยากรู้ว่าหมวยจีบพี่สองยังไง จะได้ไม่ต้องทำอีก”
จบคำพูดดังกล่าวสัญญาณก็ขึ้นไฟเขียวบ่งบอกว่าพี่สองจะไม่ยอมพูดเรื่องนี้อีกเพราะเขาไม่เปิดปากจริง ๆ ส่วนฉันหันกลับมามองถนนตามเดิมพลันสมองคิดว่าไม่บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวไปถามเขมเอาก็ได้
พี่สองใช้เวลาอยู่บนถนนสักพักใหญ่ก็พาแวะร้านอาหารข้างทางร้านหนึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยที่ฉันเคยเรียนจบมา ฉันมองไปรอบร้านแล้วก้มลงดูการแต่งตัวของตัวเองซึ่งพบว่าคงจะไม่เหมาะเท่าไหร่นัก จึงหันไปทำตาปริบ ๆ ใส่คนที่กำลังหยิบกระเป๋าเงินและโทรศัพท์
“ขอยืมเสื้อคลุมหน่อยได้ไหม”
“คลุมทำไม อยากใส่ก็ต้องมั่นใจตัวเอง”
“มันหนาว” อ้างไปก่อนเผื่อเชื่อ “หมวยหนาวตายขึ้นมาพี่อดได้เมียนะ”
“พูดไปเรื่อย” สีหน้าของพี่สองรำคาญอย่างชัดเจนแต่ก็ยอมหยิบเสื้อคลุมส่งมาให้ฉัน เมื่อเห็นมันจึงต้องขมวดคิ้วเพราะสีของเสื้อหวานแหววเหมือนพี่สองไม่ใช่เจ้าของมัน
“ของสาวที่ไหนหรือเปล่าเนี่ย”
“ใส่ ๆ ไปเถอะ”
“ไม่เอา ถ้ามีเจ้าของแล้วจะใส่ได้ไง”
“ของพี่” เขาพูดจบก็เปิดประตูลงจากรถหนีทันที ส่วนฉันทำได้แค่ยิ้มแป้นเพราะทำให้พี่สองแทนตัวเองกับฉันว่าพี่ได้แล้ว ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถอย่างอารมณ์ดี พร้อมร่างกายมีเสื้อกันหนาวสีชมพูหวานแหววติดตัว
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่สองจะชอบสีชมพู หน้าไม่ให้อะ”
เขาปรายตามองแต่ไม่พูดอะไร ฉันจึงพูดต่อ
“แต่จะว่าไปความชอบของเราเหมือนกันเลยนะเนี่ย” ที่ว่าอย่างนั้นเพราะเสื้อกันหนาวที่พี่สองให้มามันคล้ายกับความชอบของฉันเลยยังไงล่ะ คล้ายเป๊ะเลยก็ว่าได้
“หมวยขอได้ไหม สวยอะ”
“ไม่ได้” เขาตอบขึ้นมาทันควันโดยไม่คิดเลยด้วยซ้ำ “ให้ยืมแต่ไม่ให้”
“อ๋า… แสดงว่ามีคนซื้อให้แน่ ๆ” ฉันพยักหน้ารับก่อนจะถอดเสื้อออก “ถ้ามีคนซื้อให้หมวยไม่ใส่ ถ้าพี่ซื้อเองหมวยถึงจะใส่”
“ใส่ไปมันโป๊” ตาคมฉายชัดถึงความตำหนิอย่างชัดเจน “หรือจะกลับบ้านไม่ต้องกินมันแล้วข้าว”
“ถ้าหมวยใส่แล้วเจ้าของเสื้อเขามาเห็นมันจะเป็นยังไง”
“ไม่เป็นยังไง”
“พี่ก็พูดได้…”
“เจ้าของมันก็ใส่มันอยู่ รู้แล้วเงียบแล้วใส่มันซะ” ว่าแล้วพี่สองก็หันไปสั่งอาหารราวกับว่าไม่ต้องการจะพูดถึงเรื่องนี้อีก มีเพียงฉันที่กำลังยิ้มกริ่มแล้วใส่เสื้ออีกครั้งเพราะรู้แล้วว่าเจ้าของมันคือใครถ้าไม่ใช่อีหมวยคนนี้
“ว้า… หลายปีแล้วยังเก็บไว้เนาะ”
“ไม่มีความจำเป็นต้องทิ้ง”
“ก็จริง” ฉันพยักหน้ารับ “ถ้าหมวยเป็นเจ้าของมันงั้นขอคืนได้ไหม”
“ไม่ได้”
“ทำไม”
“ซื้อของให้คนอื่นแล้วชอบขอคืนหรือไง” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง “ถ้าให้แล้วขอคืนจะให้ทำไม”
“พี่สองไม่ได้ชอบหมวยนี่นา ไม่ชอบแล้วรับไว้ทำไม”
เงียบ… ไร้สัญญาณตอบรับกลับมาใด ๆ แถมยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้จนฉันต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด
“ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ก็เลยรับไว้” และพี่สองคงจะรู้ถึงได้เอ่ยปาก “ไม่ต้องคิดไปไกล รับไว้แค่อยากรับ”
“เค๊”
หากคนที่ฟังอยู่นี่คือหมวยคนเก่าไม่ใช่คนนี้ต้องมีซึมบ้างล่ะ แต่กับหมวยคนนี้บอกเลยว่าเบสิกมาก ต่อให้พูดแรงกว่านี้ก็ไม่รู้สึกเพราะหน้าฉันด้านยิ่งกว่าถนนคอนกรีตบอกเลย
ระหว่างเราไร้เสียงการพูดคุยเป็นจังหวะที่อาหารมาเสิร์ฟพอดี เมื่อเห็นอาหารต่าง ๆ ก็ต้องทำหน้าสงสัยอีกครั้งเพราะมันมีแต่ของชอบของฉันทั้งนั้นเลย
“เราชอบเหมือนกัน” คนข้างกายคงรู้ถึงการสงสัยของฉันจึงเอ่ยปาก
“พี่รู้เหรอว่าหมวยชอบอะไร”
“อืม” สีหน้าของพี่สองยังคงเดิม “รีบกินจะได้กลับบ้านดึกแล้ว”
“พี่สองก็ชอบอาหารแบบนี้เหรอ” แต่ฉันก็ไม่สนใจกับคำบอกกล่าวเมื่อครู่ ซึ่งมันทำให้พี่สองชะงักได้กับคำถามของฉัน “แสดงว่าเราชอบเหมือนกันใช่ไหม”
“รีบกินจะได้รีบกลับบ้าน” เสียงของเขาเข้มขึ้น
“อ๋า… เราชอบเหมือนกันนี่เอง” ฉันยิ้มน้อย ๆ ยอมตักข้าวเข้าปากทั้ง ๆ ที่ไม่หิวเลยด้วยซ้ำ แค่ข้ออ้างที่อยากจะอยู่กับพี่สองต่ออีกนิดอีกหน่อยเผื่อจะได้หยอดจีบทำคะแนนให้ตัวเอง
ตอนนี้ฉันไม่ได้มีความรู้สึกรักหรือชอบพี่สอง แต่ที่ทำอยู่ก็หวังสิ่งนั้นเพราะอยากเอาชนะเขา ยิ่งได้ยินที่เขมเล่าให้ฟังว่าตัวฉันในอดีตถูกผู้ชายคนนี้ปฏิเสธจนกลายเป็นอีกคนจึงอยากเอาชนะ มันต้องมีวันนั้นอย่างแน่นอน
ถ้าหมวยคิดจะทำสิ่งใดไม่เคยพลาด พี่สองเตรียมตัวเป็นของหมวยได้เลย
เราใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่ถึงจัดการอาหารเสร็จ และตอนนี้รถยนต์คันหรูก็จอดที่หน้าคอนโดฯ ของฉันแล้วเรียบร้อย จึงหันไปหาคนขับพลางส่งยิ้มหวานไปให้เขา
“ขึ้นไปกินน้ำก่อนไหม”
“กินมาแล้วที่ร้านอาหาร”
“นั่นมันน้ำเปล่า”
“ขึ้นห้องไป” เป็นอีกครั้งที่เขาใช้เสียงเข้ม ๆ สั่งฉัน “อย่าชวนผู้ชายเข้าห้องอีกมันอันตราย”
“หัวโบราณมาก”
คงได้ยินเสียงบ่นใบหน้าดุ ๆ หันมามองฉันแทบจะทันที จึงยิ้มเผล่แล้วรวบกระเป๋ามาคล้องไหล่ไว้เตรียมพร้อมจะลงจากรถ
“อ้อ… เสื้อนี่เอาคืนเลยไหม” คิดได้ก็หันไปถามอีกครั้ง
“ค่อยเอามาคืน”
“ขอบคุณค่ะ” ไวกว่าความคิดและเป็นจังหวะที่พี่สองเผลอทำให้ฉันยกสองมือขึ้นจับใบหน้าของเขาให้หันมามองกันแล้วใช้ปากเล็ก ๆ ของตัวเองจูบลงบนปากของพี่สองอย่างแรงก่อนจะผละหน้าออกแล้วยิ้มร่าอีกครั้ง
“ขอบคุณสำหรับวันนี้ค่ะ”
ฉันเปิดประตูลงจากรถอย่างอารมณ์ดี ที่อารมณ์ดีคงเป็นเพราะทำให้คนหน้าตายแสดงความตกใจออกมาได้ ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยสักครั้ง ราวกับว่าตกใจกับการกระทำของฉันจริง ๆ
หมวยในอดีตไม่เคยทำแบบนี้สินะ…
เธอช่างอ่อนหัดนักหมวย…