ตอนที่ 1
รับงาน...งานแรก
เอี๊ยดดดดดดด
รถสปอร์ตสีดำสนิทแวววาวแล่นมาด้วยความเร็ว ก่อนจะเบรกเอี๊ยดจนเกิดเสียงดังสนั่นลั่นโกดังขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่หลังอาณาจักรกาสิโนของโรฮัน สถานที่ที่มีแต่คนวงในและลูกค้าเท่านั้นที่จะสามารถเข้ามาในกาสิโนแห่งนี้ได้
โรฮาล์ฟก้าวขาลงมาจากรถสีดำสุดหรูที่เพิ่งจอดสนิท ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนเสื้อเอาไว้ข้างละครึ่งแขน ชายเสื้อถูกทับเข้าไปในกางเกงยีนสีดำขายาวรัดรูปแต่ไม่ได้แนบเนื้อมากนักทับชายเสื้อเอาไว้หลวมๆ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยแว่นตาสีดำสนิทอย่างมีสไตล์ ทรงผมสีดำถูกหวีเสยเปิดหน้าผากขึ้นไปอย่างเรียบร้อย
โรฮาล์ฟสาวเท้ายาวๆ ก้าวเข้าสู่โกดังอย่างเงียบๆ เมื่อเข้าไปในโกดังแล้ว กลางโกดังจะค่อนข้างโล่ง ด้านขวามือของโกดังเป็นที่เก็บสินค้าล็อตต่างๆ ทางด้านซ้ายมือของโกดังจะเป็นห้องกระจกสีดำทึบที่มีเพียงคนที่อยู่ด้านในเท่านั้นถึงจะมองออกมาแล้วเห็นได้ มันมีไว้เป็นส่วนของออฟฟิศ
“มาแล้วเหรอ? จะเข้าไปคุยในออฟฟิศไหม” เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนที่ดังขึ้น หลังจากที่โรฮาล์ฟก้าวเข้ามาในโกดัง
“พ่อ...” โรฮาล์ฟเอ่ยเรียกเจ้าของเสียง และเป็นคนที่นัดเขาเข้ามาที่นี่ในวันนี้
โรฮันยืนอยู่ภายในโกดังเหมือนเขารอลูกชายที่เขานัดเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว เอ่ยขึ้นถาม เมื่อเห็นว่าลูกชายเดินเข้ามา
“มีเรื่องใหญ่อะไรไหมครับ ทำไมถึงโทรบอกผมไม่ได้ แล้วให้ผมมาหาถึงที่นี่เลย” โรฮาล์ฟถามผู้เป็นพ่อด้วยใบหน้าที่ยิ้มเล็กน้อย
“ไม่ใหญ่อะไรมากมาย แต่อยากให้เอาสินค้าไปส่งให้หน่อย” โรฮันไม่รีรอที่จะบอกธุระที่ตัวเองสั่งให้ลูกมาเจอที่นี่ในวันนี้
“แค่ส่งสินค้า ไม่น่าจะต้องเป็นเรื่องใหญ่อะไรนี่ครับ แล้วอีกอย่างทำไมพ่อถึงไม่ได้ไปส่งเองในล็อตนี้” โรฮาล์ฟถามต่อทันที
ปกติแล้วสินค้าหรือการเจรจากับลูกค้าต่างๆ พ่อเขาจัดการเองหมดเลย เขาจะไม่เข้ามายุ่งในส่วนของงานพ่อ เขาบอกกับพ่อเอาไว้เสมอว่า เขาจะไม่รับงานในส่วนของกาสิโน แต่ถ้าเป็นงานที่ผลิตยาและถุงยางเขาพอจะรับช่วงต่อให้ได้ และแม่ของเขาก็เคยบอกเอาไว้ว่า ถ้าเขาไม่รับแล้วใครจะรับ ในเมื่อลูกชายมีเขาเพียงคนเดียว ส่วนฮันนี่ที่เป็นน้องก็เป็นผู้หญิงเสียด้วยจึงไม่เหมาะที่จะมารับงานแบบนี้
“พ่อต้องไปส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่ต่างประเทศ จะให้เราส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่ไทย เป็นเกาะแห่งหนึ่ง” โรฮันบอกภารกิจที่จะให้ลูกชายทำ
“ส่งสินค้าอะไร แล้วที่ไหน เมื่อไรครับ” เขาถามพ่อ
“ส่งยาและถุงยางล็อตใหญ่ให้กับเสี่ยมงคล เจ้าของกาสิโนบนเกาะที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ เขาเปิดกาสิโนบนเกาะ พร้อมด้วยโรงแรมที่พัก รวมไปถึงคลับและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เรียกได้ว่าแทบจะเป็นเมืองขนาดย่อมๆ เมืองหนึ่งเลยก็ว่าได้ เขาอยากให้เราเอาสินค้าไปส่งทางเรือสำราญให้เขา” โรฮันบอกรายละเอียดของลูกค้าที่เขาจะให้ลูกเอาสินค้าไปส่ง
“เรือของเราหรือเรือของเขา” โรฮาล์ฟพยายามถามรายละเอียดให้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่เกิดการผิดพลาด เนื่องด้วยพ่อของเขาบอกว่ามันคือสินค้าล็อตใหญ่
“เรือของเรา เอาเรือสำราญลำที่ไปเกาะของยายจ๋าเป็นลำที่จะเอาไปส่ง เพราะมันใหญ่” โรฮันบอก เรือที่ไปเกาะส่วนตัวที่มีครอสกับยายจ๋าของเมลวินนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่นั่น และก็เป็นลำเดียวที่ครอสเอาไว้ขนส่งสินค้าตลอดการมีชีวิตของเขา
“แล้วทำไมพ่อไม่ให้อากันเป็นคนไปส่งเหมือนทุกๆ ครั้งล่ะ” โรฮาล์ฟยังมีความสงสัยว่าทำไมพ่อเขาถึงอยากให้เขาไปส่งสินค้าล็อตนี้มากนัก
“กันต้องไปกับพ่อ อีกอย่างล็อตนี้เป็นล็อตใหญ่มากๆ และสำคัญมากด้วย พ่อเห็นว่าเราชอบการเดินเรือ ชอบเดินทางไปเกาะ ไปหาน้าคริสกับป้าเลบ่อยๆ เลยน่าจะทำงานนี้ได้แบบไม่ติดขัดอะไร” โรฮันอธิบายให้ลูกชายเข้าใจ
“แล้วจะให้เอาไปส่งที่เกาะไหน ผมจะรู้ได้ยังไง”
“เดี๋ยวเสี่ยมงคลเขาจะไปด้วย รับสินค้าบนเรือเลย แล้วเราก็แค่เอาไปส่งให้เขาที่เกาะ พร้อมกับตัวของเสี่ยด้วย เขาจะขึ้นไปกับเรือลำเดียวกับเรา เห็นว่าจะพาพนักงานไปทำงานด้วย” โรฮันบอกเพิ่มเติมให้เขาเข้าใจมากขึ้น และพยายามที่จะโน้มน้าวให้ลูกชายคนเดียวของเขายอมทำงานให้ เพราะที่ผ่านมาลูกชายเขาไม่ค่อยอยากจะยุ่งเกี่ยวกับงานที่เป็นกาสิโนหรือธุรกิจสีดำเลย ถ้าเป็นสีเทาเขายังพอทำให้บ้าง
“ทำไมพ่อไม่ไปให้อาคิงส์กับอาซันเดียทำให้ล่ะ หรือไม่ก็ไอ้โคยก็ได้ มันน่าจะว่าง” โรฮาล์ฟพยายามถามหาบุคคลอื่นที่พอจะช่วยได้ เขาจะได้ไม่ต้องรับทำงานนี้ เพราะครอบครัวของอาเขาก็มีหุ้นส่วนในธุรกิจพวกนี้ด้วยเช่นกัน
“มันเป็นธุรกิจหลักของครอบครัวเรา และอีกอย่างพวกเขาก็มีงานอย่างอื่นที่ต้องไปส่งด้วย” โรฮันบอกด้วยน้ำเสียงนิ่ง
“ไม่มีทางไหนที่ผมพอจะเลี่ยงได้แล้วใช่ไหมเนี่ย” โรฮาล์ฟพูดพร้อมกับถอนหายใจยาวๆ
เขาจำใจจะต้องรับทำงานที่เขาไม่ค่อยชอบเท่าไร แม้มันจะเป็นธุรกิจของครอบครัวเขาก็เถอะ และวันหนึ่งเขาก็ต้องรับช่วงต่อจากพ่อเขาอยู่ดี เพียงแต่เขาก็ยังไม่อยากที่จะรับตอนนี้เท่านั้นเอง
“ทำให้พ่อหน่อยไอ้ลูกชาย แค่เอาสินค้าไปส่ง ไม่ได้ทำเรื่องอะไรร้ายแรงขนาดฆ่าคนหรอก” โรฮันบอกลูกชาย พร้อมกับพูดเล่น
“ถ้าถึงขั้นต้องฆ่าคน ผมก็ไม่ทำให้หรอกนะ” โรฮาล์ฟบอกออกมาแบบนั้น แต่เขารู้ดีว่าสายงานแบบนี้ เรื่องการฆ่ารันฟันแทงมันต้องมีอยู่แล้ว และเขาก็ไม่ได้กลัวหรือขี้ขลาดอะไร หากในสถานการณ์ที่จะต้องฆ่าคนจริงๆ เขาก็ทำได้ แต่...เขาแค่ไม่อยากทำก็เท่านั้น
“พูดแบบนี้ แล้วพอถึงวันหนึ่งที่ลูกมีสิ่งที่ลูกรักและจะต้องปกป้องจริงๆ ลูกจะทำมันได้โดยที่ไม่กังวลใดใดเลย เชื่อพ่อสิ” โรฮันบอกลูกชาย พลางนึกไปถึงเพื่อนของเขาที่ชื่อ ครอส ชายคนที่ปกป้องเมลวินแทนเขาได้อย่างไม่ห่วงชีวิตตัวเอง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นอะไรกับเมลวินด้วยซ้ำ
“ลุงครอสเหรอ?” โรฮาล์ฟเอ่ยชื่อของชายคนนั้นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบและแผ่วเบา เขารู้ว่าพ่อของเขากำลังพูดถึงใคร
“เมื่อไรครับ” เขาถามขึ้นมาอีกครั้ง
“พรุ่งนี้ ค่ำๆ มีคนของเราไปด้วยเกือบ 50 คน และเดี๋ยวพ่อให้ไอ้นนท์กับไอ้ผาไปด้วย” โรฮันบอกกับลูกชาย ถึงเรื่องที่จะให้คนไปทำงานกับเขา
“ผา...กับนนท์...” โรฮาล์ฟพูดชื่อลูกน้องคนที่พ่อจะให้ไปทำงานกับเขา
“นี่ไง พ่อจะให้พวกมันเป็นลูกน้องเรา มันไว้ใจได้ ฝีมือดี และอายุไม่ห่างจากลูกมากนัก” โรฮันบอก โรฮาล์ฟหันไปมองตามที่พ่อบอก ก็พบชายสองคนที่ยืนตรงอยู่ข้างๆ กับพ่อเขา กำลังส่งยิ้มมาให้เขา
“ดูยังไงก็ยังอ่อนอยู่ดี” โรฮาล์ฟพูดขึ้น พร้อมกับยิ้มที่มุมปาก เยือกเย็น
“ผมรับประกันเรื่องฝีมือครับ ไม่อ่อนแน่นอน เอาหัวผมเป็นประกันเลย” กันพูดแทรกขึ้นจากทางด้านหลังของโรฮัน
“ถ้าอากันรับประกัน เรื่องฝีมือผมก็เบาใจ แต่...เรื่องความกวนตีน ผมไม่แน่ใจ หากว่านิสัยเหมือนกับอากัน ผมคงปวดหัวแย่แน่ๆ” โรฮาล์ฟพูด พร้อมกับยิ้มน้อยๆ ส่งให้ลูกน้องของพ่อที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงของเขาด้วย
“โอ้โห! นายน้อยชมผมแบบนี้ ผมก็เขินแย่เลยเนี่ย” กันพูด พร้อมกับทำเป็นยิ้มเอียงอายใส่โรฮาล์ฟอย่างหยอกเย้า เรียกรอยยิ้มให้กับโรฮาล์ฟได้กว้างมากกว่าเดิม
“เอาตามนี้แล้วกันนะ ไปทำงานให้พ่อหน่อย พรุ่งนี้เย็นไปที่ท่าเรือ และก็ให้ไอ้สองคนนี้ไปตามเป็นคนดูแลและช่วยเราตั้งแต่วันนี้เลย” โรฮันบอก พร้อมกับหันหลังเดินกลับเข้าออฟฟิศไปทันที
“ฝากตัวด้วยนะครับนาย/ฝากตัวด้วยนะครับนาย” นนท์และผาเอ่ยขึ้นพร้อมกันเมื่อเห็นว่าโรฮาล์ฟละสายตาจากนายใหญ่หันมามองพวกเขา
“ดูท่ากูจะปวดหัวคูณสอง หนักกว่าอากันอีกมั้งกูว่าเนี่ย!”
โรฮาล์ฟพูดพึมพำ พร้อมกับส่ายหัวให้กับลูกน้องทั้งสอง ดูท่าเขาจะปวดหัวมากแน่ๆ ถ้าได้รับการการันตีจากพี่เลี้ยงของเขาแบบนั้น ว่าแล้วเขาก็เดินกลับขึ้นรถตัวเองแล้วขับออกไป นนท์และผารีบขับตามออกไปด้วยทันที เพราะภารกิจหน้าที่มือซ้าย มือขวาของโรฮาล์ฟ เจ้านายคนใหม่ของเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว