"อารักษา เป็นยังไงบ้างคะ อาการดีขึ้นหรือเปล่า ขวัญกับพี่เจียซื้อผลไม้แล้วก็ขนมมาฝากอารักษาด้วยนะคะ" ขวัญข้าวพูดคุยกับอาหนุ่ม แม้จะรู้ดีว่าเขาไม่คุยกับตน
ขณะที่รักษาเอาแต่ชะเง้อมองไปยังนิษฐาที่กำลังเดินอ้อมไปเปิดหลังรถเพื่อขนของลง โดยมีขลุ่ยเดินเข้าไปช่วยถือของ
"พี่เจีย?" เขาเลิกคิ้วถามเมื่อหลานสาวเรียกนิษฐาเสียสนิทสนมเช่นนั้น
"ใช่ค่ะ เราบังเอิญรู้จักกันแล้ว หนูติดรถมากับพี่เจียเพราะว่าไม่อยากให้คุณภุชงค์ไปรับ"
"งั้นต่อไปนี้อย่าเรียกพี่เจีย ให้เรียกอาเจีย" ขวัญข้าวขมวดคิ้วแปลกใจ ทั้งเรื่องที่อาหนุ่มยอมคุยกับตน และยังบอกให้เรียกนิษฐาว่า'อา'อีกด้วย
"แต่ขวัญเพิ่งจะมีพี่สาวเมื่อชั่วโมงที่แล้วเองนะคะ" เด็กสาวทำหน้ามุ่ย
"เรียกตามที่อาบอก ตอนนี้เข้าไปหาคุณย่าได้แล้ว" รักษาบอกหลานสาว จากนั้นเขาจึงเดินตรงไปหานิษฐา หญิงสาวกำลังแบ่งแยกข้าวของที่ซื้อมาเพื่อให้ขลุ่ยเอาเข้าไปในบ้าน
"คุณแม่คงเป็นคนอนุญาตให้เอารถฉันไปขับสินะ" ชายหนุ่มพูดขึ้น นิษฐาจึงหันมามองใบหน้าคมคายด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"นี่ ถ้าจะโกรธเรื่องฉันเอารถของคุณไปขับก็ได้นะ แต่ถ้าฉันรู้ว่าเป็นรถของคุณตั้งแต่แรกฉันก็ไม่ขับไปหรอก" เธอยอมรับแต่โดยดี อีกอย่างก็ไม่อยากจะเถียงกับเขาด้วย
"ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็น่าจะบอกกันบ้างว่าจะเข้าเมือง" เขาพูดแล้วจึงเดินมาช่วยถือของ รักษาแย่งเอาถุงกระดาษในมือของนิษฐาแต่เธอไม่ยอมปล่อย
"ขลุ่ย เดี๋ยวเอาพวกของกินไปจัดใส่จานสำหรับมื้อเย็นนี้ด้วยนะจ๊ะ ส่วนผลไม้ก็ล้างดีๆ แล้วก็อย่าลืมแบ่งให้ป้าแดงกับคนอื่นๆ ทานด้วยนะ" นิษฐาหันไปบอกสาวใช้
"เธอคงรวยมากเลยสินะ ฉันสงสัยจริงๆ ว่าเธอทำงานอะไรก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่ บอกฉันได้หรือเปล่า?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม เขาอยากรู้คำตอบที่แท้จริง เพราะสนใจอยากรู้เรื่องราวของหญิงสาวมากขึ้น
"ความจริงฉันเพิ่งเรียนจบได้ไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ ยังไม่ได้ทำงานจริงจังหรอก แต่ก็ตั้งใจว่าจะมาหางานทำที่นี่แหละ" เธอต่อแบบขอไปที
"หึ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าตอนนี้ก็กำลังทำงานอยู่ รับเงินล่วงหน้าไปตั้งหนึ่งล้านแล้ว แต่ก็ไม่เห็นจะทำงานจริงๆ จังๆ ซะที" รักษาพูดประชดประชัน นิษฐาจึงถอนหายใจหนักๆ เมื่อเขาพูดเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้นเสียที
"ก็ได้ค่ะพ่อเลี้ยงรักษา ตอนนี้ฉันพร้อมที่จะทำงานแล้ว คุณมีอะไรให้ฉันทำก็ว่ามาเลยค่ะ" เธอถามเขาเสียงจริงจัง รักษาจึงยกยิ้มพอใจ
"งั้นก็เอาของขึ้นไปเก็บก่อน จากนั้นก็ตามฉันไปที่ห้องนอน แล้วฉันจะบอกเธอเองว่าเธอต้องทำอะไรบ้าง" ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมากระซิบบอก นิษฐาขนลุกซู่เมื่อลมหายใจอุ่นของชายหนุ่มเป่ารดต้นคอ
"สงสัยว่าเราต้องมีกฎระเบียบในการทำงานบ้างแล้วล่ะค่ะ" เธอพูดเสียงเบา จากนั้นจึงยอมปล่อยถุงกระดาษให้รักษาช่วยถือ ส่วนตนจึงหิ้วข้าวของที่เหลือกลับเข้าไปในบ้านโดยมีรักษาเดินตามหลังไป
"คุณย่าขา สวัสดีค่ะ คิดถึงคุณย่าที่สุดเลย" ขวัญข้าวเดินเข้ามาหาคุณรังสิมาในห้องนั่งเล่น เด็กสาวนั่งลงและสวมกอดคุณย่าไว้ด้วยความคิดถึง
ขวัญข้าวอยู่กับนางมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะมารดาของเธอเลิกรากับเขมไปตั้งแต่เด็กสาวอายุได้สามขวบ ส่วนเขมก็มีภรรยาใหม่ และพวกเขายังคงอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ส่วนรังสรรค์น้องชายของนางก็อาศัยอยู่กับเขมบุตรชาย
ขวัญข้าวมีพี่ชายอีกหนึ่งคนชื่อต้นกล้า แต่รายนั้นเป็นผู้ชายและเรียนจบแล้ว จึงมีหน้าที่หลักคือช่วยครอบครัวดูแลไร่ แต่ขวัญข้าวชอบมาอยู่ที่นี่เพราะคนเยอะ เธอช่างเจรจาและชอบพูดคุยกับผู้คน
"เดี๋ยววันนี้อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันก่อน หรือจะนอนที่นี่ด้วยเลยล่ะ?" นางถามหลานสาวอย่างรู้อกรู้ใจ
"คุณย่าอ่ะ หนูอยากนอนที่นี่ใจจะขาด แต่ถึงยังไงก็ต้องกลับไปให้คุณพ่อกับคุณปู่เห็นหน้าก่อน ถ้าไม่กลับบ้านวันนี้มีหวังไม่ได้ค่าขนมอาทิตย์หน้าแน่ๆ ค่ะ" เด็กสาวทำหน้าบูดบึ้ง
"ดีแล้วที่รู้หน้าที่ว่าต้องกลับไปหาพ่อหาปู่ก่อน ไว้พรุ่งนี้ค่อยมานอนกับย่านะ เดี๋ยวย่าให้ค่าขนมสำหรับอาทิตย์หน้าด้วย" นางแอบกระซิบในประโยคท้าย ทำให้ขวัญข้าวฉีกยิ้มดีใจ ก่อนที่ทั้งสองจะเห็นว่านิษฐาเดินผ่านห้องนั่งเล่นไปโดยมีพ่อเลี้ยงรักษาเดินตามหลัง
นิษฐาเดินมาจนถึงหน้าห้องนอนของตนเอง เธอจึงหันมาหารักษาเพื่อขอถุงกระดาษที่เขาช่วยหิ้วขึ้นมา ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมคืนให้ แต่เอื้อมมือไปเปิดประตูห้องให้หญิงสาวแทน
"เอาถุงคืนมาสิคะ จะได้รีบเอาของเข้าไปเก็บ แล้วก็จะได้รีบมาทำงานตามที่คุณสั่ง" เธอพูดประชดประชัน
"คราวหน้าจะไปไหนมาไหนเธอต้องบอกฉันก่อน ห้ามไปคนเดียวแบบวันนี้อีก" เขาพูดราวกับเป็นคำสั่ง
"ฉันถึงได้บอกไง ว่าเราต้องมีกฎในการทำงานบ้าง เดี๋ยวฉันจะเป็นคนเขียนกฎแล้วเอาไปให้คุณอ่านภายในวันพรุ่งนี้นะคะ"
เพราะดูเหมือนรักษาจะเอาแต่ออกคำสั่ง ถึงขั้นให้รายงานว่าไปไหนมาไหนมันก็มากเกินไป และนิษฐาก็ไม่มีวันที่จะยอมทำตามที่ชายหนุ่มบอกทุกอย่าง
"จะมีกฎไปทำไม อีกหน่อยก็เป็นผัวเมียกันแล้ว"
"พ่อเลี้ยง!" เธออุทานเสียงดุ และชะเง้อมองซ้ายขวาว่ามีใครมาได้ยินหรือไม่
"ทำไม ฉันพูดไม่จริงตรงไหน?" เขาเลิกคิ้วถาม
"มันไม่จริงก็ตรงที่ว่าฉันยังไม่ได้ตอบตกลงแต่งงานกับคุณไง"
"แต่เธอพูดแล้ว พูดวันนี้ตอนอยู่คอกม้าว่าจะแต่งงานกับฉัน เผื่อคุณแม่ยกสมบัติให้เธอไง พูดเองแล้วก็จะลืมอะไรง่ายๆ แบบนั้นน่ะเหรอ?"
"ฉันแค่พูดประชดเพราะคุณหาว่าฉันแค่หวังสมบัติ"
"ฉันไม่รู้หรอกว่าอันไหนพูดจริงพูดประชด แต่ฉันเข้าใจว่าที่เธอพูดว่าจะแต่งงานกับฉันคือเรื่องจริง ไว้เดี๋ยวฉันจะไปบอกคุณแม่ให้เตรียมงานแล้วก็หาฤกษ์หายามเพราะว่าเธอตอบตกลงแล้ว"
"คนบ้า คุณก็ไม่ได้อยากแต่งกับฉันนี่"
"ฉันไม่ได้พูด" เขาเถียง แล้วจึงยอมคืนถุงกระดาษให้ นิษฐาจึงรับเอาไปและรีบเดินเข้าไปในห้องทันที
"อย่าลืมล่ะ เก็บของเสร็จแล้วตามไปหาฉันในห้องนอนด้วย" รักษาย้ำอีก นิษฐาไม่ยอมตอบอะไรและยังปิดประตูใส่หน้าเขาอีกด้วย
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มและส่ายหน้าน้อยๆ จากนั้นจึงเดินกลับไปยังห้องนอนของตนเอง ซึ่งอยู่จัดถัดจากห้องนอนของหญิงสาวไปสองห้องเท่านั้น
คนมันรักมันก็คือรักนั่นแหละ อ่านจบแล้วส่งคอมเมนต์มาให้กำลังใจนักเขียนด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ❤