ห่วงใย

1670 คำ
การนอนโรงพยาบาลของทิวาไม่ได้น่าเบื่อเท่าไหร่ ตอนเช้าเขาทบทวนบทเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมตัวสอบโทอิคพอตกบ่ายเมคินก็ส่งไฟล์งานให้ทำ พอตกเย็นเขาก็มาอยู่เป็นเพื่อน ก่อนจะนอนคุยกันจนพยาบาลมาวัดความดันตอนสี่ทุ่มจึงผิดไฟนอน พอตอนเช้าก็สั่งอาหารของโรงพยาบาลมานั่งทานเป็นเพื่อนคนป่วยก่อนไปทำงาน เช้าวันนี้หมออนุญาตให้ทิวากลับบ้านได้แต่ต้องหลังจากยาฆ่าเชื้อขวดสุดท้ายหมด “วันนี้นี้พี่คินมีประชุมนะครับ ผมกลับคนเดียวได้” “ถ้าประชุมเสร็จเร็วจะมารับนะ” “ตามใจครับ แต่ถ้าผมทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่ยังประชุมไม่เสร็จผมจะนั่งแท็กซี่กลับ ตอนเย็นค่อยเจอกัน” ทิวาไม่ได้ห้ามถ้าเขาจะมารับเพราะรู้ว่าพูดไปก็เหนื่อยเปล่า อย่างสองวันที่ผ่านมานี้เขาก็บอกให้เมคินกลับไปนอนที่ห้องเพราะไม่อยากให้นอนบนโซฟา แต่ก็เหมือนอีกคนไม่สนใจฟังเลยแม้แต่น้อย “อือ พี่ไปทำงานก่อนนะ อย่าดื้อกับคุณพยาบาลล่ะ” “ผมว่าพี่รีบไปเถอะครับ ถ้าออกสายกว่านี้รถจะติดเอานะครับ” เขาเตือนพร้อมกับส่งกระเป๋าเอกสารให้บอสหนุ่ม ใช้มือดันแผ่นหลังให้เขาเดินออกจากห้อง พอบอสกลับไปแล้วทั้งห้องก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง เขานอนอยู่บนเตียงกว้าง นั่งฟังบทความภาษาอังกฤษจบไปหลายบทความจนเริ่มเบื่อ “ผมจะกลับได้ตอนไหนครับ” เมื่อพยาบาลเข้ามาถอดสายน้ำเกลือตอนสิบเอ็ดโมงเช้าทิวาก็ถามขึ้น “หลังอาหารกลางวันก็เรียบร้อยแล้วค่ะ” “ครับ จะเป็นอะไรไหมถ้าถึงตอนนั้นผมจะรบกวนให้เรียกแท็กซีให้” “ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา แต่ฉันนึกว่าคนที่มาเฝ้าคุณเขาจะมารับเสียอีก” “เขาไม่ว่างน่ะครับ” “ไม่ว่างหรือคุณรีบออกก่อนถึงเวลาเขามาคะ ถ้ามาไม่เจอคุณเขาคงเสียใจมากนะคะ เพราะดูแล้วผู้ชายคนนั้นเป็นห่วงคุณมาก” “บอสก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ห่วงทุกคน” “เป็นบอสหรอกเหรอคะ นึกว่าเป็นเพื่อน หรือพี่น้องเสียอีก” “ครับเป็นบอส” “คุณโชคดีจังนะคะ ที่ได้บอสน่ารักแบบนี้” พยาบาลสาวกล่าวแล้วยิ้ม ก่อนที่เธอจะเข็นรถอุปกรณ์ออกไป ทิวารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของใช้ที่เมคินขนมาจากห้องลงกระเป๋า เพื่อรอเวลาที่จะได้กลับคอนโด หลังอาหารมื้อกลางวันพยาบาลก็โทรเข้ามาแจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็ยกกระเป๋าขึ้นจากเตียงจังหวะนั้นประตูก็เปิดกว้าง “พี่คิน ประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ” เขาไม่คิดว่าเจ้านายจะประชุมเสร็จเร็วถึงเพียงนี้ “เปล่า เลื่อนไปตอนบ่ายแล้ว” เพราะคิดว่าตัวเองคงไม่มีสมาธิประชุม ก็เลยเลื่อนออกไปก่อน “เพราะผมเหรอครับ” “คิดว่าไงล่ะ ไปเถอะ” เมคินรีบแย่งกระเป๋าในมือมาถือไว้ก่อนจะเดินนำเขาลงไปยังลานจอดรถ “พี่คินทานข้าวกลางวันหรือยังครับ” “ยังเลยรีบมารับนายก่อน” “งั้นแวะที่ร้านประจำไหม ผมจะสั่งให้” “นายทานแล้วใช่ไหม” “ครับ พี่ก็รู้ว่าผมต้องกินอาหารตรงเวลา แล้วผมก็มียาที่ต้องกินด้วย แต่ไม่เป็นไรผมนั่งรอได้ ผมสั่งให้นะ” พอถึงร้านอาหารเมคินก็นั่งทานข้าว ส่วนเขาสั่งผลไม้มานั่งทานเป็นเพื่อน ออกจากร้านอาหารบอสหนุ่มขับรถมาส่งเลขา จากนั้นตัวเองก็ต้องรีบกลับไปประชุม เขารู้ดีว่าทิวากลับเองได้ แต่ก็อยากมารับเพราะความเป็นห่วงคำเดียวเท่านั้น ทิวากลับขึ้นมาบนห้องด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาดๆ ไม่เคยมีใครเป็นห่วงและเอาใจใส่เขามากเท่าเมคินมาก่อน เขาอดเปรียบเทียบเมคินกับแอนแฟนเก่าของเขาไม่ได้เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขานอนโรงพยาบาล ทิวาเคยเป็นไข้หวัดใหญ่นอนอยู่โรงพยาบาล แต่แฟนของเขามาเยี่ยมแค่วันแรก แถมยังยืนอยู่ห่างจนแทบจะต้องตะโกนคุยกัน เพียงเพราะกลัวติดหวัดจาก ทั้งๆ ที่หมอก็บอกแล้วว่าถ้าทั้งคู่สวมมาสก์โอกาสติดก็น้อยมาก แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมเข้าใกล้ เขาต้องอยู่โรงพยาบาลคนเดียวตลอดหลายวัน ตอนนั้นเขาทั้งเหงา ทั้งเสียใจและน้อยใจ แต่ก็ทำอะไรมาได้เพราะคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่เขารักและอยากจะใช้ชีวิตด้วยตลอด เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุขจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเองเลย ตั้งแต่มาอยู่กับเมคิน เขารู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้น ทิวานั่งเหม่อจนเสียงนาฬิกาเตือนให้ทานยาก่อนอาหารแม้อาการปวดท้องหายสนิทแล้วแต่เขายังต้องทานยาต่ออีกหลายวัน ทานยาเสร็จก็เห็นว่าใกล้ถึงเวลาเลิกงานของเมคินแล้ว ชายหนุ่มจึงโทรไปสั่งอาหารจากร้านหน้าคอนโดเลือกอาหารเมนูโปรดของเจ้านายมาสามอย่างต้มจืดกับผัดผักรวมสำหรับตัวเองเพราะหมอสั่งให้งดอาหารรสจัดไปก่อน ระหว่างรออาหารเขาก็จัดการกับของสดในตู้เย็นที่ซื้อมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเลือกของที่หมดอายุใส่ถุงขยะ แล้วนำไปทิ้งข้างล่างก่อนจะเดินไปยังร้านอาหารที่โทรสั่งไว้ กลับมาถึงห้องได้เพียงสิบนาทีเมคินก็กลับมาพอดี “พี่คิน ประชุมเป็นยังไงบ้างเหนื่อยไหม” เขารับกระเป๋ามาวางไว้ที่โต๊ะกลางหน้าโซฟา “สบายๆ วันนี้ไม่มีอะไรมาก นายกินยาก่อนอาหารแล้วใช่ไหม” “เรียบร้อยครับ ผมตั้งปลุกไว้” “ดีแล้วจะได้หายไวๆ พี่ถามนายบ่อย เตือนนายบ่อยก็อย่าเพิ่งรำคาญนะ” “ผมรู้ว่าพี่เป็นห่วงจะรำคาญได้ยังไง” “พอนายไม่ดื้อก็น่ารักดีนะ” เมคินชมก่อนจะเอามือมาขยี้หัวอีกคนจนผมที่หวีเรียบกระจายไม่เป็นทรง พอเห็นคนโดนแกล้งทำปากคว่ำเมคินก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ความอบอุ่นกระจายไปทั้งห้อง ทิวาชอบบรรยากาศสบายๆ แบบนี้ เขายอมผมเสียทรงถ้ามันจะทำให้เมคินอารมณ์ดี “พี่จะกินข้าวเลยไหม” “อือ กินเลยเดี๋ยวเลยเวลาอาหาร นายจะปวดท้องอีก จากนี้พี่ขอสั่งเลยนะ ถ้าพี่กลับช้าหรือติดประชุม นายต้องห่วงพี่ไม่ต่องรอพี่ ให้กินข้าวก่อนได้เลย” “ครับ” “รับปากแล้วก็ต้องทำตามด้วยนะ” “ผมรู้หรอกน่า แต่บางครั้งผมก็ไม่อยากกินข้าวคนเดียว” แต่ก่อนอยู่คนเดียว ทานข้าวคนเดียวมาตลอด แต่ตอนนี้เริ่มไม่ชินกับการทำอะไรคนเดียวไปเสียแล้ว “พี่เข้าใจ พี่ก็ไม่ชอบ แต่บางครั้งมันก็ต้องทำ ถ้างานไม่ด่วนหรือไม่ต้องออกไปไหนพี่จะกินพร้อมนายทุกมื้อโอเคไหม” “โอเครับ” พอเห็นสีหน้าของทิวาแล้วเมคินก็ใจเต้นแรง เพราะดูเหมือนว่าอีกคนนั้นจะดีใจที่เขาพูดออกไปแบบนั้น รอยยิ้มของทิวามันดูสดใสและมีความสุข จนเขาไม่ค่อยอยากให้ชายหนุ่มคนนี้ยิ้มให้ใครเลยนอกจากตัวเขาคนเดียว “พี่ล้างเองได้ นายไปกินยาแล้วนอนพักเถอะ” “ผมทำเอง ผมนอนมาหลายวัน ตัวขี้เกียจเกาะเต็มไปหมดแล้ว พี่คินรีบไปอาบน้ำเถอะครับจะได้พักผ่อน ผมว่าคืนนี้พี่ไม่ควรทำงานต่อนะครับ” “ทำไม นายจะรีบนอนเหรอ” “เปล่าครับ แต่พี่นอนไม่เต็มอิ่มมาหลายคืนแล้ว คืนนี้พักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ก็วันเสาร์นะครับ” “นายก็เหมือนกัน ล้างจานเสร็จก็อย่าลืมกินยาด้วยนะ” “ครับ” พอเมคินเข้าห้องไปแล้วเขาก็ล้างจานต่อจากนั้นทานยาหลังอาหารก่อนจะกลับเข้าห้อง อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เพราะนอนคุยกันก่อนนอนมาถึง 3 คืน พอนอนคนเดียวเงียบก็เลยรู้สึกแปลกไปนิด เขานอนกลิ้งตัวไปมาพยายามฝืนตัวเองให้หลับตา แต่ผ่านไปเป็นเกือบชั่วโมงก็ยังคงนอนไม่หลับอยู่ดี ทิวาดีดตัวออกจากเตียงคิดว่าอยากออกไปหาอะไรอุ่นๆ ดื่ม เผื่อท้องอุ่นแล้วจะดีขึ้น พอเปิดประตูออกมาก็เห็นเมคินยืนอยู่ถือแก้วน้ำอยู่ในครัว “พี่คิน นอนไม่หลับเหรอครับ” “อือ นายล่ะ หรือว่าปวดท้อง” สีหน้าดูกังวลจนเขายิ้มกว้าง “ไม่ปวดท้องแต่นอนไม่หลับ ว่าจะหาอะไรอุ่นๆ กินหน่อย พี่คินเอาด้วยไหม” “ไม่ล่ะ พี่ขี้เกียจแปรงฟัน” ทิวาหยิบนมมาอุ่นในไมโครเวฟ พอเครื่องส่งเสียงเตือนเขาก็หยิบออกมาเป่าเล็กน้อย ส่วนอีกคนก็ยืนรอจนเขาดื่มหมด “ดื่มเสร็จก็ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าไม่ต้องตื่นมาทำอาหารล่ะ เดี๋ยวพี่สั่งร้านประจำให้ จะกินอะไร” “ข้าวต้มก็ได้ครับ ผมยังไม่อยากกินอะไรที่มันย่อยยาก” “งั้นก็ตามนั้น พี่ไปนอนก่อนนะ” “ครับ” ทิวาล้างแก้วเสร็จแล้วก็รีบกลับไปนอน ไม่รู้ว่าเพราะนมอุ่นๆ หรือเพราะได้คุยกับเมคินพอหัวถึงหมอนเขาจึงใช้เวลาเพียงนิดก็หลับลงอย่างง่ายดาย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม