การนอนโรงพยาบาลของทิวาไม่ได้น่าเบื่อเท่าไหร่ ตอนเช้าเขาทบทวนบทเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมตัวสอบโทอิคพอตกบ่ายเมคินก็ส่งไฟล์งานให้ทำ พอตกเย็นเขาก็มาอยู่เป็นเพื่อน ก่อนจะนอนคุยกันจนพยาบาลมาวัดความดันตอนสี่ทุ่มจึงผิดไฟนอน พอตอนเช้าก็สั่งอาหารของโรงพยาบาลมานั่งทานเป็นเพื่อนคนป่วยก่อนไปทำงาน
เช้าวันนี้หมออนุญาตให้ทิวากลับบ้านได้แต่ต้องหลังจากยาฆ่าเชื้อขวดสุดท้ายหมด
“วันนี้นี้พี่คินมีประชุมนะครับ ผมกลับคนเดียวได้”
“ถ้าประชุมเสร็จเร็วจะมารับนะ”
“ตามใจครับ แต่ถ้าผมทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่ยังประชุมไม่เสร็จผมจะนั่งแท็กซี่กลับ ตอนเย็นค่อยเจอกัน”
ทิวาไม่ได้ห้ามถ้าเขาจะมารับเพราะรู้ว่าพูดไปก็เหนื่อยเปล่า อย่างสองวันที่ผ่านมานี้เขาก็บอกให้เมคินกลับไปนอนที่ห้องเพราะไม่อยากให้นอนบนโซฟา แต่ก็เหมือนอีกคนไม่สนใจฟังเลยแม้แต่น้อย
“อือ พี่ไปทำงานก่อนนะ อย่าดื้อกับคุณพยาบาลล่ะ”
“ผมว่าพี่รีบไปเถอะครับ ถ้าออกสายกว่านี้รถจะติดเอานะครับ” เขาเตือนพร้อมกับส่งกระเป๋าเอกสารให้บอสหนุ่ม ใช้มือดันแผ่นหลังให้เขาเดินออกจากห้อง
พอบอสกลับไปแล้วทั้งห้องก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง เขานอนอยู่บนเตียงกว้าง นั่งฟังบทความภาษาอังกฤษจบไปหลายบทความจนเริ่มเบื่อ
“ผมจะกลับได้ตอนไหนครับ” เมื่อพยาบาลเข้ามาถอดสายน้ำเกลือตอนสิบเอ็ดโมงเช้าทิวาก็ถามขึ้น
“หลังอาหารกลางวันก็เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ครับ จะเป็นอะไรไหมถ้าถึงตอนนั้นผมจะรบกวนให้เรียกแท็กซีให้”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา แต่ฉันนึกว่าคนที่มาเฝ้าคุณเขาจะมารับเสียอีก”
“เขาไม่ว่างน่ะครับ”
“ไม่ว่างหรือคุณรีบออกก่อนถึงเวลาเขามาคะ ถ้ามาไม่เจอคุณเขาคงเสียใจมากนะคะ เพราะดูแล้วผู้ชายคนนั้นเป็นห่วงคุณมาก”
“บอสก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ห่วงทุกคน”
“เป็นบอสหรอกเหรอคะ นึกว่าเป็นเพื่อน หรือพี่น้องเสียอีก”
“ครับเป็นบอส”
“คุณโชคดีจังนะคะ ที่ได้บอสน่ารักแบบนี้” พยาบาลสาวกล่าวแล้วยิ้ม ก่อนที่เธอจะเข็นรถอุปกรณ์ออกไป
ทิวารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของใช้ที่เมคินขนมาจากห้องลงกระเป๋า เพื่อรอเวลาที่จะได้กลับคอนโด
หลังอาหารมื้อกลางวันพยาบาลก็โทรเข้ามาแจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็ยกกระเป๋าขึ้นจากเตียงจังหวะนั้นประตูก็เปิดกว้าง
“พี่คิน ประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ” เขาไม่คิดว่าเจ้านายจะประชุมเสร็จเร็วถึงเพียงนี้
“เปล่า เลื่อนไปตอนบ่ายแล้ว” เพราะคิดว่าตัวเองคงไม่มีสมาธิประชุม ก็เลยเลื่อนออกไปก่อน
“เพราะผมเหรอครับ”
“คิดว่าไงล่ะ ไปเถอะ”
เมคินรีบแย่งกระเป๋าในมือมาถือไว้ก่อนจะเดินนำเขาลงไปยังลานจอดรถ
“พี่คินทานข้าวกลางวันหรือยังครับ”
“ยังเลยรีบมารับนายก่อน”
“งั้นแวะที่ร้านประจำไหม ผมจะสั่งให้”
“นายทานแล้วใช่ไหม”
“ครับ พี่ก็รู้ว่าผมต้องกินอาหารตรงเวลา แล้วผมก็มียาที่ต้องกินด้วย แต่ไม่เป็นไรผมนั่งรอได้ ผมสั่งให้นะ”
พอถึงร้านอาหารเมคินก็นั่งทานข้าว ส่วนเขาสั่งผลไม้มานั่งทานเป็นเพื่อน
ออกจากร้านอาหารบอสหนุ่มขับรถมาส่งเลขา จากนั้นตัวเองก็ต้องรีบกลับไปประชุม เขารู้ดีว่าทิวากลับเองได้ แต่ก็อยากมารับเพราะความเป็นห่วงคำเดียวเท่านั้น
ทิวากลับขึ้นมาบนห้องด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาดๆ ไม่เคยมีใครเป็นห่วงและเอาใจใส่เขามากเท่าเมคินมาก่อน
เขาอดเปรียบเทียบเมคินกับแอนแฟนเก่าของเขาไม่ได้เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขานอนโรงพยาบาล ทิวาเคยเป็นไข้หวัดใหญ่นอนอยู่โรงพยาบาล แต่แฟนของเขามาเยี่ยมแค่วันแรก แถมยังยืนอยู่ห่างจนแทบจะต้องตะโกนคุยกัน เพียงเพราะกลัวติดหวัดจาก ทั้งๆ ที่หมอก็บอกแล้วว่าถ้าทั้งคู่สวมมาสก์โอกาสติดก็น้อยมาก แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมเข้าใกล้ เขาต้องอยู่โรงพยาบาลคนเดียวตลอดหลายวัน ตอนนั้นเขาทั้งเหงา ทั้งเสียใจและน้อยใจ แต่ก็ทำอะไรมาได้เพราะคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่เขารักและอยากจะใช้ชีวิตด้วยตลอด เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุขจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเองเลย
ตั้งแต่มาอยู่กับเมคิน เขารู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้น
ทิวานั่งเหม่อจนเสียงนาฬิกาเตือนให้ทานยาก่อนอาหารแม้อาการปวดท้องหายสนิทแล้วแต่เขายังต้องทานยาต่ออีกหลายวัน ทานยาเสร็จก็เห็นว่าใกล้ถึงเวลาเลิกงานของเมคินแล้ว ชายหนุ่มจึงโทรไปสั่งอาหารจากร้านหน้าคอนโดเลือกอาหารเมนูโปรดของเจ้านายมาสามอย่างต้มจืดกับผัดผักรวมสำหรับตัวเองเพราะหมอสั่งให้งดอาหารรสจัดไปก่อน
ระหว่างรออาหารเขาก็จัดการกับของสดในตู้เย็นที่ซื้อมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเลือกของที่หมดอายุใส่ถุงขยะ แล้วนำไปทิ้งข้างล่างก่อนจะเดินไปยังร้านอาหารที่โทรสั่งไว้
กลับมาถึงห้องได้เพียงสิบนาทีเมคินก็กลับมาพอดี
“พี่คิน ประชุมเป็นยังไงบ้างเหนื่อยไหม” เขารับกระเป๋ามาวางไว้ที่โต๊ะกลางหน้าโซฟา
“สบายๆ วันนี้ไม่มีอะไรมาก นายกินยาก่อนอาหารแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยครับ ผมตั้งปลุกไว้”
“ดีแล้วจะได้หายไวๆ พี่ถามนายบ่อย เตือนนายบ่อยก็อย่าเพิ่งรำคาญนะ”
“ผมรู้ว่าพี่เป็นห่วงจะรำคาญได้ยังไง”
“พอนายไม่ดื้อก็น่ารักดีนะ”
เมคินชมก่อนจะเอามือมาขยี้หัวอีกคนจนผมที่หวีเรียบกระจายไม่เป็นทรง พอเห็นคนโดนแกล้งทำปากคว่ำเมคินก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ความอบอุ่นกระจายไปทั้งห้อง ทิวาชอบบรรยากาศสบายๆ แบบนี้ เขายอมผมเสียทรงถ้ามันจะทำให้เมคินอารมณ์ดี
“พี่จะกินข้าวเลยไหม”
“อือ กินเลยเดี๋ยวเลยเวลาอาหาร นายจะปวดท้องอีก จากนี้พี่ขอสั่งเลยนะ ถ้าพี่กลับช้าหรือติดประชุม นายต้องห่วงพี่ไม่ต่องรอพี่ ให้กินข้าวก่อนได้เลย”
“ครับ”
“รับปากแล้วก็ต้องทำตามด้วยนะ”
“ผมรู้หรอกน่า แต่บางครั้งผมก็ไม่อยากกินข้าวคนเดียว”
แต่ก่อนอยู่คนเดียว ทานข้าวคนเดียวมาตลอด แต่ตอนนี้เริ่มไม่ชินกับการทำอะไรคนเดียวไปเสียแล้ว
“พี่เข้าใจ พี่ก็ไม่ชอบ แต่บางครั้งมันก็ต้องทำ ถ้างานไม่ด่วนหรือไม่ต้องออกไปไหนพี่จะกินพร้อมนายทุกมื้อโอเคไหม”
“โอเครับ”
พอเห็นสีหน้าของทิวาแล้วเมคินก็ใจเต้นแรง เพราะดูเหมือนว่าอีกคนนั้นจะดีใจที่เขาพูดออกไปแบบนั้น รอยยิ้มของทิวามันดูสดใสและมีความสุข จนเขาไม่ค่อยอยากให้ชายหนุ่มคนนี้ยิ้มให้ใครเลยนอกจากตัวเขาคนเดียว
“พี่ล้างเองได้ นายไปกินยาแล้วนอนพักเถอะ”
“ผมทำเอง ผมนอนมาหลายวัน ตัวขี้เกียจเกาะเต็มไปหมดแล้ว พี่คินรีบไปอาบน้ำเถอะครับจะได้พักผ่อน ผมว่าคืนนี้พี่ไม่ควรทำงานต่อนะครับ”
“ทำไม นายจะรีบนอนเหรอ”
“เปล่าครับ แต่พี่นอนไม่เต็มอิ่มมาหลายคืนแล้ว คืนนี้พักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ก็วันเสาร์นะครับ”
“นายก็เหมือนกัน ล้างจานเสร็จก็อย่าลืมกินยาด้วยนะ”
“ครับ”
พอเมคินเข้าห้องไปแล้วเขาก็ล้างจานต่อจากนั้นทานยาหลังอาหารก่อนจะกลับเข้าห้อง อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน
เพราะนอนคุยกันก่อนนอนมาถึง 3 คืน พอนอนคนเดียวเงียบก็เลยรู้สึกแปลกไปนิด เขานอนกลิ้งตัวไปมาพยายามฝืนตัวเองให้หลับตา แต่ผ่านไปเป็นเกือบชั่วโมงก็ยังคงนอนไม่หลับอยู่ดี
ทิวาดีดตัวออกจากเตียงคิดว่าอยากออกไปหาอะไรอุ่นๆ ดื่ม เผื่อท้องอุ่นแล้วจะดีขึ้น พอเปิดประตูออกมาก็เห็นเมคินยืนอยู่ถือแก้วน้ำอยู่ในครัว
“พี่คิน นอนไม่หลับเหรอครับ”
“อือ นายล่ะ หรือว่าปวดท้อง” สีหน้าดูกังวลจนเขายิ้มกว้าง
“ไม่ปวดท้องแต่นอนไม่หลับ ว่าจะหาอะไรอุ่นๆ กินหน่อย พี่คินเอาด้วยไหม”
“ไม่ล่ะ พี่ขี้เกียจแปรงฟัน”
ทิวาหยิบนมมาอุ่นในไมโครเวฟ พอเครื่องส่งเสียงเตือนเขาก็หยิบออกมาเป่าเล็กน้อย ส่วนอีกคนก็ยืนรอจนเขาดื่มหมด
“ดื่มเสร็จก็ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าไม่ต้องตื่นมาทำอาหารล่ะ เดี๋ยวพี่สั่งร้านประจำให้ จะกินอะไร”
“ข้าวต้มก็ได้ครับ ผมยังไม่อยากกินอะไรที่มันย่อยยาก”
“งั้นก็ตามนั้น พี่ไปนอนก่อนนะ”
“ครับ”
ทิวาล้างแก้วเสร็จแล้วก็รีบกลับไปนอน ไม่รู้ว่าเพราะนมอุ่นๆ หรือเพราะได้คุยกับเมคินพอหัวถึงหมอนเขาจึงใช้เวลาเพียงนิดก็หลับลงอย่างง่ายดาย