“ รีบมานีน่า ก่อนที่พี่จะโมโห “
เอือก
ฉันกลืนน้ำลายลงคอทันทีที่เห็นสายตาดุปนโมโหของพี่เทลที่มองมา
ฉันหันมามองหน้าเพื่อนสองคนอย่างขอความเห็น
“ ไปเถอะเพื่อนรัก แล้วกลับมาเราค่อยคุยกัน “ นาเดียร์ยิ้มหวานให้ฉันแล้วพูดเสียงเค้น
“ ใช่ ไปเถอะ แล้วค่อยกลับมาคุยกัน “ เอวาเองก็ไม่ต่างกับนาเดียร์
ไม่ต้องสืบเลยว่ากลับว่าแล้วยัยพวกนี้นี่ต้องสืบสวนฉันจนยับแน่ๆ
“ งั้นเจอกันนะ เดี๋ยวโทรหา “ ฉันพยักหน้าให้เพื่อนเพื่อนแล้วเดินถือแก้วตามพี่เทลไปทันที
พี่เทลเดินนำไปแล้วฉันก็เดินตามหลังเขาไม่กี่ก้าว
แล้วสิ่งที่ฉันรู้สึกได้คือสายตาของคนรอบข้างที่มองมา ซึ่งรับรู้ได้ถึงสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ นี่แสดงว่าพี่เทลนี่คงดังพอสมควร ก็นะ ได้ยินพี่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเขาเป็นเดือนวิศวะนี่นา สาวก็คงเยอะพอสมควร ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขาอันตราย
“ อ้าวๆ เห้ย ไอ้เทล พาใครมาว่ะ “ แล้วพอเดินเข้ามาใกล้บริเวณโต๊ะที่ฉันเห็นว่ามีพี่ว๊ากคณะฉันที่คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนกับพี่เทลก็มีคนทักขึ้นทันที
“ เห้ยๆ เด็กคณะกู เสือซุ้มป่าวว่ะ “ พี่พาสต้า พี่ว๊ากของคณะฉันพูดขึ้นพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม พี่กอหญ้ากับอิงฟ้าก็ยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร ฉันจึงก้มหัวให้พวกเขาไปเพราะตอนนี้มือฉันถือน้ำอยู่
พี่เทลเดินไปนั่งที่ว่างแล้วเอาจานฉันไปวางไว้ข้างๆ จากนั้นก็หันมามองหน้าฉันนิ่งๆ เชิงสั่งว่าให้มานั่ง
ฉันจึงเดินไปนั่งข้างๆเขาอย่างว่าง่าย ไม่ใช่อะไรนะ
หิวจ๊ะ
พอนั่งลงแล้วฉันก็มองจานตัวเองชัดๆแล้วกลืนน้ำลายลงเอือกใหญ่
ฉันเป็นคนไม่กินเผ็ดน่ะ แล้วตะกี้มัวแต่ตกใจที่เจอพี่เทล เลยลืมสั่งแม่ค้าว่าไม่เผ็ด ไม่น่าเห็นคนหล่อแล้วตะลึงเลยยัยนีน
“ ทำไมไม่กิน? “ คนข้างๆพูดขึ้นทำให้ฉันหันไปเบะปากให้เขาอย่างไม่ตั้งใจ มันชินเวลาอยู่กับเพื่อนหรือพ่อแม่อ่ะ เวลาไม่ได้ดั่งใจฉันชอบทำแบบนี้
“ พี่ว่ามันจะเผ็ดมั้ย “ ฉันถามเขาแล้วก้มมองจานตัวเองอย่างเดิม
“ ไม่กินเผ็ด? “ เขามองจานฉันแล้วเงียบไปซักพักแล้วถามต่อ
“ ค่ะ “ ฉันเงยหน้าขึ้นไปพยักหน้าให้เขาหงึกๆ
“ แล้วทำไมไม่สั่งเขาว่าไม่เผ็ด “ พี่เทลทำหน้าดุแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนั่นทำให้ฉันรีบหยิบช้อนขึ้นมาทันที
ไม่ได้นะนีน่า เธอกับเขาไม่ใช่คนที่จะไปงอแงด้วยได้
แต่ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันไปกินข้าวกับเพื่อนๆฉันนะ ไม่งั้นป่านนี้นาเดียร์คงเอาข้าวของเธอมาให้ฉันกินแล้วแน่ๆ
ฉันตักข้าวขึ้นมากินโดยที่มีกับข้าวติดมาเล็กน้อย
นี่ขนาดเล็กน้อยนะ ฉันยังรู้สึกเผ็ดเลย
แล้วพอกินไปได้ 3 คำ ฉันก็ทนไม่ไหว รีบหยิบน้ำขึ้นมาดูดทันที
“ มึงก็แกล้งน้อง ดูดิหน้าแดงหมดแล้ว “ ฉันหันไปมองพี่ราชาที่พูดขึ้นนิ่งๆ
“ ไปซื้อใหม่ไหมน้องนีน่า “ พี่อิงฟ้าถามขึ้น
ซึ่งฉันก็คิดว่าคงต้องไปซื้อใหม่ กินต่อไปมีหวังแสบท้องตายแน่ๆ
“ ไม่ต้อง “ แล้วเสียงเข้มจากคนข้างๆก็ดังขึ้นพร้อมกับจานข้าวของเขาเลื่อนมาวางไว้ตรงหน้าฉันแล้วหยิบจานฉันไปไว้หน้าเขา
“ หึ ทำเป็นฟอร์ม จะให้น้องเขาดีๆแต่แรกก็ไม่ให้ “ พี่คนที่นั่งข้าม ใส่ชุดช็อปพูดขึ้นอย่างเอือมๆ
“ เอ่อ เดี๋ยวหนูไปซื้อใหม่ค่ะ “ ฉันหันไปมองหน้าเขาแล้วพูดขึ้นเบาๆ
“ พูดมากน่า กินๆไป “ พี่เทลว่าแล้วก็หยิบช้อนขึ้นมากินข้าวของฉันต่อ
“ พะ พี่เทล “ ฉันเรียกชื่อเขาอย่างตกใจ ซึ่งพี่เทลก็หันมามองหน้าฉันแล้วเลิ่กคิ้วขึ้นเชิงถามว่ามีอะไร
“ เอ่อ “ พอสบตาเขาแล้วก็พูดไม่ออกซะงั้น
“ กินข้าวไป ถ้าไม่กินเจอดีแน่ “
พอได้ยินอย่างงั้นฉันก็รีบก้มหน้าก้มตากินข้าวทันที
“ มึงมีรับน้องตอนบ่ายหรอว่ะ “ ปากกินแต่หูก็ฟังพี่ๆเค้าคุยอยู่อ่ะนะ
“ อือ วันนี้เข้าห้องเชียร์ “ พี่เทลตอบแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ
“ แล้วตกลงรับน้องรวมที่ไหนว่ะ “
“ เห็นว่าทะเล “
แล้วพี่ๆก็คุยกันเรื่องรับน้องนอกสถานที่ที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 อาทิตย์ ซึ่งฉันก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะบางอย่างฉันก็ไม่เข้าใจกฏของวิศวะนัก
“ พี่เทล “ เมื่ออิ่มแล้วฉันก็หันไปสะกิดคนข้างๆ เพราะตอนนี้น้ำฉันหมดแล้ว ตั้งแต่ดูดครั้งแรกนู้น
“ หื้ม “ พี่เทลที่กินข้าวหมดตั้งนานแล้วหันมามองฉัน
“ หนูอิ่มแล้ว ไปหาเพื่อนได้มั้ย “ ฉันบอกเขาไป
“ เดี๋ยวค่อยไป ยังไม่ถึงเวลา “ พี่เทลตอบแล้วเอาจานข้าวไปซ้อนกันไว้
“ แต่หนูจะไปซื้อน้ำด้วยอ่ะ น้ำหนูหมดแล้ว “ ฉันบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงไป
แล้วพี่เทลก็หันไปหยิบน้ำที่เขาบอกให้ฉันซื้อมาสองขวดนั้นที่เหลืออยู่ในถุงขวดนึงมาเปิดแล้วหยิบหลอดมาเสียบแล้วยื่นให้ฉัน
ฉันมองเขาตาปริบๆ
“ บอกให้ซื้อมาเผื่อนั่นแหละ น้ำแค่นั้นมันจะพออะไร ดูดครั้งเดียวก็หมดแล้ว “ เขาว่าแล้วปรายตามองแก้วน้ำหวานฉัน
ฉันจึงฉีกยิ้มให้เขาแล้วรับขวดน้ำมาดูด
ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราพึ่งรู้จักกัน เพราะเขาดีกับฉันมากๆเลยแหละ
“ เอาโทรศัพท์มา “ แล้วจู่ๆพี่เทลก็พูดขึ้น ฉันจึงหันไปมองเขาว่าเขาพูดกับใคร
“ โทรศัพท์ “ ซึ่งเขาก็มองหน้าฉันแล้วพูดย้ำ
ฉันจึงชี้มือเข้าหาตัวเองเชิงถามว่า หนูหรอ
พี่เทลไม่ตอบแต่พยักหน้านิ่งๆ
“ เอาไปทำไมอ่ะ “ ฉันถามแต่ก็หยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ายื่นให้เขาไป
พี่เทลไม่ตอบแต่หยิบโทรศัพท์ฉันไป
“ รหัส? “ แต่แล้วเขาก็ยื่นกลับมาให้ฉัน
ฉันมองหน้าเขาเล็กน้อยแล้วยื่นมือไปสแกนนิ้วโทรศัพท์ให้เขา
แล้วผ่านไป 5 นาที พี่เทลก็ยังไม่คืนโทรศัพท์ให้ฉัน พอฉันชะโงกหน้าไปดูเขาก็เบี่ยงตัวหนีไม่ให้ฉันดู
“ น้องนีน่า ป่ะ “ เมื่อถึงเวลาแล้วพี่อิงฟ้าและพี่กอหญ้าก็ลุกขึ้นแล้วหันมาชวนฉัน
“ ค่ะ “ จึกๆ ฉันพยักหน้ารับแล้วหันไปสกิดคนข้างๆ
พี่เทลหันหน้ามาเลิ่กคิ้วให้ฉัน
“ หนูต้องไปแล้ว ขอโทรศัพท์หน่อยค่ะ “ ฉันบอกเขาไป
“ เมื่อเช้ามายังไง “ แต่พี่เทลกลับถามไปเรื่องอื่น
“ ขับรถมาเองค่ะ “ ฉันตอบเขาไปงงๆ
“ งั้นตอนเย็นไปหาที่คณะพี่ “ ห๊ะ ฉันยิ่งงงหนักเข้าไปอีก
“ ไปไมอ่ะ “ ฉันถามหน้างงๆ
“ อย่าถามมากน่า “
“ เอ่า “ แล้วพี่เทลก็ลุกขึ้นเก็บจานทันที ทิ้งให้ฉันมองตามหน้างงๆ แล้วที่สำคัญคือ เขาถือโทรศัพท์ฉันไปด้วยนี่สิ ฮัลโหล
“ ทำตามที่มันบอกเถอะน้องนีน่า “ พี่ราชาบอกฉันแล้วเดินตามเพื่อนเขาไป
“ ไปกันเถอะน้องนีน่า “ พี่อิงฟ้าพูดขึ้นอีกครั้ง ฉันจึงพยักหน้าแล้วเก็บของเดินตามพี่ๆไปใต้ตึกคณะที่เพื่อนๆเริ่มรวมตัวกันแล้ว