อีกไม่กี่วันจะต้องเดินทางไกล เจษณะเลยรู้สึกคิดถึงลัลล์นลินมากเป็นพิเศษ เร่งสาวเท้าตรงไปยังห้องนอน หวังจะกกกอดร่างบางนุ่มนิ่มให้เต็มตื้นชื่นใจ ตุนความคิดถึงเอาไว้ก่อน ทว่านอกจากห้องโล่งๆ ว่างเปล่า เขาไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่เฝ้าคิดถึง
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
ลัลล์นลินไปไหน?
เธอลืมไปแล้วรึไงว่าพวกเขาหมั้นกันแล้ว ก็เหมือนเป็นภรรยาของเขาไปครึ่งตัวแล้ว เธอควรจะอยู่รอคอยเอาอกเอาใจเขาในห้องนี้สิ
ไม่รู้จักหน้าที่ซะบ้างเลย!
เจษณะออกจากห้องตรงมาที่ห้องของลัลล์นลิน ไม่เคาะประตูก็ถือวิสาสะเปิดเข้าไป เห็นตัวคนนั่งอยู่เงียบๆ บนเตียงไม่มีการขยับเขยื้อน
เขารู้ว่าเธอได้ยินเสียง รู้ว่าเป็นเขา แต่เธอไม่สนใจ แม้แต่หางตาก็ยังไม่เหลือบมอง
เจษณะนึกฉุนที่ถูกเมิน ขายาวก้าวพรวดประชิดดึงตัวลัลล์นลินให้หันมาเผชิญหน้ากัน อยากจะลงโทษคนอวดดีให้เข็ดหลาบ แต่พอสัมผัสได้ถึงความหงอยเหงาบนใบหน้า แววตาอ้างว้างโดดเดี่ยวราวกับไร้ที่พึ่งพิง ใจเขาก็อ่อนยวบระคนปวดใจ
เขารวบตัวเธอเข้ามากอดแนบอก ยกมือลูบผมสลวยอย่างอ่อนโยน ขณะเอ่ยถาม
“เป็นอะไร”
“เปล่าค่ะ” เธอตอบส่งๆ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก ความเงียบงันครอบคลุมพวกเขาทันที ทำให้เจษณะรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหว
“เธอไม่คิดจะสนใจคู่หมั้นตัวเองเลยรึไงฮึ!” ปลายเสียงบ่งบอกว่าไม่พอใจ
“ฉันต้องสนใจด้วยเหรอคะ?” เธอยังคงถามเขาอย่างไร้อารมณ์
ชายหนุ่มดันตัวลัลล์นลินออก แล้วถามอย่างเอาเรื่อง
“เธอคิดว่าไงล่ะ?”
“ฉันคิดว่าไม่จำเป็น”
“ไม่จำเป็น?” เขาคำรามเสียงต่ำทวนคำพูดของเธอ “ในเมื่อเราเป็นคู่หมั้นกัน หน้าที่ของเธอก็คือการดูแลเอาใจใส่ฉัน”
“คุณก็รู้ดีว่าเราหมั้นกันเพราะอะไร”
“จะเพราะอะไรก็ช่าง! แต่ยังไงซะเธอก็ควรระลึกเอาไว้ให้มากๆ ว่าเธอคือ ‘คู่หมั้น’ ของฉัน”
ลัลล์นลินสงบนิ่งเหมือนก้อนหินที่ไม่ว่าจะถูกกระทบอย่างไรก็ไม่มีผล แต่เธอรู้ดีว่าภายในใจไม่ได้สงบอย่างที่แสดงออก
คู่หมั้น?
สนใจเขา?
ดูแลเขา?
ฟังสิ่งที่เขาเรียกร้อง ลัลล์นลินได้แต่เพียงยิ้มเยาะ น้ำตาก็ขู่ร่ำๆ จะไหลออกมาให้ได้ หัวใจเธอถูกบีบเค้นปวดร้าวจากคำพูดของเขา ทั้งที่ตลอดมาเป็นเขาที่เย็นชากับเธอ ทรมานเธอ มองเธอด้วยความเกลียดชังไม่ต่างจากศัตรู
บางครั้งเธอยังอดกลัวใจเขาไม่ได้เลยว่า ถ้าในมือของเขาถือดาบ เขาคงจะฟันคอเธอฉับ แล้วโยนไปให้อมลฉวีเตะเล่นแล้วละ
แต่ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น?
ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป ทำไมถึงไม่ชัดเจนกับเธอ?
เจษณะพยายามเข้ามาปั่นป่วนทำให้ชีวิตเธอวุ่นวายเพื่ออะไร ต่างคนต่างอยู่เหมือนเมื่อก่อนก็ดีแล้วนี่ เขาทำให้เธอสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ และเธอก็ยิ่งหมดความอดทนกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ลัลล์นลินอยากจะหัวเราะงอหงายทุกครั้งที่ได้ยินเขาพูดว่าเธอเป็นคู่หมั้น เขาทำราวกับให้เกียรติและให้สิทธิ์เธอเสียเต็มประดา หลังจากทำให้เธอเจ็บช้ำ ผิดหวังซ้ำๆ จนหัวใจแตกสลาย เขาก็ยื่นลูกอมรสหวานมาให้ แสร้งทำดีเป็นห่วงเป็นใยเธอ
นี่นับว่าคืออะไรกัน?
ตลกร้าย หรือ ความเมตตา?
ถ้าเป็นอย่างหลัง... งั้นเธอก็ขอปฏิเสธมัน!
หญิงสาวยกมือดันอกเขาพร้อมกับผละตัวออกห่างไปนั่งอยู่ไกลๆ คนละมุมเตียง จงใจเว้นระยะกับเขา พูดอย่างหมางเมิน
“คุณมีอะไรจะสั่งฉัน ก็รีบๆ พูดมาเถอะค่ะ”
เธอคลี่ผ้าห่มออก เอาตัวแทรกเข้าไป นัยว่าถ้าเขาไม่มีอะไรแล้ว เธอต้องการพักผ่อน และเขาควรออกจากห้องเธอไปเสียที
ดวงตาเฉียบคมมองผู้หญิงตรงหน้า ไม่มีใครกล้าปฏิเสธเขา แต่เธอไม่เพียงจะกล้า ยังอาจหาญไล่เขาอีกด้วย
เก่ง! เก่งมาก! อวดดีไม่เคยเปลี่ยน…
สีหน้าของเจษณะแปรเปลี่ยนเป็นอันตรายในพริบตา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาเอื้อมมือกระชากตัวเธอเข้ามาปะทะอกแกร่ง กอดรัดร่างบางเหนียวแน่นเหมือนงูรัดเหยื่อ ไม่สนว่าจมูกของเธอจะเจ็บจนแดงเพราะแรงกระแทกเต็มๆ
ใครอยากใช้ให้เธอกล้ามาอวดดีกับเขาล่ะ?
“จะทำอะไร”
เธอถลึงตาใส่เขา ผิดกับในอกที่เต้นแรงระส่ำ เริ่มรู้รางๆ แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ความตื่นตระหนกทำให้เธอเริ่มดิ้น สะบัดตัวอย่างรุนแรง แต่ไม่ทันไรก็ถูกเขาจับกดลงบนเตียง
ตุบ!
“คุณเป็นบ้าอะไร...หา!”
เธอกรีดร้องเสียงหลงเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับฟูกนุ่ม พยายามดันตัวดิ้นรนสุดกำลัง ติดที่ข้อมือถูกเขารวบขึงเหนือศีรษะ ทั้งตัวถูกร่างกายกำยำหนั่นแน่นกดทับจนแทบหายใจไม่ออก ท่อนขาสอบเพรียวสอดแทรกอยู่กลางหว่างขาเรียวของเธอ สยบเธอไว้ด้วยพละกำลังที่เหนือชั้นกว่า
“เธอก็รู้จักฉันดีนี่ว่าฉันบ้าได้มากแค่ไหน แต่ก็ยังจะกล้ายั่วโมโหฉันอีก งั้นก็รับผลที่ตามมาเองแล้วกัน”
นิ้วหยาบกร้านเคลื่อนเป็นวงกลมลูบไล้พวงแก้มนุ่ม ปัดผ่านลำคอระหงอย่างเย้ายวน ลากเรื่อยต่ำลงมายังกระดูกไหปลาร้าที่โผล่พ้นคอเสื้อทรงสี่เหลี่ยม เล้าโลมลูบคลึงหนักสลับเบา สร้างความวาบหวิวซ่านเสียวให้เกิดบนผิวกายอ่อนนุ่มจนขนลุกชัน
ความเย็นบนปลายนิ้วเขาลูบไล้สัมผัสผิวเธอไปทั่ว ทำให้เธอสะดุ้งหายใจไม่ทั่วท้อง มันเลื่อนสูงลงต่ำเคลื่อนซ้ายเคลื่อนขวาอย่างไม่มีจังหวะที่แน่นอน แต่ทุกที่ที่ลากผ่านเหมือนจุดประกายไฟที่เร่าร้อนบนตัวเธอ ทำให้เธอสยิวจนแทบจะกลั้นเสียงครางไว้ไม่ไหว
“ออกไป... คุณออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” ลัลล์นลินกัดฟัน
เจษณะเลิกคิ้ว มองเธออย่างกวนๆ แล้วทอดกายเหยียดยาวนอนตะแคงข้างๆ เธอ ยกมือยันศีรษะไว้ข้างหนึ่ง แม้จะอยู่ในท่วงท่าสบายๆ แต่ความแข็งแรงกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย ขาที่ก่ายขาเธอกดแน่นเหมือนหินที่หล่นทับจนเธอขยับหนีไม่ได้ ส่วนท่อนแขนที่พาดผ่านกลางทรวงอกก็ตรึงตัวเธออย่างแน่นหนา
“เธอเป็นคนเริ่มเองนะ”
“ไปให้พ้น!” เธอตะโกนใส่หน้าเขา
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงทุ้มต่ำเซ็กซี่ สายตามองเธออย่างยั่วเย้า ค่อยๆ ก้มหน้าลงมาใกล้เป่าลมหายใจรดใบหน้าเธอให้กลายเป็นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากกระซิบข้างหูว่า
“มาลองดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันไม่ยอมออกไป”