เจษณะร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน รู้สึกได้ว่าริมฝีปากของเขาแห้งผาก แค่กลืนน้ำลายก็ยังทำไม่ได้ สมองและหัวใจปั่นป่วนยุ่งเหยิง ช่วงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีกลายเป็นความเศร้าโศกเสียใจเหมือนยาวนานนับศตวรรษ
เขายื่นมือออกไปอย่างเก้ๆ กังๆ คำพูดของลัลล์นลินร้ายแรงและมีผลกระทบกับเขามากเกินไป เกินกว่าที่หัวใจของเขาจะรับไหว จิตใจจึงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรและทำอะไรไม่ถูก สมองของเขาเกิดช็อตขึ้นมาเสียดื้อๆ ทำได้แค่สบสายตาเย็นชาจากเธอ
“ฉันเกลียดคุณ...คุณเจษณะ ฉันจะเกลียดคุณตราบเท่าที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ต่อให้วันหนึ่งฉันแก่จนความจำเสื่อม แต่เรื่องเดียวที่ฉันจะไม่มีวันลืมก็คือความจริงที่ว่า ฉัน ‘เกลียด’ คุณ”
รูม่านตาของเจษณะหดเกร็งเหมือนสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บสาหัส หัวใจบีบรัดแน่นเหมือนจะหยุดหายใจ จนเกือบจะเผลอยกมือขึ้นกุมหน้าอกเอาไว้ เขาเพิ่งรู้ซึ้งว่าลัลล์นลินเกลียดชังเขามากแค่ไหนก็วันนี้เอง
เขาไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดมากขนาดนี้มาก่อน เจ็บอย่างอธิบายไม่ถูก...
เธอทำทุกอย่างเพื่อหนีไปจากเขา
ทำไม?
เพราะเขาเย็นชากับเธอ?
เขาใจร้ายกับเธอมากเกินไปหรือ?
เขาทำให้เธอเจ็บปวดมากใช่ไหม?
เธอถึงได้ถอดใจ เลิกรัก เลิกหวังและเลิกรอคอยเขาอีกต่อไป...
มีความหวาดวิตกก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายใต้สีหน้าที่เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาก่นด่าตัวเองที่อวดดี มั่นใจเกินไปว่าเขากับลัลล์นลินไม่มีวันตัดขาดกันได้เด็ดขาด เพราะเธอรักเขา ต่อให้เขาใจร้ายหรือเย็นชากับเธอ ทำไม่ดีกับเธอสักเท่าไร เธอก็ยังคงให้อภัยเขา ยังรอเขาอยู่เสมอ สายตาและหัวใจของเธอไม่เคยห่างหายจากเขาไปไหน
แต่วันนี้... วันที่เธอหันหลังให้เขา เขาก็รู้สึกเหน็บหนาว หัวใจมืดมนอ้างว้างจนกลายเป็นความหวาดกลัว ตอนนี้เขามีเพียงสองทางเลือกคือ...
ปล่อยเธอไปหรือยอมให้เธอเกลียดเขาแบบนี้
หัวใจของเขาจมดิ่งลงทันที ไม่อาจคิดถึงวันที่เขาไม่มีเธออยู่เคียงข้างได้เลย เขารักลัลล์นลิน ไม่สามารถปล่อยเธอไปได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฉะนั้นก็ปล่อยให้เธอเกลียดเขาเถอะ อยากจะเกลียดเขามากแค่ไหนก็ตามสบาย ขอเพียงอย่างเดียวให้เธอยังอยู่ข้างกายเขาก็พอ
ชายหนุ่มพลิกตัวลุกจากเตียง จับผ้าห่มตลบห่อตัวเธอแน่นหนา แล้วอุ้มหญิงสาวตัวลอยเดินดุ่มๆ ออกจากห้องตรงไปห้องนอนของเขา
“ปล่อยฉัน! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น นี่คือห้องของฉัน ฉันจะอยู่ที่นี่” ลัลล์นลินตะโกนผ่านผ้าห่มผืนหนาที่คลุมตัวเธอเหมือนมัมมี่
“ไม่ใช่แล้ว ตอนนี้ห้องที่เธอควรอยู่ก็คือห้องฉัน”
“ไม่! ฉันไม่ไป”
“ไม่ได้! เธอเคยเห็นผัวเมียแยกห้องนอนกันรึไง” เขากระชับอ้อมแขนเหนียวแน่น
“คุณเป็นแค่คู่หมั้น ไม่ใช่พ่อฉัน!”
เป็นตายร้ายดีเธอก็จะไม่ยอมออกไปเป็นอันขาด ใครใช้ให้เขามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเธอแบบนี้?
“ถ้าเธอยังดิ้นอยู่ละก็ ฉันจะไม่เป็นแค่พ่อ แต่จะเป็นสามีของเธอเดี๋ยวนี้เลย!”
ดวงตาของเขาแข็งกร้าว ทั่วทั้งตัวเย็นชาแผ่รังสีความโหดร้ายออกมาชนิดที่ไม่ยินยอมให้ต่อรอง เขาไม่ปริปากพูดอีกกระทั่งถึงห้องนอน เปิดประตูก้าวพรวดไม่กี่ก้าวก็ถึงขอบเตียง เขาอยากจะโยนเธอลงบนเตียงดังโครม ให้สมกับความดื้อรั้นช่างพยศดีนัก แต่เพราะกลัวว่าลัลล์นลินจะเจ็บแข้งขาหัก เลยยั้งแรงทำแค่วางร่างบางอย่างไม่ทะนุถนอม
หญิงสาวเลิกดิ้นให้เหนื่อยเปล่า ถึงอย่างไรเธอก็สู้แรงเขาไม่ได้ ทันทีที่สัมผัสกับฟูกลัลล์นลินก็หันหลังให้เจษณะ ไม่อยากมองไม่อยากสนใจเขาอีก เธอใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรักและใส่ใจเขา แล้วก็พบว่าตัวเองช่างโง่สิ้นดี ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว เธอบอกจะตัดก็ตัดเลย
เธอจะทำให้ได้ จะตัดเขาให้ดู!
ทันทีที่หญิงสาวหันหลัง อุณหูมิภายในห้องเหมือนจะลดต่ำลงอีกหลายองศา บรรยากาศดูแปลกแยกและห่างเหิน คนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง อีกคนยืนอยู่ข้างเตียง ไม่มีใครพูดอะไร ทั้งสองคนต่างก็ใช้ความเงียบอึมครึมเป็นอาวุธเอาชนะกันและกัน
เจษณะมองแผ่นหลังที่ดูบอบบาง แต่แฝงไปด้วยความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวอย่างจนใจ ใช่ว่าเขาอยากจะใจร้ายกับเธอเสียที่ไหน แต่ลัลล์นลินก่อเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย ทำลายชีวิตของคนๆ หนึ่ง ซ้ำยังเป็นเพื่อนสนิทของเธออีก
เรื่องแบบนี้จะให้เขาละเลยปล่อยผ่านไปได้อย่างไร?
นี่มันคือชีวิตคนทั้งคนนะ!
ตอนที่อมลฉวีเสียขาไปเป็นช่วงที่ผู้หญิงทุกคนต่างก็สดใสและสวยงามที่สุด หล่อนเพิ่งเรียนจบหมาดๆ หล่อนกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ได้เข้าสังคม ได้พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา ซึ่งบางทีหนึ่งในนั้นอาจจะกลายเป็นสามีของหล่อนในภายภาคหน้าก็ได้
แต่ทุกอย่างต้องจบสิ้นลงเพราะความประมาทเกเรของลัลล์นลิน...
ถึงเธอจะเป็นคนที่เขารัก แต่อมลฉวีเองก็เป็นเพื่อนเขาคนหนึ่งเช่นกัน เขาเติบโตมาพร้อมกับหล่อน อันที่จริงเขาอยู่กับหล่อนมานานกว่าลัลล์นลินเสียอีก สำหรับเขาอมลฉวีจึงไม่ใช่คนนอก หล่อนเหมือนเป็นทั้งเพื่อนและญาติสนิทคนหนึ่งเลยทีเดียว
เขาจำเป็นต้องคืนความยุติธรรมให้แก่อมลฉวี ไม่อย่างนั้นเขาจะสู้หน้าหล่อนได้อย่างไร
เขาต้องใจแข็งให้บทเรียนกับลัลล์นลินบ้าง เธอจะได้หลาบจำ เวลาทำอะไรควรจะคิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน ไม่ควรใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง พอเอะอะไม่พอใจก็ทำร้ายคน ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม เพราะมันอาจจะส่งผลร้ายทั้งต่อตัวเองและคนอื่นด้วย
ทุกสิ่งที่เขาทำ... เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายกับลัลล์นลินเลยแม้แต่นิดเดียว เขาไม่อยากให้ลัลล์นลินใช้ชีวิตจมอยู่กับคำสาปแช่งและถูกผู้คนตราหน้า เขาแค่อยากให้เธอเป็นคนที่ดีกว่านี้ สามารถยืดอกสู้หน้ากับใครๆ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ถึงเธอจะทำความผิด แต่ก็ควรได้รับโอกาสและการให้อภัย เพราะใช่ว่าทุกคนจะไม่เคยทำผิดเสียเมื่อไร หากผิดแล้วเรียนรู้ที่จะปรับปรุงแก้ไข ย่อมถือว่าไม่ไร้ค่า เพราะถือว่าผิดเป็นครู
แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะสูญเปล่า...
ลัลล์นลินไม่เพียงไม่รับรู้ใจเขาและไม่ซาบซึ้งแล้ว ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอก็ยิ่งดิ่งเหว เกิดรอยร้าวที่ยากจะประสานคืนได้ ความหวังดีของเขากลายเป็นความเจ็บปวดที่มอบให้เธอ กลายเป็นเขาที่ลบเลือนความรักครั้งนี้ออกจากใจของเธอด้วยตัวเอง
ในก้นบึ้งหัวใจเจษณะเต็มไปด้วยความร้าวรานและร้อนรน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าระยะห่างระหว่างพวกเขาไกลจนสุดขอบฟ้า เห็นได้ชัดว่าลัลล์นลินอยู่ใกล้เขาแค่ปลายมือเอื้อม แต่กลับเอื้อมเท่าไรก็เอื้อมไม่ถึง ยิ่งพยายามจะไขว่คว้าตัวเธอมากกกอดให้อุ่นใจมากแค่ไหน เธอก็ยิ่งห่างไกลจากเขาออกไปเรื่อยๆ
ในแววตาที่เขามองเธออย่างลึกซึ้งพลันอับแสง ผิดกับหัวใจที่ยิ่งร้อนรุ่มเหมือนมีเปลวไฟโหมกระหน่ำ แผดเผาจนทำให้เขาทนไม่ได้ ต้องรีบก้าวขึ้นบนเตียงกอดรัดร่างบางแนบแน่น สองมือโอบจับตัวเธอกระชับมั่น ซบหน้าลงบนซอกคอที่มีไออุ่น เพื่อให้เขาคลายใจว่าเธอยังอยู่ตรงนี้กับเขา ไม่ได้หายหรือจากไปไหน
เธอยังอยู่กับเขา!
เกลียดฉันเถอะ...
ตราบใดที่เธอยังจดจำฉันคนนี้ได้ ถึงจะเกลียดจนสุดหัวใจ เกลียดจนชั่วชีวิต ฉันก็ยินดี ถือเป็นความสุขที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับฉันไปตลอดชีวิต
เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่ฉันจะผูกมัดหัวใจของเธอไว้ ทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน