รมิตาเคาะประตูห้องทำงานของท่านประธานเบาๆก่อนจะเปิดเข้ามา ในมือมีแก้วกาแฟกลิ่นหอมที่พึ่งชงเสร็จร้อนๆ
“There are problems with the work.” (งานมีปัญหา)
“I'll tell you later.” (ผมจะบอกคุณทีหลัง)
ร่างสูงราวกับนายแบบบนปกนิตยสารของประธานหนุ่มยืนโชว์แผ่นหลังกว้างแข็งแกร่งกำลังยืนโทรศัพท์คุยกับใครสักคนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด รมิตาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
“Ok, Thanks.” (โอเค, ขอบคุณ)
“ขอโทษที่มารบกวนค่ะ มิตาชงกาแฟมาให้ใหม่”
พอท่านประธานวางสายแล้วหันกลับมารมิตาก็เอ่ยบอกด้วยเสียงนุ่มนวล
“ไม่เป็นไร เอามาสิ”
กลายเป็นว่าเขาไม่กลับมานั่งที่โต๊ะทำงานแต่เลือกนั่งลงบนโซฟาตัวยาวสีดำเงาที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่า
รมิตาทำตามคำสั่งยกแก้วกาแฟที่ยังส่งกลิ่นหอมเข้าไปให้ แต่ทันทีที่ท่านประธานยืมมือมารับร่างของรมิตาก็เซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดพร้อมกับแก้วกาแฟ
“เล่นอะไรคะเนี้ย กาแฟยังร้อนๆอยู่เกิดหกโดนตัวขึ้นมาจะทำยังไง”
คนถูกเอ็ดไม่มีท่าทีสลดซ้ำยังยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม รสชาติที่คุ้นเคยยังคงขมอยู่ในปากแต่รอบนี้มีของหวานชิ้นโปรดนั่งอยู่ข้างๆ
“อื้อ”
ปลายคางเรียวถูกบังคับให้มารับจูบ รสชาติขมหอมคละคลุ้งติดปลายลิ้น รมิตาปล่อยให้คนเอาแต่ใจฉกชิมความหวานในโพรงปากอย่างตามใจ ถึงรสชาติของกาแฟจะไม่ใช่รสที่เธอชอบแต่พอมันปนมาลิ้นร้อนอ่อนนุ่มรสชาติก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่
“หวาน”
คำพูดแรกหลังจากที่ถอนจูบออก ทำให้รมิตารู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว
ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย ทำยังกะไม่เคยไปได้มิตา!
“อย่าเล่นแบบนี้อีกนะคะ”
“เร้าใจดีออก”
นอกจากจะไม่สำนึกแล้วยังส่งสายตาล้อเลียนเธออีก
“ปล่อยได้แล้วค่ะ มิตาจะไปทำงาน”
เขาไม่ยอมปล่อยแถมยังกอดแน่นกว่าเดิม อุ้มร่างบองบางของรมิตามานั่งที่ตัก
“ยกเลิกนัดตอนเย็นทั้งหมดให้ฉันที”
“มีธุระด่วนหรือคะ” ใบหน้างดงามเอียงคอหันขึ้นมาถาม
“เปล่า แค่อยากพาคนแถวนี้ไปดินเนอร์”
รมิตาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างสงสัย
“ใช่คนนี้แหละ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
ว่าแล้วก็หอมแก้วขาวเนียนไปหนึ่งฟอดใหญ่
ร่างบางหมุนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจก รมิตาเลือกเดรสสั้นผูกคอโบสีเลือดนก ความสั้นของชุดไม่ได้หวือหวาหรือน่าเกลียดแต่อยู่ในช่วงที่พอดีกำลังเซ็กซี่นิดๆ
ส่วนด้านหลังผูกโบขนาดพอเหมาะโชว์แผ่นหลังขาวเนียนเล็กน้อย ที่รมิตาเลือกชุดนี้เพราะมีคนเคยบอกว่าสีผิวขาวๆของเธอเหมาะกับสีแดงเข้ม มุมปากบางหลุดยิ้มด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึง
คนเริ่มประหม่าหยิบลิปสติกสีเดียวกับสีชุดขึ้นมาแต่งแต้มริมฝีปากอีกเล็กน้อย ผมยาวสลวยเงางามถูกดัดเป็นลอนสวยรวบปอยผมทั้งหมดให้มาอยู่ด้านข้างแต่ไม่ได้มัดไว้ ยังคงปล่อยให้มันสยายไปตามธรรมชาติ
เสียงโทรศัพท์ดังเรียกสติคนที่เอาแต่ส่องกระจกให้ออกจากภวังค์ ใบหน้างามแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามาก่อนจะกดรับ
“ว่าไงแป๋ว”
“มิตา อยู่หนายย”
เสียงหย่อนของแป๋วแหววบวกกับเสียงเพลงที่ดังก้องทางปลายสายทำให้รมิตาเลิกคิ้วสงสัยเล็กน้อย
“คอนโดจ๊ะ นี่อย่าบอกนะแป๋วเมาไปเที่ยวเหรอ” ร่างงามหมุนกายออกจากกระจกแล้วทิ้งตัวลงนั่งปลายเตียงนอน
“ช่าย พอดีมาวันเกิดนังเมนี่มัน มิตาจำได้ป่ะเมนี่อักษรอะเพื่อนสมัยมัธยม”
“จำได้” รมิตาตอบ
“อื้อ นางบ่นคิดถึงมิตาเลยให้โทรมาชวน”
“มิตาก็อยากไปนะแต่ วันนี้มีนัดแล้วอะ”
“นัดกับใครอะหรือว่า…”
น้ำเสียงล้อเลียนทำให้มิตาต้องตอบรับอย่างเสียไม่ได้
“อื้อ”
“คนสำคัญนี่เนาะ คิกๆ ไม่กวนแล้วเดี๋ยวบอกพวกนั้นให้ อย่าหักโหมล่ะ ฮ่าๆ”
“แป๋วแหวว!”
แป๋วแหวววายสายไปแล้วมีแต่รมิตาที่นั่งกระมิดกระเมี้ยนไปมาอย่างเขินอาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องทำให้รมิตาสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆ แต่เมื่อมองไปที่นาฬิการู้สึกว่าท่านประธานของเธอจะมาก่อนเวลานัดเกือบยี่สิบนาที
ร่างงามลุกขึ้นจัดแต่งความเรียบร้อยของตัวเองอีกเล็กน้อยก่อนจะรีบไปเปิดประตูให้เพราะไม่อยากให้เขารอนาน
“คุณชา…”
ความหวังที่ว่าเปิดประตูออกมาแล้วจะเจอกับคนที่นั่งใจจดใจจ่อรอมาหลายชั่วโมง กลับกลายเป็นชยพลแทนรอยยิ้มสดใสก็หายไปจากใบหน้างามทันที
รมิตายิ้มเจื่อน มองซ้ายขวาก่อนจะเอ่ยปากถาม “แล้วคุณธรณ์ล่ะค่ะ”
“ขอโทษครับคุณมิตา นายท่านติดธุระสำคัญเลยให้ผมมารับคุณมิตาไปทานข้าวก่อนท่านบอกว่าถ้าเสร็จแล้วจะรีบตามมานะครับ”
ชยพลมองรมิตาแล้วรู้สึกสงสารจับจิต ดวงหน้าเฉิดฉันของเธอสลดหมองหม่นลง ทั้งใบหน้าและการแต่งการแค่มองก็รู้ว่ารมิตาคงใช้เวลาไม่น้อยในการเตรียมตัวเพื่อดินเนอร์กับเจ้านายของเขา
แต่ทว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนคุณหญิงรินลณีก็โทรมาเรียกตัวลูกชายคนโตเข้าไปหาที่บ้านโดยด่วน ไม่ทราบว่าด้วยเรื่องอะไรแต่เจ้านายให้ชยพลตรงมาหารมิตาที่คอนโด ส่วนเขาขับรถกลับไปที่บ้านด้วยตัวเอง
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณชากลับไปเถอะบอกคุณธรณ์ยกเลิกนัดวันนี้ไปเลยแล้วกันค่ะ ท่านประธานติดธุระนี่ค่ะมันช่วยไม่ได้” รมิตาฝืนยิ้มให้ ทั้งที่เสียงที่พูดออกมาสั่นเครือเหมือนคนจะร้องไห้
“แต่…”
“กลับเถอะค่ะ มิตาไม่เป็นไร”
รมิตายิ้มอีกครั้ง แต่ชยพลคิดว่าเป็นรอยยิ้มที่เศร้ามากจนทำให้ใจเขารู้สึกสลดไปด้วย
“ครับ”
รู้ว่าแก้ตัวแทนเจ้านายยังไงตอนนี้รมิตาคงไม่อยากฟัง ใบหน้างามดูผิดหวังไม่น้อย
‘ใครผูกคนนั้นก็แก้เอาเองนะครับนายท่าน’
เลขาอย่างเขาได้แต่เอาใจช่วย
รมิตาปิดประตูห้องทันทีที่ชยพลกลับไปร่างงามเดินไปนั่งบนปลายเตียงอีกครั้งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรไปหาสายที่พึ่งโทรเข้ามาล่าสุด
“แป๋ว ไปตอนนี้ทันไหม”