“ทำไมล่ะครับ” ปรมะไม่เข้าใจ รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้น้องสะใภ้ของตัวเองนั่งยิ้มหน้าบานเป็นจานเลยทีเดียว “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ วาก็แค่... ได้รู้ความจริงเฉยๆ น่ะค่ะ” หล่อนตอบออกไปเสียงแจ่มใส ก่อนจะหันไปมองปรมินทร์ที่เดินเข้ามาพอดี วันนี้เขาหล่อกว่าทุกครั้งที่หล่อนเห็นเสียอีก วาสินียิ้มให้กับปรมินทร์ และชายหนุ่มก็ยิ้มบางๆ ตอบกลับมา ที่แท้คนที่ช่วยชีวิตของหล่อนก็คือปรมินทร์นั่นเอง หล่อนลอบมองชายหนุ่มตลอดเวลาที่เขานั่งกินมื้อเช้า ลอบมองหลายครั้งจนเขาจับได้ แต่หล่อนก็ทำเพียงแค่ยิ้มแก้ตัวเท่านั้น หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว หล่อนก็วิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถยนต์ของปรมินทร์ ซึ่งชายหนุ่มกำลังยืนคุยกับคนขับรถประจำบ้านอยู่ “พี่สองคะ” “มีอะไรหรือครับ” วาสินียิ้มหวานให้กับปรมินทร์ จากนั้นก็แกล้งทำหน้าน่าสงสาร “คือ... วันนี้วาขอติดรถไปทำงานด้วยได้ไหมคะ” หล่อนเห็นแววตาของปรมินทร์มีความขบขันซ่อนอยู

