bc

เด็กเลี้ยง

book_age18+
946
FOLLOW
6.9K
READ
office/work place
childhood crush
like
intro-logo
Blurb

ไม่ได้อยากเป็นเด็กเลี้ยง อยากเป็นเมีย!

เพราะพ่อ 'เธอ' ติดหนี้ 'เขา' และหาเงินมาจ่ายไม่ทัน เธอก็เลย 'ยก' ตัวเองให้เขาอย่างเต็มใจ

'เขา' อายุสามสิบ ไม่คิดที่จะกินเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่เพิ่งจะยี่สิบ แต่ 'เธอ' ดันแปลกดี โดยเฉพาะ 'ปาก' ที่เถียงฉอด ๆ ไม่ได้กลัวเขาที่เป็น 'เจ้าหนี้' เลยสักนิด

“เธอไม่อยากให้ฉันรักเธอหรือไง”

“อยาก”

“แล้วจะทำไง?” เหมือนเฮียสนุกสนานยังไงก็ไม่รู้ ตอนนี้สีหน้าเขามันบ่งบอกแบบนั้น “ผู้หญิงคนอื่นเข้าหาฉันมากมายหลายลีลา แต่ยังมัดใจฉันไม่ได้ แล้วเธอล่ะเด็กน้อย นอกจากจะไม่เข้าหาแล้วยังเถียงคำไม่ตกฟาก คิดว่ามันจะมัดใจฉันได้ไหม”

“ก็หนูไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นของเฮียไง หนูแตกต่าง” ว่าแล้วก็เชิดหน้าขึ้น “ออดอ้อนก็ยังทำให้เฮียรักไม่ได้ แล้วทำไมหนูต้องทำแบบนั้น มีค่าเหมือนเดิม”

“แล้วเธอจะทำยังไง”

“ไม่ทำไง ทำแบบนี้แหละ” สองตาจับจ้องเฮียนิ่ง แต่เมื่อคิดอะไรได้ก็เลยเอาเท้าไล้ขาเฮียเบา ๆ แล้วลากไปที่กลางเป้าของเขา “เฮียเคยอมนิ้วเท้าผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่า”

“ไม่เคย” เฮียตอบในขณะที่สายตากำลังวาววับ

“แล้วทำไมเฮียถึงอมของหนู?” ทุกครั้งที่เราร่วมรักกัน ถ้าขาฉันพาดบ่าเฮียเมื่อไหร่ หรือถ้าเขามุดหน้าลงต่ำ นิ้วเท้าเล็ก ๆ จะโดนเฮียดูดเสมอ

“เด็กน้อย” เป็นจังหวะที่ไม่ทันได้ตั้งตัว อยู่ดี ๆ ร่างสูงใหญ่ก็ลุกออกจากเก้าอี้แล้วคร่อมทับตัวใส่ฉันกะทันหันจนต้องทิ้งตัวลงนอนราบไปกับโต๊ะทำงานของเขา ร่างหนาแทรกตัวเข้ามากลางขาที่อ้าตึงเพราะโดนกระโปรงรั้ง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ

“เฮียที่นี่ไม่ได้”

“ไม่อยากลองหรือไง เสียวนะ”

“ไม่เอา” ส่ายหน้าส่งไปให้เขา

“แต่ฉันจะเอา”

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 ต่อรอง(1/2)
1.ต่อรอง ไม่รู้เป็นเพราะอากาศในประเทศไทยร้อนระอุเกินไป หรือเป็นเพราะ ‘เขา’ นั่งอยู่ตรงนั้นก็เลยทำให้ ‘เสี่ยฮง’ รู้สึกร้อนจนเหงื่อแตก ฝ่ามือเหี่ยวย่นยกขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากออกก่อนที่จะเปิดปาก “ผมขอเวลาอีกสักเดือนได้ไหมครับ” แม้เสี่ยฮงจะอายุมากกว่า แต่ก็ต้องทำตัวนอบน้อมเพราะอีกคนมีอำนาจมากกว่าอายุ “เสี่ยเลื่อนมาหลายเดือนแล้วนะ” “ครั้งนี้ไม่เลื่อนจริง ๆ ครับ” เสี่ยฮงพูดด้วยน้ำเสียงปนอ้อนวอน “เห็นใจผมเถอะ ลูกสาวผมกำลังเรียนมหา’ลัย ถ้าผมคืนเงินก้อนนี้ ยัยหนูเรียนไม่จบแน่ ๆ” “ก็เพราะผมเห็นแก่ลูกสาวเสี่ย ก็เลยเลื่อนแล้วเลื่อนอีก” เพราะเขาก็มีน้องสาวกับน้องชายที่กำลังเรียนมหา’ลัยเหมือนกัน ก็เลยนึกเห็นใจเสี่ยฮง แต่ความเห็นใจมันก็มีขีดจำกัด แม้เขาจะไม่ได้ร้อนเงิน แต่ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ คนอื่นก็จะเอาเป็นตัวอย่าง ‘เธียร’ ไม่ได้ปล่อยเงินกู้ ไม่ได้ปล่อยเงินดอก แต่เขาแค่ช่วยเหลือเพื่อนที่เคยร่วมธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ซึ่งมันก็มีไม่กี่คน และหนึ่งในนั้นก็มีเสี่ยฮงที่เขาให้ความช่วยเหลือตอนที่อีกฝ่ายกำลังลำบาก อีกทั้งเสี่ยฮงเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจกับพ่อเขามาก่อน ทั้งคู่เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตลอด ก็เลยทำให้เขายอมช่วยมาจนถึงทุกวันนี้ “ขอโอกาสผมอีกสักเดือนเถอะครับ แล้วผมจะหาเงินมาคืนให้” “เอาแบบนี้ไหมเสี่ย ผมมีข้อเสนอให้” “ข้อเสนอ?” คนที่มีอายุเยอะกว่ามองหนุ่มรุ่นลูกอย่างสงสัย แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายทำหน้ายังไงเพราะแว่นตาสีดำบดบังดวงตาอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ต่อให้ถอดแว่นออกก็เดาใจผู้ชายคนนี้ไม่ได้อยู่ดี “ยกธุรกิจของเสี่ยให้ผม แล้วผมจะยกหนี้ให้” “แบบนั้นมันเหมือนตัดแขนตัดขาผมเลยนะ” ธุรกิจของเสี่ยฮงก็คือกิจการร้านทองขึ้นชื่อ มีประมาณยี่สิบสาขาภายในประเทศไทย แต่ถึงแม้จะมีเยอะก็หมุนเงินไม่ทันอยู่ดี เพราะเสี่ยฮงไม่ได้ติดหนี้แค่เธียรคนเดียว ยังมีเจ้าหนี้อีกหลายคนที่เขาไปหยิบยืมมา “เห็นใจผมเถอะ ที่ผมขอร้องคุณก็เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ไม่อยากได้ลูกสาวผม ถ้าผมยกกิจการร้านทองให้คุณ ผมจะหาเงินจากไหนเอาไปจ่ายเจ้าอื่น ถ้าผมไม่มี ยัยหนูคง…” “พ่อมีแขกเหรอคะ” เสียงหวานดังขึ้นในขณะที่เสี่ยฮงกำลังจะเอ่ยประโยคสะเทือนใจ จากที่กำลังตึงเครียดก็ผ่อนความรู้สึกนั้นลงเพราะกลัวลูกสาวเป็นห่วง “ทำไมเสียมารยาทแบบนี้ พ่อคุยธุระอยู่นะหนูแฮม” “ธุระอะไรคุยเกือบทุกวัน” คนเป็นลูกทิ้งตัวนั่งลงข้างพ่อตัวเอง สองตากลมโตเหลือบมองผู้ชายใส่สูทที่นั่งเหมือนนายแบบอยู่ต่อหน้า “คุณมาทวงหนี้พ่อหนูอีกล่ะสิ” “พูดกับคุณเธียรดี ๆ เขาเป็นเจ้าหนี้เรานะ” คนเป็นพ่อเอ็ดลูกสาว “ทำไมต้องพูดดีด้วย” แล้วเธอก็เบะปากออกมา แน่นอนว่ามันทำให้คิ้วของเธียรกระตุกเข้าหากันได้ “ที่จริงคุณก็มีเงินเยอะ ไม่ได้ร้อนเงินอะไร ก็ผ่อน ๆ ให้หน่อยไม่ได้หรือไง พวกเราไม่ได้หนีสักหน่อย พ่อก็พยายามหามาคืนให้ เห็นใจกันหน่อยสิ” “ลูกสาวเสี่ยมีคนเดียวเหรอ” เขาไม่ได้สนใจกับคำพูดของเด็กอายุยี่สิบ แต่ดันถามกลับ ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา เพราะกำลังทดความรู้สึกนั้นไว้ในใจ “ครับ” เสี่ยฮงเหงื่อแตกมากกว่าเดิม “อย่าถือสายัยหนูเลยนะ แกยังเด็ก” “ไม่เด็กแล้วสักหน่อย หนูโตแล้ว” “หนูแฮม!” “ไม่ต้องดุลูกสาวหรอกเสี่ย ผมไม่ได้ถือสา” เธียรโบกไม้โบกมือไปมาบ่งบอกว่าไม่ได้ถือสาจริง ๆ “เด็กยี่สิบก็เป็นแบบนี้แหละ” “ขอโทษแทนยัยหนูอีกครั้งนะครับ” “ครับ” จากหน้าที่ไม่มีรอยยิ้มก็ยิ้มออกมา “แล้วตกลงเสี่ยจะคืนเงินผมได้ภายในวันไหน” “ผมขอเป็นเดือนหน้าเหมือนเดิม…” “เกรงว่าจะไม่ได้” เขาปรับท่านั่งให้สบายตัวขึ้น มองไปรอบบ้านอย่างพิจารณาก่อนที่จะหันกลับมามองเสี่ยฮงอีกครั้ง “เสี่ยเลือกเอาว่าจะยกอะไรให้ผม ระหว่างกิจการร้านทอง บ้านหลังนี้… หรือลูกสาวเสี่ย” ประโยคหลังทำให้เสี่ยฮงเหงื่อแตกมากกว่าเดิมหลายเท่า จากที่ร้อนอยู่แล้วก็ร้อนเข้าไปอีก ฝ่ามือเหี่ยวย่นยกขึ้นลูบหน้าเหมือนกำลังคิดหนัก เพราะไม่ว่าจะยกสิ่งไหนเธียร มันก็แย่อยู่ดี ตอนแรกผู้ชายคนนี้ไม่คิดสนใจลูกสาวของเขา แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงสนใจ อาจเป็นเพราะหนูแฮมโผล่หน้ามาให้เห็น พูดปากไม่มีหูรูดก็เลยทำให้เขาเปลี่ยนใจ เสี่ยฮงเดาใจเจ้าหนี้ตัวเองไม่ออกจริง ๆ “นี่คุณ ไม่คิดจะให้โอกาสคนอื่นบ้างเลยหรือไง” เสียงหวานดังขึ้นท่ามกลางความเครียด เธอไม่ได้นึกตกใจเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหนี้พูดแบบนี้ เพียงแค่นึกโมโหที่อีกฝ่ายไม่ให้เวลาหาเงินซะเลย แต่ความโมโหนั้นก็ยังมีความรู้สึกอื่นปะปนซ่อนอยู่ แต่เธอก็พยายามฝังมันไว้ให้ลึกสุดใจเพราะกลัวอีกฝ่ายจะรู้ “เอาเป็นว่าผมยกบ้านให้คุณก็แล้วกัน” เพราะกลัวว่าลูกสาวจะทำพังไปมากกว่านี้ก็รีบพูดขึ้น แม้จะรักและมีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ แต่ก็ต้องยอมยกให้อีกฝ่าย เขาไม่สามารถยกธุรกิจกับลูกสาวให้ใครได้จริง ๆ “ตกลงตามนั้น” “ไม่ตกลง แบบนี้ไม่โอเคเลย” หนูแฮมพูดขึ้นเสียงดังพร้อมมองหน้าเธียรเขม็ง “คุณไม่เห็นใจคนไม่มีบ้านอยู่หรือไง ถ้าพ่อยกบ้านให้คุณ แล้วพวกเราจะไปอยู่ไหน” “งั้นเธอก็มาอยู่กับฉันสิเด็กน้อย ทั้งบ้านและธุรกิจของพ่อเธอจะได้อยู่เหมือนเดิม” เธียรไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดนั้น เขายังอยู่ในท่าทีสบาย ๆ เหมือนเดิม ไม่ว่าอีกฝ่ายจะยกอะไรให้ เขาก็มีแต่ได้กับได้อยู่ดี “อยู่แล้วได้อะไร คุ้มหรือเปล่า” คำถามของหนูแฮมทำให้เจ้าหนี้นึกขัน มีเพียงเสี่ยฮงที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัว “อย่าใส่ใจยัยหนูเลยครับ” พูดกับเธียรแค่นั้นแล้วก็หันไปมองลูกสาว “ขึ้นห้องไป นี่ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” “หนูกำลังช่วยพ่ออยู่นะ บ้านเราติดหนี้ตั้งกี่ล้าน แถมไม่ได้มีแค่เจ้าเดียว มีเป็นสิบ ต่อให้พ่อยกบ้านให้คุณคนนี้ คนอื่นก็มายึดอย่างอื่นอยู่ดี สุดท้ายก็ไม่พ้นหนู” คำพูดของลูกสาวไม่สามารถทำให้เสี่ยฮงเถียงได้เพราะมันคือเรื่องจริง ในอนาคตข้างหน้า ถ้าหาเงินมาคืนเจ้าหนี้ไม่ได้ หนูแฮมก็คงจะเป็นรายต่อไป และเขาไม่รู้เลยว่าลูกสาวจะตกไปอยู่กับใคร “เอาไงดี” คนที่ไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องนี้ถามขึ้นท่ามกลางความเงียบและความตึงเครียดของบ้าน “แบบที่ลูกสาวเสนอก็ดีนะเสี่ย ไม่ต้องเสียอะไร ต่อให้เสี่ยยกลูกสาวให้ผม เธอก็ยังเป็นลูกเสี่ยอยู่ดี” “ตกลง หนูยกตัวเองให้คุณ” และนี่คือเสียงของหนูแฮมที่เอ่ยยกตัวเองให้เจ้าหนี้ แน่นอนว่าคำพูดของเธอทำให้เธียรนึกขำ ต่างจากคนเป็นพ่ออย่างชัดเจน ถ้าเสี่ยฮงเป็นโรคหัวใจ ป่านนี้ก็คงจะหัวใจวายตายไปแล้ว

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook