EP1 : ‘ของขวัญ’ ล้ำค่า
เมื่อความฝันของเธอเต็มไปด้วยภาพหลอนที่แสนเย้ายวน...และผู้ชายที่ก้าวเข้ามาก็อันตรายเกินกว่าจะต้านทาน
เธอจำสัมผัสเร่าร้อนในคืนนั้นไม่ได้... ทว่าเขากลับตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายเธอไว้ในความทรงจำอย่างไม่มีวันลืม...
ดวงตาคมกริบไล่มองใบหน้าสวยล้ำราวกับรูปปั้นนั้นอย่างละเอียดทุกลายเส้น จนมาหยุดนิ่งที่ดวงตาใสซื่อที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตาคู่นั้น ดวงตาที่ทำให้หัวใจแกร่งที่ด้านชากระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ใครกัน... ที่ส่ง ‘ของขวัญ’ ล้ำค่าแบบเธอมาให้ฉันถึงที่นี่?”
ปัจจุบัน...
อลิซ เด็กสาวอายุ 21 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่มีใบหน้าสวยหวานสดใส ดวงตากลมของเธอโตบริสุทธิ์ กำลัง หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าอาคารกระจกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ หัวใจดวงน้อยเต็นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก วันนี้ไม่ใช่แค่เพียงวันแรกของการฝึกงานในบริษัทระดับโลก แต่มันคือวันแรกที่แม่ยอมปล่อยมือให้เธอได้ก้าวออกมาเผชิญโลกกว้างและใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่จริงๆ เสียที
“เอาล่ะอลิซ... เธอทำได้ สู้เขา!”
เด็กสาวพึมพำกับตัวเองพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ เธออยู่ในชุดนักศึกษาที่รีดจนเรียบกริบ รองเท้าส้นสูงสีขาวสะอาดตาก้าวฉับๆ ผ่านประตูอัตโนมัติเข้าไป พนักงานในชุดสูทภูมิฐานเดินสวนกันไปมาด้วยท่าทางเร่งรีบ ทุกคนดูคล่องแคล่วและเป็นมืออาชีพจนอลิซรู้สึกว่าตัวเองดูตัวเล็กจ้อยลงไปถนัดตา
มือบางขยับสายสะพายกระเป๋าให้เข้าที่ ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตามที่ระบุไว้ในอีเมลตอบรับ
“สวัสดีค่ะ... หนูมาฝึกงานค่ะ ชื่ออลิซค่ะ”
เธอยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋ม พยายามคุมน้ำเสียงให้ดูสดใสและมั่นใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ พนักงานหญิงหลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ สายตาคู่นั้นกวาดมองอลิซตั้งแต่หัวจรดเท้า... หนึ่งครั้ง... แล้วมองซ้ำอีกครั้งอย่างพิจารณา
สายตานั้นไม่ได้มีความเป็นมิตรอย่างที่อลิซคาดหวัง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงและประเมินค่าบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ
“ฝึกงาน?” พนักงานคนนั้นทวนคำ เสียงเรียบนิ่ง
“ค่ะ... พึ่งมาวันแรกค่ะ”
รอยยิ้มของอลิซเริ่มค้างเติ่ง เมื่ออีกฝ่ายไม่ยิ้มตอบแถมยังมองหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเห็นของแปลก นิ้วเรียวพิมพ์คีย์บอร์ดรัวเร็วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าเย็นชาที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
“ชั้นบนสุด... ท่านประธานเรียกพบเธอเป็นการส่วนตัว”
“เอ่อ... ชั้นบนสุดเลยเหรอคะ?”
อลิซถามย้ำอย่างงงๆ คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เพราะตามปกติแล้วเด็กฝึกงานควรจะไปรายงานตัวที่ฝ่ายบุคคลเพื่อปฐมนิเทศก่อนไม่ใช่หรือไงกัน
“บอกให้ขึ้นไปก็ขึ้นไปเถอะน่า อย่าถามมาก!”
พนักงานคนเดิมตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดติดจะรำคาญ ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดสีทองหรูหราออกมาวางบนเคาน์เตอร์แล้วดันมาทางเธออย่างรวดเร็ว
“ใช้ใบนี้... ขึ้นลิฟต์ตัวในสุดไปซะ”
“คะ?”
อลิซรับคีย์การ์ดมาแบบงงๆ เธอก้มมองบัตรในมืออยู่ครู่หนึ่งคล้ายจะถามต่อ แต่พนักงานคนนั้นก็หันกลับไปสนใจงานอื่นอย่างตัดบททันที อลิซยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นชั่วอึดใจ ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่าที่นี่มีอะไร ‘แปลกๆ’
“ค...ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
เธอหันหลังเดินออกมาพร้อมกับเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ชั้นบนสุดเนี่ยนะ? เด็กฝึกงานวันแรกต้องไปหาท่านประธานเลยเหรอ? ลิฟต์ตัวในสุดที่ดูเป็นส่วนตัวกว่าตัวอื่นตั้งอยู่ไม่ไกลนัก อลิซใช้คีย์การ์ดแตะลงบนเซนเซอร์พลางก้มมองบัตรในมือ หัวใจดวงน้อยเต็นระรัวแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ
“อลิซ... เธอต้องไม่อ่อมนะ ใจดีสู้เสือเข้าไว้ วันแรกเอง คนดีๆ ในตึกนี้คงยังมีอีกเยอะแยะแหละน่า”
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมสูดลมหายใจเรียกความมั่นใจเข้าปอดลึกๆ และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก อลิซก็ก้าวเข้าไปยืนตัวตรง กำคีย์การ์ดในมือไว้จนแน่น
ตัวเลขบนหน้าจอดิจิทัลขยับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่เด็กสาวอย่างอลิซไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอเธออยู่ชั้นบนสุดนั้น...ไม่ใช่เจ้านายที่แสนดีอย่างที่เธอหวัง แต่เป็น ‘สัตว์ร้าย’ ในคราบมนุษย์คนที่เฝ้ารอเวลาจะขย้ำเธออีกครั้ง!
ติ๊ง!
อลิซก้าวเท้าออกจากลิฟต์ช้า ๆ สีหน้าที่พยายามนิ่งไว้เมื่อครู่เริ่มไปไม่เป็น เมื่อเธอเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือโถงชั้นบนสุด สุดกว้างขว้างกว่าที่เธอคิด และที่สำคัญมันดูเงียบ…และดูแพงมาก
‘เรามาผิดที่หรือเปล่าเนี่ย..’
อลิซกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างคนยังตั้งสติไม่ทัน ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับโต๊ะทำงานตัวยาวที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าห้องกระจกบานใหญ่ และที่โต๊ะนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่
‘ ว้าวสวย…สวยมาก’
อลิซลอบกลืนน้ำลายจ้องมองใบหน้าคมเข้มของผู้หญิงคนนั้น ร่างโปร่งของเธอกำลังนั่งหลังตรงดูสง่างามดั่งนางพญา เธอจึงพยายามรวบรวมความกล้าเดินตรงเข้าไปหาตามสัญชาตญาณ
“เอ่อ...สวัสดีค่ะ หนูมาฝึกงานค่ะ ชื่ออลิซนะคะ”
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพพร้อมส่งยิ้มพิมพ์ใจไปให้ ทว่าเลขาฯ สาวคนสวยกลับทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ สายตาคมปลาบคู่นั้นกวาดมองอลิซตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย เหมือนกับกำลังสแกนหาจุดบกพร่อง
‘เอ๊ะ...หรือว่าฉันแต่งตัวแปลกไป? หรือกระโปรงฉันสั้นเกินไปนะ?’ อลิซเริ่มเสียความมั่นใจจนเผลอขยับตัวอย่างประหม่า
“ฝึกงาน?” น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย แต่กลับแฝงไปด้วยกระแสความไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรงจนสัมผัสได้
“ค่ะ...วันนี้วันแรกค่ะ”
เลขาฯ สาวเอนหลังพิงเก้าอี้ราคาแพง มองอลิซด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ราวกับกำลังพิจารณาว่าเด็กสาวตรงหน้ามี ‘ดี’ อะไร
‘ทำไมต้องมองกันแบบนี้ด้วยนะ…’
สายตาที่เย็นชาและจ้องจับผิดนั้นทำให้อลิซเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่ทันตั้งตัว…
‘หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็น ‘ผู้หญิงของท่านประธาน’? แล้วเธอกำลังเขม่นฉันเพราะกลัวว่าเด็กฝึกงานหน้าใหม่คนนี้จะมาสั่นคลอนตำแหน่งของเธอหรือเปล่า?’
“หนูจะไม่แย่งผู้ชายของคุณพี่แน่ๆ ค่ะ! สาบานได้เลย!”
กริบ...
อลิซแพ้เสียงในหัวจนเผลอโพล่งประโยคสุดช็อกออกมาอย่างลืมตัว เธอรีบตะครุบมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทันจนเสียงดัง ปึก! ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มชั่วพริบตา
‘ตายแล้วอลิซ! ยัยซุ่มซ่าม! พูดบ้าอะไรออกไปเนี่ย!’ เธออยากจะเอาหัวโหม่งผนังกระจกให้รู้แล้วรู้รอด
“…..”
เลขาฯ สาวสวยชะงักค้างไปเสี้ยววินาที เธอเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบคู่เดิมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ขึ้นคล้ายกับกำลังอ่านหมากบางอย่างออก
“เอ่อ... คือหนู... หนูหมายถึง...”
อลิซยืนเก้ๆ กังๆ มือไม้ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ร่างกายมันประท้วงอยากจะหันหลังกลับแล้วพุ่งตัวเข้าลิฟต์หนีไปให้พ้นจากสายตาตรงหน้าเสียเหลือเกิน
‘อลิซ... เพิ่งจะวันแรกเองนะลูก อย่าเพิ่งพังพินาศตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานสิ...’
“หึ... มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เลขาฯ สาวกระตุกยิ้มที่มุมปาก จนอลิซเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก เธอยังไม่ทันจะได้แก้ตัว ประตูห้องทำงานบานใหญ่ที่อยู่ด้านหลังก็ค่อยๆ ถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจที่ดังแทรกขึ้นมาจนอลิซแทบหยุดหายใจ
“ใครบอกว่าฉันเป็น ‘ผู้ชายของพี่เขา’ กันล่ะ... หืม? เด็กฝึกงาน”