1

1200 Words
เช่นเดียวกับ ‘สีหราช’ เขาตั้งใจพาตัวเองจากจังหวัดกาญจนบุรีเข้ากรุงเทพฯ เพียงเพราะเพื่อนรักของเขาอย่าง ‘จักกริช’ ได้เดินทางกลับจากประเทศ แต่ใครจะคิดว่าในห้างสรรพสินค้าที่แสนจะใหญ่โตและมีผู้คนมากมายเช่นนี้ สีหราชกลับต้องมาบังเอิญเจอผู้หญิงที่เขาอยากจะหนีมากที่สุด! แม้เขาจะไม่ได้เจอ ‘ปาลิกา’ มานานร่วมสี่ปี แต่ก็ยังจำเบ้าหน้า ‘ว่าที่เมีย’ ของตัวเองได้ดี วันเวลาได้พรากความไร้เดียงสาของหญิงสาวไปอย่างสิ้นเชิง เวลานี้สีหราชเห็นเพียงสาวสวยที่กำลังโตเต็มวัยแถมยังดูเร่าร้อน ต่างจากสาวน้อยท่าทางใสซื่อที่เขาเคยพบเจอใน ‘ไร่ศิริพัฒน์’ เธอคงจะกร้านโลกพอสมควรแล้ว หลังจากเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เมืองแห่งแสงสีเช่นนี้ “หึ” สีหราชเหยียดยิ้ม บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกเช่นไร แม้หญิงสาวตรงหน้าจะดูสวยและดึงดูดสายตาเพศตรงข้ามแค่ไหน แต่สำหรับเขาเธอก็เป็นเพียงเด็กน้อยเจ้าแผนการอยู่วันยังค่ำ! “มองอะไรของมึงวะไอ้สิงห์ นี่นัดเพื่อนมาคุยหรือมานั่งมองสาวกันแน่” จักกริชสังเกตเห็นว่าเพื่อนของตนเอาแต่จับจ้องหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ตามลำพังในร้านอาหารฝั่งตรงข้ามจึงทักขึ้น “อ๋อ กูเข้าใจละว่าทำไมไอ้เสือร้ายอย่างมึงถึงได้เหม่อขนาดนี้ สวยจริงว่ะ” จักกริชมองสาวต้นเรื่องที่ทำให้เพื่อนเขามองตาไม่กะพริบ เธออยู่ในชุดนักศึกษาแบบพอดีตัว สวมกระโปรงสั้นทรงเอแบบที่สาวๆ หลายคนนิยมใส่ ใบหน้าขาวอมชมพูอ่อนหวาน ดวงตากลมโต รับกับขนตางอนยาว และสายตาที่ดูแฝงไปด้วยความสดใส ไม่แปลกเลยที่เธอคนนั้นจะทำให้ผู้ชายหลายๆ คนต่างจับจ้องไปที่เธอไม่เว้นแม้แต่เพื่อนของเขา “ชอบเหรอวะ ถ้าชอบก็เข้าไปจีบดิ อ้อ กูลืมไปว่ามึงมีว่าที่เมียแล้วนี่หว่า” จักกริชจงใจตอกย้ำเพื่อนอย่างสนุกสนาน เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักนั้นไม่ได้อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวจัดสรรให้เลยสักนิด เพียงแต่มันมี ‘เหตุ’ ทำให้สีหราชไม่สามารถปฏิเสธได้เท่านั้นเอง สีหราชฟังคำเพื่อนก่อนจะหันมาสบตาจักกริชเงียบๆ และหันไปจ้องมองหญิงสาวต่อ ไม่นานก็มีหนุ่มหน้าตาดีสวมชุดนักศึกษาเดินเข้าไปนั่งกับเธออย่างสนิทสนม ไม่บอกก็รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคงจะเป็นคู่ควงที่เธอนัดมา ‘หึ ตัวเองกำลังจะแต่งงานเร็วๆ นี้แท้ๆ ยังจะมีหน้ามาเดตกับผู้ชายคนอื่นอีก หน้าไม่อาย!’ สีหราชคิดในใจ เขาดูไม่ผิดจริงๆ ว่าปาลิกาไม่ใสเหมือนที่เธอวางภาพลักษณ์ให้ผู้เป็นพ่อกับแม่เขาเข้าใจ “ว้า น้องคนสวยมีแฟนซะละ นี่มึงจะไม่พูดอะไรหน่อยเลยเหรอไอ้สิงห์” “มึงว่ายัยเด็กนั่นสวยเหรอวะ” สีหราชหันมามองเพื่อนด้วยสายตาเย้ยหยัน “แบบนั้นไม่สวย ก็คงจะมีแต่ว่าที่เมียมึงแล้วละมั้งที่สวยสุดในสายตามึง” จักกริชพูดด้วยน้ำเสียงขำขัน “งั้นมึงก็รู้ไว้เลยว่ายัยนั่นแหละ ผู้หญิงที่กูต้องแต่งงานด้วย ส่วนที่กูถามว่าสวยเหรอ เพราะสำหรับกูเบ้าหน้าอย่างนั้นธรรมดาไป ไม่ได้อยู่ในสายตากูสักนิด” ชายหนุ่มหันไปมองปาลิกาอีกครั้ง ยอมรับว่าสวยจริงแต่เขาไม่มีทางจะเอ่ยชมออกมา แต่สวยแล้วอย่างไร เธอไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับการมาเป็นนายหญิงของไร่ศิริพัฒน์แม้แต่น้อย “ล้อเล่นหรือเปล่า นี่ถ้าว่าที่เมียมึงคือน้องขาวสวยเอ็กซ์เซ็กซ์สะบัดคนนั้น กูว่าพรุ่งนี้มึงรีบให้พ่อมึงจัดงานแต่งเลยเหอะ” “กูจะล่มงานแต่งนี้ด้วยตัวเองเลยมึงคอยดู” สีหราชพูดด้วยน้ำเสียงตั้งมั่น ในครานั้นที่เขายอมตกลงไปก่อนเพราะไม่อยากมีปัญหากับครอบครัว แต่มาวันนี้ได้เห็นเต็มตาว่าปาลิกาเองก็คงจะมีคนรักอยู่แล้ว มันคงไม่ยากที่เขาจะแข็งข้อกับผู้ใหญ่ขึ้นมา “เออ ให้มันได้งี้สิเพื่อนกู เอาเป็นว่าถ้ามึงเทน้องเขาเมื่อไหร่ กูขอต่อคิวละกัน จองกันตรงๆ แบบนี้แหละ” จักกริชหันไปมองหญิงสาวด้วยสายตาชื่นชม ไม่สนใจว่าเธอจะมีคนรักอยู่แล้วหรือไม่ เพราะผู้ชายคนนั้นไม่มีอะไรสู้เขาได้แม้แต่น้อย เขาไม่ได้หลงตัวเอง แต่มันคือเรื่องจริง ที่สำคัญก็พอรู้มาว่าเพื่อนรักไม่เต็มใจแต่งงานกับว่าที่เมียที่ผู้ใหญ่จัดหาไว้ให้ “ตามสบาย…” “แล้วมึงไม่เข้าไปทักน้องเขาหน่อยเหรอ ยังไงก็คนคุ้นเคย” “ไม่อะ เดี๋ยวอีกไม่นานก็ได้เจอกัน” สีหราชมองอย่างมาดมั่น รู้ดีว่าปาลิกาเพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน แม้ว่าเขาจะพยายามไม่สนใจเรื่องของเธอ แต่พ่อแม่และไอ้ต้น คนงานคนสนิทของเขา มักจะเอาเรื่องของหญิงสาวมาเล่าสู่กันฟังเสมอ ที่ผ่านมาเขาพยายามไม่สนใจอะไรในตัวเธอ แต่ต่อจากนี้มันคงถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่จะต้องเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง และจบเรื่องราวที่เป็นปัญหาคาราคาซังนี้สักที ปาลิกาไม่อยากเชื่อเลยว่าเวลาสี่ปีมันจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอจะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่ตัวเองพยายามหนีมาตลอด กรุงเทพฯ กับกาญจนบุรีแม้มันจะไม่ไกลกันมาก แต่อย่างน้อยมันก็ไกลพอที่จะทำให้เธอไม่ต้องทนเห็นสายตาหยามเหยียดของเขาคนนั้นได้ นาทีนี้ปาลิกามั่นใจว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะเจอเขา และกล้าพอที่จะบอกความต้องการของตัวเองให้ผู้ใหญ่เข้าใจ “ปิ่น…” เสียงคุ้นเคยของใครคนหนึ่งดังขึ้น “อ้าว พีร์ มาทำอะไรที่นี่” ปาลิกาหันไปมองพีรภัทรด้วยความงุนงง เมื่อวานนี้เขาเพิ่งนัดเจอกับเธอที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพื่อร่ำลากันและกัน ก่อนที่หญิงสาวจะกลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้านเกิด พีรภัทรเป็นเพื่อนที่ปาลิกาสนิทตั้งแต่ช่วงเรียนปีหนึ่ง คณะนิเทศศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ ทั้งคู่สนิทกันจนหลายคนต่างคิดว่าจะต้องเป็นแฟนกันแน่ๆ เดิมทีปาลิกาไม่ได้เอะใจอะไรจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้พีรภัทรได้มาสารภาพความรู้สึกทั้งหมดที่มีว่าเขากำลังรักเธอเกินกว่าคำว่าเพื่อน และแน่นอนว่าผู้หญิงที่มี ‘พันธะ’ อย่างปาลิกาไม่สามารถตอบรับความรู้สึกดีๆ นั้นได้ และที่สำคัญเธอไม่ได้คิดเกินเลยกับเขาแม้แต่น้อย โชคดีที่พีรภัทรเข้าใจและสามารถกลับมาเป็นเพื่อนเธอได้เหมือนเดิม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD