“แล้วเพื่อนเธอไปไหน ทำไมถึงทิ้งให้เธอนั่งอยู่คนเดียว ไม่รู้หรือไงผับแบบนี้ไม่ปลอดภัยที่จะนั่งคนเดียว”
ปลายฝนยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง ก่อนจะหันมองหน้าเขาตรง ๆ ต้องยอมรับจากใจจริงว่าธามลุคนี้ดูหล่อมาก หล่อจนเธอไม่อยากละสายตาไปจากเขา“นายรู้หรือเปล่าว่าทำไมคาเทียร์ไม่อยู่ตรงนี้”
“ทำไม?”
“เพราะเพื่อนฉันทิ้งฉันให้อ่อยเหยื่อไง ไม่คิดว่าผู้ชายที่เข้ามาคุยกับฉันคนแรกเป็นนาย แบบฉันนี่พอเป็นผู้หญิงของนายได้ไหม”
คงเพราะแอลกอฮอล์ลที่กินเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์ ปลายฝนเลยพูดประโยคนั้นออกไปให้คนได้ฟังระบายยิ้มอย่างชอบใจ เขาพอมองออกว่าเธอเริ่มเมาแล้ว เขาเองก็ไม่อยากฉวยโอกาสกับคนเมา แต่เหมือนเธออยากรู้คำตอบที่ถาม เพราะยังคงจ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ
“ผู้หญิงของฉันที่เธอหมายถึงคือแบบไหน”
เธอส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อตั้งสติ แต่ทว่าก็ยังขยับใบหน้ามาใกล้เขา ทำเอาคนที่นั่งนิ่งใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ที่ได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเธอ อีกทั้งหน้าอกหน้าใจของเธอก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแบบชัดเจนอีกด้วย
“ผู้หญิงที่อยู่กับนายไงล่ะ”ริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสดขยับอย่างเซ็กซี่
อ่า…ไม่ใช่แค่เธอที่เริ่มเมา เขาเองก็เริ่มรู้สึกมึนหัวเหมือนกันที่ได้มองเธอใกล้ขนาดนี้ ทำไมมันเหมือนเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ยิ่งเธอพูดประโยคนั้นออกมา ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาคงไม่นั่งใจเย็นอยู่แบบนี้แน่ แต่นี่คือปลายฝนที่ปากบอกว่าเกลียดเขานักหนา เขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าเธอพูดจริงหรือแค่ต้องการแกล้งเพราะคิดว่าเธอเหนือกว่าเขา
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”
“…..”
“เสียชื่อคาสโนว่าคณะบริหารหมด”
“รู้หรือเปล่าว่าที่พูดออกมาหมายถึงอะไร”
เธอยิ้มออกมา เหมือนกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกเรื่องหนึ่ง ยังไงเขาก็มองเธอไม่ออกว่าผู้หญิงอย่างเธอพูดเล่นหรือจริง“ฉันไม่ได้โง่”
“รู้ว่าเธอไม่ได้โง่ แต่เธอกำลังเล่นกับไฟรู้ตัวหรือเปล่า”
ธามขยับใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น แต่เธอเองก็ไม่ได้ถอยหนีเขา และยังท้าทายเขาด้วยการเอานิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากหนาของเขา พร้อมส่งสายตายั่วยวนชนิดที่คนมองต้องใจสั่น“ฉันเองก็อยากจะลองเหมือนกัน ว่าไฟที่เขาว่าร้อน มันจะขนาดไหนกันเชียว”
จะบอกว่าเป็นความเมาทั้งหมดก็ไม่ได้ เธอแค่เริ่มกรึ่ม ๆ ยังมีสติสัมปชัญญะดีทุกอย่าง เรื่องที่เธอพูดออกไปทั้งหมดเป็นสิ่งที่เธอคิดมาตลอดทั้งวัน มันทำเธอหงุดหงิด เธอไม่ชอบผู้ชายแบบเขาก็จริง แต่ในใจลึก ๆ ก็อยากลองว่าผู้ชายแบบเขาที่ผู้หญิงเข้าหานับไม่ถ้วน มีอะไรดีนอกจากหน้าตา
“ไม่ได้เมาใช่ไหม?”
ใบหน้าสวยขยับไปมาเพื่อตอบสิ่งที่เขาถาม ก่อนที่เขาจะเอามือเธอมาจับเพื่อดูอาการของเธอ แต่ทว่าเธอไม่ได้ดึงมือกลับไป แถมยังกระชับมือที่จับกันแน่นขึ้นไปอีก
แม้เสียงเพลงในผับจะดังมากขนาดไหน แต่เหมือนกับว่าเสียงหัวใจของคนสองคนที่จับมือกันอยู่จะดังมากกว่า ธามเองก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ตอนนี้เราสองคนยกแก้วขึ้นมาดื่มพร้อมกันรวดเดียวหมด ก่อนที่เขาจะเรียกพนักงานมาเช็คบิลค่าเครื่องดื่ม
“เธอเอารถมาหรือเปล่า?”
“เปล่า...ฉันมากับคาเทียร์”
คนตัวสูงพยักหน้า เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เขาก็จูงมือเธอฝ่าฝูงผู้คนที่เบียดเสียดกันอยู่ในผับ ไม่รู้ว่าบรรยากาศอบอ้าวเกินไปหรือเปล่า มือที่จับกันถึงได้ชื้นเหงื่อมากขนาดนี้ หันมองคนตัวเล็กที่เดินตามเขาอยู่ เธอก็เอาแต่ก้มหน้าไม่มองทาง ไม่รู้ว่านึกอายหรือคิดจะเปลี่ยนใจ แต่หากเป็นอย่างหลังเขาไม่ยอมแน่
“รู้ใช่ไหม ถ้าเดินมาถึงรถฉันแล้ว แปลว่าอะไร?”
“ฉันไม่เปลี่ยนใจ”เหมือนเธอจะอ่านความคิดเขาออก เลยพูดออกไปแบบนั้น แค่คิดว่าหลังจากนี้เรื่องของเธอกับเขาจะเป็นยังไงมากกว่า เพื่อนสองคนของเธอรู้ว่าเธอเกลียดธามขนาดไหน หากรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังจะออกไปกับคนที่เธอเกลียด ทั้งมิลลิและคาเทียร์จะว่ายังไงนะ
“ถึงเธอจะเปลี่ยนใจ ฉันก็คงไม่ยอมหรอก เธอเป็นคนเสนอให้ฉันเองนะ มาทำให้ฉันอยากแล้วจากไปเธอจะมีกรรม”
“แบบนายนี่รู้จักเรื่องเวรกรรมด้วยเหรอ”
“ถึงฉันจะนอนกับผู้หญิงไปทั่ว แต่ฉันไม่เคยยุ่งกับแฟนคนอื่นนะ ฉันเองก็มีศีลธรรมเหมือนกัน และถ้าผู้หญิงไม่เต็มใจ ฉันก็ไม่บังคับ”
ปลายฝนหัวเราะออกมาเบา ๆ กับคำพูดของเขา เธอไม่อยากคิดเรื่องศีลธรรมตอนนี้ ดูมันจะไม่เข้ากับสถานการณ์ของเธอกับเขาตอนนี้เอาเสียเลย
เมื่อเดินออกมาถึงรถหรูของเขา ธามก็ใจดีเปิดประตูรถให้เธอ ก่อนจะอ้อมมาขึ้นนั่งประจำที่คนขับ สตาร์ทรถแต่ก็ยังไม่ได้ขับออกไป เขากลับหันหน้ามามองเธอ
“ไม่ต้องโทรบอกเพื่อนเธอเหรอ”
“คาเทียร์คงเห็นแล้วล่ะ ว่าฉันออกมากับนาย”
“เมื่อกี้ถ้าเป็นคนอื่น เธอจะออกมากับเขาแบบนี้หรือเปล่า”
ปลายฝนนิ่งคิดสิ่งที่เขาถาม เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากเมื่อกี้เป็นผู้ชายคนอื่นมานั่งใกล้ ๆ เธอ มันจะเป็นยังไงต่อ“ไม่รู้เหมือนกัน”
พอเธอตอบไปแบบนี้ ก็เหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยพอใจในคำตอบของเธอเท่าไหร่ แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา เขาหันหน้าไปขับรถออกจากลานจอดรถทันที
บรรยากาศภายในรถเงียบสงัด ไม่มีบทสนทนาอะไรระหว่างกัน เธอเองก็รู้สึกตื่นเต้นที่สุดในชีวิตที่กำลังจะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน เหลือบตาหันไปมองเสี้ยวหน้าของเขาที่ยังดูสบาย ๆ อยู่ เขาคงไม่ได้กังวลเหมือนกับเธอ
แน่สิ...เพราะเรื่องแบบนี้กับเขามันคงเป็นเรื่องปกติทั่วไปในชีวิต เขาคงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นหรอก ผิดกับเธอที่ตอนนี้เหงื่อเริ่มออกมาตามใบหน้า จากที่คิดว่าจะไม่เปลี่ยนใจก็เริ่มรู้สึกอยากเปลี่ยนใจขึ้นมา
“อะ เอ่อ เราจะไปที่ไหนกัน”ถามออกไปด้วยเสียงตะกุก ตะกักเหมือนไม่มั่นใจ
“คอนโดฉัน”
“นายเคยพาผู้หญิงคนอื่นไปหรือเปล่า”
“เคย…แต่ไม่เคยให้ใครนอนค้าง”เขาเป็นประเภทได้แล้วก็แยกย้าย ไม่เคยให้ความสำคัญอยากคบต่อกับผู้หญิงคนไหนมานานมากแล้ว เรื่องจะนอนค้างกับใครเลยเป็นไปไม่ได้
หลังจากเขาตอบ บทสนทนาก็เงียบลงอีก ปลายฝนหันมองนอกหน้าต่างรถ งั้นแปลว่าเธอเองคืนนี้ก็ต้องกลับห้องสินะ แต่ก็ไม่ได้หวังจะนอนค้างกับเขาอยู่แล้ว
รถหรูเลี้ยวเข้าจอดลานจอดรถของคอนโด ทันทีที่รถจอดสนิท ปลายฝนก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออก แล้วเปิดประตูรถโดยไม่รอให้เขามาเปิดให้
"รีบจัง"คนตัวสูงยิ้มแซว เมื่อเห็นเธอเป็นฝ่ายยืนรอเขา ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าคอนโดเพื่อขึ้นไปยังห้องของเขา
"เธอหิวหรือเปล่า?"
เขาสังเกตุว่าเธอดูเงียบ ๆ ไป เลยถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
"ไม่หิว แต่ถ้านายหิวจะสั่งอะไรกินก่อนก็ได้นะ"
ปลายฝนพยายามควบคุมความตื่นเต้นเอาไว้ เธอรู้ว่าเมื่อลิฟท์เปิดออก หมายถึงเธอจะถอยอีกไม่ได้ เป็นครั้งแรกของเธอที่จะได้อยู่กับผู้ชายสองต่อสอง ถึงเธอจะรู้ว่าเพราะอะไรที่ต้องมาอยู่แบบนี้ แต่ภายในใจก็ร้อนรนและตื่นเต้นไปหมด
"เหงื่อเธอแตกเต็มเลย"ปลายนิ้วเรียวยาวของธาม ปาดลงตรงกรอบหน้าชื้นเหงื่อของเธอเบา ๆ ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้าใกล้เธอเรื่อย ๆ จากสถานการณ์แบบนี้คนตัวเล็กคิดว่าเขากำลังจะจูบเธอแน่นอน เลยหลับตาพริ้มเผยอปากออกเล็กน้อย แต่ทว่าเสียงลิฟท์ก็เรียกสติของเธอคืนมา
ติ้ง!
ธามผละใบหน้าออก นึกขำท่าทางของเธอ ใครจะคิดว่าเธอจะไร้เดียงสาได้ถึงขนาดนี้ ให้เขาเดาเธอคงเป็นประเภทอยากรู้ อยากลองไปเสียทุกอย่าง ไม่คิดว่าจะอยากลองเรื่องแบบนี้ด้วย แต่ก็ดีเขามั่นใจว่าคืนนี้จะได้กินเหยื่ออันโอชะ อยากรู้เนื้อสาวบริสุทธิ์จะหอมหวานขนาดไหน