คืนนั้น…
เธอเป็นคนเริ่มก่อนเองทั้งหมด ถ้าคืนนั้นยอมให้เขาเดินผ่านไปตั้งแต่แรก วันนี้คงไม่ต้องมารู้สึกละอายใจเวลาเจอหน้าเขาแบบนี้หรอก
คืนนั้นไม่รู้ผีห่าซาตานตนไหนเข้าสิง ถึงได้กล้าหาญไปขอเขาจูบแบบนั้น คิดแล้วก็อายจนไม่กล้าเผชิญหน้า แต่ด้วยหน้าที่นี้ทำให้เธอต้องเจอเขาทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนมันก็เลี่ยงไม่ได้
ยังคงจำคืนนั้นได้ดีไม่ลืม…
‘เราจูบกันได้ไหมคะ…’
‘เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่’
‘ฉะ…ฉันร้อน ฉันไม่ไหว…’
‘ถ้าฉันจูบเธอ ฉันจะได้อะไร?’
‘ตะ…ต้องการอะไรฉันยกให้หมด แค่ตอนนี้ช่วยจูบฉันได้ไหม…’
‘ถะ…ถ้าฉันต้องการมากกว่านี้ล่ะคะ’
‘มากกว่านี้ที่ว่าคืออะไร?’
‘เซ็กซ์’
พอเหตุการณ์คืนนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างฉายซ้ำในหัว เธอพลันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้าร้อนวูบวาบจนรู้สึกได้ หากจบลงแค่ตอนจูบก็คงดี แต่นี่…
จบลงบนเตียง
“ทะ…ทำไมจู่ๆ ถึงพูดถึงคืนนั้นขึ้นมาคะ”
“จำได้ก็เลยพูด”
“แต่มีญ่าจำไม่ได้แล้ว” เธอตอบโดยไม่มองหน้าเขา
“จำไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งจำไม่ได้?”
“คืนนั้นมีญ่าเมามาก จำไม่ได้จริงๆ ค่ะ” เธอพยายามควบคุมโทนเสียงให้ไม่สั่น ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงพูดเรื่องคืนนั้นขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดถึงมันเลย
อุตส่าห์เงียบไว้แล้วแท้ๆ แต่เขาดัน…พูดขึ้นมาซะนี่
“ให้ทบทวนความจำให้ไหม?”
“ทบทวนยังไงคะ?”
ริมฝีปากหยักได้รูปกรีดยิ้ม นัยน์ตาดำขลับฉายแววความร้ายกาจอย่างไม่ปิดบังจนมีญ่าเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เท้าเล็กก้าวถอยออกมาเมื่ออีกฝ่ายเริ่มก้าวเท้าเข้ามาหา
“จะทำอะไรคะ”
“ฉันเก่งเรื่องจำมากนะ โดยเฉพาะจำเรื่องแบบนั้น”
“…”
“แต่ถ้าหากเธอลืม ฉันก็จะช่วยทบทวนความทรงจำให้ รับรองเลยว่ามันกลับมาแน่นอน” เขาไล่ต้อนมีญ่าไปเรื่อยๆ จนแผ่นหลังของเธอแนบชิดผนังเย็นเฉียบ เขาเลื่อนมือหนาไปสัมผัสแก้มใสอย่างนุ่มนวล
กลิ่นหอมคล้ายแป้งเด็กที่พัดผ่าน ยิ่งทำให้เขา…นึกถึงคืนอันเร่าร้อน
เธอรู้สึกเหมือนโดนสาปให้แช่แข็งจนขยับร่างกายไปไหนไม่ได้ มือเย็นเฉียบที่สัมผัสลงมายังแก้มทำให้เธอสะดุ้งโหยงในช่วงแรก ทว่าต่อมาไอร้อนก็เริ่มแผ่ขยายไปทั่วใบหน้าจนแดงซ่าน เธอรวบรวมความกล้าทำบางอย่างที่ไม่คิดว่าจะกล้าทำ…
ผลัก!
ไรอันถูกมีญ่าผลักเข้าที่กลางอกจนถอยออกห่าง ร่างบางในชุดนักศึกษาวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าจะถูกไล่ตาม
“หึ เด็กน้อย…” เขายืนมองมีญ่าที่วิ่งออกไป พลางส่งเสียงเบาๆ ในลำคอแล้วส่ายหน้าไปมา เขาไม่ได้วิ่งตามมีญ่าที่วิ่งสี่คูณร้อยออกไป แต่เดินกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง
•••
มีญ่าวิ่งออกมาจากตรงนั้นอย่างไม่คิดชีวิต หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตกใจเพราะอะไร ระหว่างความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หรือคำพูดที่เขาพูดถึงคืนนั้นอย่างโจ่งแจ้ง
“คนบ้า! ทำไมต้องพูดเรื่องแบบนั้นออกมาด้วย” เธอบ่นกับตัวเองขณะยืนหอบตรงมุมบันไดทางเดิน หน้าร้อนวูบวาบจนอยากเอาน้ำเย็นมาลูบให้หายความรู้สึกนี้
เธอพยายามตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ เดินไปยังพื้นที่พักผ่อนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีโต๊ะเล็กที่มุมห้องว่างพอดี เธอจึงรีบนั่งลงก่อนที่ใครจะเข้ามาเห็นสภาพยุ่งเหยิงของเธอ
ดวงตาคู่สวยมองไปรอบๆ พลางพยายามข่มความคิดในหัว แต่ภาพเหตุการณ์ที่ไรอันพูดถึงคืนนั้นยังคงฉายซ้ำอยู่ไม่หยุด
“เขาจะพูดทำไม? แล้วที่พูดแบบนั้น เขาหมายความว่ายังไงกันแน่…”
เธอส่ายหัวแรงๆ พยายามสลัดความคิดเหล่านั้นออกไป ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เปิดแอปพลิเคชันโซเชียลสักพัก แต่ก็พบว่าความสนใจของตัวเองกลับถูกดึงกลับไปหาเขาอย่างช่วยไม่ได้
“จะบ้าตายอยู่แล้ว!” เธอเผลอพูดเสียงดังจนเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ๆ หันมามอง เธอรีบยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้แล้วก้มหน้าก้มตาทำเป็นยุ่งกับโทรศัพท์ต่อ
แต่ไม่ทันไร เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อผู้ส่งที่ทำให้เธอหยุดนิ่ง
LINE
หมอรวิกร : เจอกันที่ห้องทำงานตอนบ่ายสองครึ่ง
เธอจ้องมองหน้าจอราวกับมันเป็นระเบิด ก่อนจะรวบรวมความกล้าคลิกเปิดข้อความ เธอเผลอกัดริมฝีปากแน่น รู้สึกว่าตัวเองติดอยู่ในเกมที่เขาวางไว้โดยไม่ทันตั้งตัว
“ทำยังไงดีล่ะ…” เธอพึมพำคนเดียว ก่อนจะหันมองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมง
เธอถอนหายใจยาว เหมือนลมในร่างกายถูกดูดออกไปหมด รู้ดีว่าหนีไปไหนไม่ได้ และสุดท้ายก็ต้องกลับไปเจอเขาอยู่ดี
อยากจะบ้าตาย…
เมื่อไหร่จะสิ้นเดือน ไม่อยากเจอหน้าเขาแล้วโว๊ยย พรุ่งนี้สัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้เลยได้ไหม
‘ฉันเก่งเรื่องจำมากนะ โดยเฉพาะจำเรื่องแบบนั้น’
‘แต่ถ้าหากเธอลืม ฉันก็จะช่วยทบทวนความทรงจำให้ รับรองเลยว่ามันกลับมาแน่นอน’
ประโยคนั้นของเขาฉายซ้ำในหัวอีกครั้ง จนต้องสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปเป็นระยะ เธอดึงสายตากลับมามองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองต่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่หน้าหล่อๆ ของคุณหมอไรอันอะไรนั่นก็ลอยเข้ามาทำลายสมาธิ
หล่อจริงยอมรับ แต่ช่วยออกไปจากหัวเธอได้ไหม!