ตอนที่ 22
เมื่อฟ้าใสกลับมาถึงบ้าน กวาดสายตามองไปรอบๆแต่กลับไม่พบตัวมิลิน
“มิลินล่ะ” ฟ้าใสถามภาคินที่กำลังนั่งทำงานอยู่
“ยังไม่กลับนะ”
“เป็นไปได้ยังไง 1 ชั่วโมงก่อนมิลินบอกว่าจะกลับมาแล้ว ตอนนี้น่าจะถึงแล้วหนิ” ฟ้าใสบ่นอุบอิบวางกระเป๋าสะพายไว้ข้างๆภาคิน ทิ้งตัวลงนั่งอย่างแรง
“อะไรนะ” ภาคินเลิกทำงาน หันมาสนใจเรื่องของมิลิน
“นี่ไง มิลินบอกตั้งแต่ 1 ชั่วโมงก่อน”ฟ้าใสพูดแล้วปลดล็อคโทรศัพท์ดูรูปมิลินอีกทีนึง พลันสายตาอันแหลมคมของภาคินมองไปยังรูปนั้นเห็นชายชุดดำปรากฎอยู่ในรูปด้วย
“รถคันนั้นเป็นของเพื่อนบ้านมิลินหรือเปล่า” ภาคินเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ฟ้าใสซูมดูรูปอีกครั้ง ชายที่ปิดหน้านี้ “รถคันนี้ไม่คุ้นเลยหรือว่าจะเป็นลักพาตัว!!!!” สิ้นเสียงฟ้าใส ภาคินแย่งโทรศัพท์จากฟ้าใสมาดูรูปทันที
“ จริงๆด้วย” ภาคินขบกรามแน่น ออกมาขึ้นรถตรงดิ่งไปบ้านของมิลินทันที ฟ้าใสวิ่งตามภาคินมาติดๆ จนหอบหายใจแฮ่กๆ
“พี่ลองไปดูที่บ้านของมิลินก่อนไหมเผื่อได้เบาะแสอะไรบ้าง”
“อืม” ภาคินเหยียบคันเร่งจนเกือบมิด ภาวนาให้มิลินไม่เป็นอะไร
ใจภาคินไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รีบขับรถไปยังที่บ้านของมิลิน กดกริ่งอยู่นาน แต่กลับไม่พบใครออกมา ใจภาคินยิ่งร้อนรนขึ้นไปอีก
ปราการที่พึ่งขับรถเข้าบ้านจึงออกมาดู
“มีอะไรหรอครับ”
“มิลินหายตัวไป” ฟ้าใสตอบอย่างลนลาน
“แล้วมิลินไม่ได้อยู่บ้านของพวกคุณหรอ” ปราการถามออกไป ปกติมิลินไม่กลับมาที่บ้าน เขาเองก็เฝ้ารอมิลินอยู่ทุกวัน
“มิลินแวะมาที่บ้าน บอกว่าจะกลับตั้งแต่ 1 ชั่วโมงก่อน แต่ยังไม่มา” ฟ้าใสพูดแล้วกวาดสายตามองไปยังรอบๆ พบสร้อยเปื้อนเลือด ฟ้าใสหยิบมาดูทันที
“นี่เป็นสร้อยคอที่ฟ้าใสให้มิลิน” ฟ้าใจเริ่มใจคอไม่ดี เดี๋ยวลองโทรหาก่อน ฟ้าใสกดเบอร์โทรแล้วโทรหามิลินทันที
“ติดนะ แต่ตัดสายทิ้ง แล้วปิดเครื่องเลย แย่แล้วมิลินโดนลักพาตัวไปจริงๆ”
“ทำยังไงดี” ฟ้าใสพูดทำอะไรไม่ถูก
“โทรหาตำรวจ แจ้งป้ายทะเบียนที่อยู่ในรูปเร็ว!!” ภาคินเสียงเข้มสั่งฟ้าใส
เมื่อฟ้าใสโทรหาตำรวจเสร็จ ยิ่งเป็นกังวลกลัวว่ามิลินจะเป็นอะไรไปเสียก่อน ปราการนึกขึ้นได้ว่า
“ฟ้าใส ตอนที่ผมซื้อโทรศัพท์ให้มิลิน ได้โหลดแอพติดตามมิลินไว้อยู่ น่าจะพอรู้ว่าเธออยู่ไหน”
“เปิดสิว่าตรงไหน!!!” ฟ้าใสเผลอพูดเสียงดัง
“ใจเย็นๆก่อน”
“ขึ้นรถ”ภาคินบอกให้ฟ้าใสและปราการขึ้นรถ
“ ตรงไหนพูดมา!” ตอนนี้ภาคินร้อนใจไม่ต่างกัน
“ นี่ครับ ดูจาก gps น่าจะเป็นตึกร้างแห่งหนึ่ง”
“อืม” ภาคินมองไปยังหน้าจอแวบนึง เขารู้ได้ทันทีว่าตึกนี้อยู่ที่ไหน เขาทำงานด้านอสังหา ตึกพวกนี้ผ่านตามาบ้าง
มิลิน ค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยอาการที่มึนหัว พยายามจะลุกขึ้นแต่ทว่ากลับถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ กลิ่นบุหรี่เหม็นรุนแรงโชยมาแตะจมูกของเธอ กลิ่นสาปของตึกร้าง น่าสะอิดสะเอียน มิลินคิอยๆเงี่ยหูฟังว่าโจรพวกนี้คุยอะไรกัน
“โดนจ้างมาครั้งนี้คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม ได้เงิน แถมได้ผู้หญิงเป็นของแถมอีก” เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งอายุน่าจะประมาณ 35 ปี พูดขึ้น
“ครั้งนี้ใครจะเริ่มก่อนวะ”
“กูสิเริ่มก่อน”
“ กูสิ กูเป็นคนรับงานมา แต่กูเป็นพี่มึง” มิลินได้ยินเสียงโจรคุยกัน เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา มิลินเริ่มขดตัว ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มิลินเริ่มถอยหลังจนชิดกำแพง โจรเปิดหน้าเธอออก
มิลินได้กลิ่นบุหรี่แรงจนทำให้เธอแทบอ้วก
“มิลินขอร้องอย่าทำอะไรเลยนะ” มิลินน้ำตาไหลพราก หวาดกลัวชายคนนี้ โจรยิ้มเหี้ยมเกรียม ไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย ใช้มีดตัดเชือกจากมือของเธอ และขาของเธอ
มิลินเตรียมทำท่าจะหนี แต่โจรกลับเอามีดจี้คอเธอ
“ หากคิดจะหนีได้ตายแน่” โจรขู่มิลิน มิลินจึงถอยกลับไปนั่งเหมือนเดิม มิลินกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอ นั่งน้ำตาไหลอาบแก้ม
โจรค่อยๆ โน้มตัวเข้ามาหาเธอ ใช้มีด ตัดกระดุมเสื้อทีละเม็ด ใช้มือสากลูบมายังบริเวณไหล่ของมิลิน มิลินเนื้อตัวสั่นเทา ทั้งสะอิดสะเอียน ทั้งหวาดกลัว
หากจะต้องมาจบชีวิตคงไม่เป็นอะไร ดีกว่าได้รับความอัปยศอดสู นี้ เธอเหมือนตายทั้งเป็น มิลิน รวบรวมพละกำลัง ใช้เท้าถีบไปที่หน้าท้องของโจรเต็มแรง โจรหงายหลังล้มลงไป แต่มิลินหนีไม่พ้น โจรคว้าขามิลินให้ล้มลง จนร่างมิลินเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่างกาย
โจรใช้ฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าของมิลิน เพี๊ยะ!
“ฤทธิ์เยอะนักหรอ” โจรพูดขึ้น แล้วเลียมุมปากด้วยความหื่นกระหาย มิลินลุกขึ้นมา เตรียมท่าจะวิ่งออกไปอีกหน โจรจึงใช้หมัดต่อยมาที่ท้องของมิลินเต็มแรง มิลินทั้งเจ็บและจุก ทรุดตัวล้มลงนอน ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุก ร่างกายอันบอบบาง เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย จนเห็นร่องหน้าอกที่ใหญ่จนเกินตัว ใบหน้าของโจรแสดงความหื่นกระหายออกมา ค่อยๆจับจับพลิกตัวร่างบางให้หงายตัวขึ้น ร่างบางน้ำตาไหลอาบแก้ม เจ็บปวดจนหมดหนทางสู้ ได้แต่หลับตาปี๋ เตรียมรับผลที่จะเกิดตามมา
“หึๆ ของดีนี่หว่า สวรรค์ช่างมาโปรดกูจริงๆ”