บทที่1 ช่วยตัวเอง

1447 Words
ณ บ้านตระกูลกิบสันภายในห้องฟิตเนสส่วนตัวชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลูกครึ่งไทย อเมริกันกำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่บนลู่วิ่งเหงื่อท่วมตัวในสภาพเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้ออันแข็งแรงกำยำเงาวับ เมื่อจบจากลู่วิ่งแล้วร่างหนาก็หันไปต่อด้วยการยกเวทด้วยความแข็งแรงแรงดีไม่มีตก เอริคชอบออกกำลังกายมากเมื่อมีเวลาว่างจากการทำงานเขามักจะเอาเวลามาออกกำลังกายเสมอ ริมฝีปากหนากว้างอ้าดื่มน้ำจากขวดด้วยลมหายใจที่หอบถี่พักร่างกายสักครู่ชายหนุ่มร่างใหญ่ก็หายเข้าไปในห้องน้ำบริเวณห้องนอนกว้างเพื่อชำระล้างร่างกาย มือหนากระทอกรูดชักท่อนเอ็นร้อนขึ้นลงด้วยจังหวะเร็วแรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความเสียวซ่าน อารมณ์ความรู้สึกดิบหื่นถูกส่งไปยังปลายหัวหยักบานจนน้ำสีขาวข้นขุ่นพุ่งระเบิดออกมาคามือหนากระจายเต็มผ้าปูบนเตียงคิงไซส์ "ฮ่าก....ฮ่าก"เอริคนอนหายใจหอบถี่ด้วยความเสียวซ่านรูดชักแก่นกายใหญ่ขึ้นลงช้า ๆ ชายหนุ่มนอนพักเอาแรงไม่นานก็ยันตัวลุกขึ้นนั่งในสภาพเปล่าเปลือยล่อนจ้อน เอื้อมมือไปหยิบรีโมตทีวีกดปิดหนังเอ็กซ์ที่เปิดทิ้งไว้นานหลายนาทีลง จากนั้นก็หันไปจัดการกับตนเองจนเสร็จสรรพ เพื่อไปยังห้องอาหารที่อยู่ถัดไปอีกหลังบนพื้นที่หลายพันไร่ "จะรับมื้อเช้าเลยไหมคะ"ปราณีแม่บ้านเก่าแก่ประจำบ้านเอ่ยขึ้น "ครับ"เอริครับคำพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ "ป้าเตรียมอาหารใส่กล่องให้แล้วนะคะ เข้าเวรจะได้ไม่หิว"ปราณีเอ่ยพลางจัดแจงอาหารเช้าวางลงบนโต๊ะ "ขอบคุณครับ ว่าแต่ทำไมวันนี้บ้านเงียบจัง" "พอดีคุณผู้หญิงกับคุณท่านบินไปไทย ส่วนคุณแอนนี่ออกไปเที่ยวกับยัยปานตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ" "ครับ"เอริครับคำด้วยความแปลกใจเล็กน้อยเหตุผลอะไรที่มารดากับบิดาถึงต้องบินไปประเทศไทยด้วยตัวเอง หรือว่าเป็นเพราะใครบางคนที่เขาไม่ได้เจอมาหลายปี "แอนกลับมาแล้วค่ะ"แอนนี่ที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านตรงเข้าไปหอมแก้มเอริค "ไปเที่ยวไหนมาทั้งคืนเรา"เอริคยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาวด้วยความเอ็นดู "ไปเที่ยวไนต์คลับพี่มาร์ตินค่ะ สนุกมากเลย" "งั้นเหรอ" "แอนขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ง่วงมากเลย บ๊าย"แอนนี่โบกมือให้พี่ชายแล้วหายออกไปทันที "ผมไปก่อนนะครับ ป้า"เอริคเอ่ยจบก็ตรงไปยังรถคันหรูพร้อมกับกล่องอาหารคลีนในมือ เอริคบึ่งรถตรงไปยังโรงพยาบาลกิบสันโรงพยาบาลประจำตระกูลของตนเองที่มีชื่อเสียงทางด้านการแพทย์มายาวนาน แพทย์ที่ประจำอยู่ที่นี้ล้วนมีแต่หัวกะทิของประเทศทั้งนั้น เอริคเดินเข้าไปยังแผนกอายุรกรรมอย่างสง่าผ่าเผยเหมือนเช่นทุกวัน ส่งยิ้มทักทายพยาบาลและคนไข้ที่มารับการรักษา เอริคนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานภายในห้องตรวจพร้อมกับเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะขึ้นเพื่อเริ่มตรวจคนไข้คนแรกของวัน ชายหนุ่มนั่งตรวจคนไข้จนเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยง ถึงเวลาพักทานอาหารเหมือนเช่นทุกวัน "คุณหมอคะ คุณหมอมาร์ตินรออยู่ข้างนอกค่ะ"แฟรี่พยาบาลสาวที่ทำหน้าที่จัดคิวคนไข้เข้ามารายงานภายในห้อง "ครับ"เอริครับคำแล้วลุกเดินออกไปทันที เอริคเดินโอบไหล่มาร์ตินเดินไปตามทางทั้งสองคนสนิทกันมานานเพราะเรียนหมออายุรกรรมด้วยกัน อีกทั้งความหล่อเหลาก็ยังกินกันไม่ลงอีกด้วยจะแตกต่างกันก็แค่มาร์ตินสวมแว่นตาเท่านั้นแต่ความหล่อเหลาคมคายกลับไม่ลดลงเลย "มึงนี่ สายสุขภาพตัวพ่อเลยวะ"มาร์ตินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเอริควางกล่องอาหารคลีนลงบนโต๊ะภายในห้องอาหารที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ "อืม ว่าแต่มึงเถอะจะไปตักอาหารแล้วมานั่งกินกับกูได้หรือยัง" "กูจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"มาร์ตินรีบเดินไปตักอาหารที่เรียงรายกันมากมายเต็มไปหมดซึ่งเป็นสวัสดิการของที่นี้ "เมื่อคืนแอนนี่กับปานไปเที่ยวไนต์คลับกูด้วย"ทันทีที่มาร์ตินนั่งลงก็เปิดประเด็นขึ้น "อืม"เอริคพยักหน้ารับด้วยความนิ่งเฉย "ว่าแต่ลอเรนคู่หมั้นของแกเมื่อไหร่จะกลับมา" "ไม่รู้ ไร้สาระ"เขาไม่มีความรักอะไรกับลอเรนเลยมีแต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่คิดแทนพวกเขาจับหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็ก ๆ เอริคถอนหายใจ "ไร้สาระ แต่ยังไงมึงก็ต้องแต่ง"มาร์ตินออกความเห็น "มันเรื่องของกูไหม"เอริคเริ่มหงุดหงิดมีอารมณ์ "โอเค กูไม่ยุ่งก็ได้"มาร์ตินก้มหน้าลงทานอาหารต่อ โครม! ถังน้ำใบใหญ่ถูกโยนลงพื้นจนเกิดเสียงดัง ปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์สะดุ้งตื่นด้วยความงัวเงีย "อะไรของป้าเนี่ย คนกำลังนอน"ปานเอ่ยต่อว่าปราณีไม่จริงจังนัก "ตื่นมาช่วยข้าทำงานได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน เรียนก็จบแล้วไม่รู้จักหางานทำ เที่ยวกลางคืนให้มันเพลา ๆ บ้างนะ" "โอ้ย! ป้าจะบ่นอะไรหนักหนาเนี่ย ก็คุณแอนนี่เขาชวนปานจะปฎิเสธได้ยังไงกันเล่า และที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินสักบาทด้วย" "แกเห็นไหมว่าคุณ ๆ เขาดีกับเรามากแค่ไหน รู้จักสำนึกบุญคุณพวกเขาบ้าง ไม่ใช่ทำตัวปีนเกลียวเสมอตัวนาย ยิ่งเขาเมตตาใจดีกับเรามากแค่ไหนเราก็ต้องยิ่งอยู่ให้เป็นตอบแทนทดแทนท่านเท่าที่ทำได้บ้าง เข้าใจไหม"ปราณีอบรมสั่งสอนหลานสาวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่มานาน "จ้ะป้า ฉันจะจำเอาไว้"ปานรับคำไปส่ง ๆ ณ ประเทศไทย ภายในคอนโดหรูใจกลางเมืองมยุรากับเดวิดสามีผู้ร่ำรวยระดับต้น ๆ ของโลกกำลังนั่งพูดคุยกับเจ้าของห้องสาวสวยที่รับอุปถัมภ์จากบ้านเด็กกำพร้ามานานหลายปีจนเธอเรียนจบพยาบาลวิชาชีพในปีนี้ "หนู่ไม่ต้องห่วงนะลูก เรื่องวีซ่าเรื่องงานแม่จัดการให้หนูเรียบร้อยแล้ว"มยุราส่งยิ้มให้น้ำฟ้า "ขอบคุณมากนะคะ ถ้าจะไปจริง ๆ หนูก็ใจหายเหมือนกัน คงจะคิดถึงคุณครูกับน้อง ๆ ที่ศูนย์มากแน่ ๆ "น้ำฟ้ารู้สึกใจหายเมื่อคิดถึงพวกเขา "แม่เข้าใจจ้ะ ที่แม่อยากจะให้หนูไปอยู่ที่โน้นด้วย ก็แค่อยากให้หนูอยู่ใกล้ ๆ แม่ก็แก่ขึ้นทุกวันไม่รู้จะอยู่เห็นหน้าลูกได้นานแค่ไหน"มยุราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "อย่าพูดแบบนั้นสิคะ หนูจะกลับไปกับคุณแม่ค่ะ"น้ำฟ้าตัดสินทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากมยุราผู้มีพระคุณต่อเธอมากมายเหลือเกิน "โอเค เราจะบินกลับวันพรุ่งนี้เลย"เดวิดโล่งใจเมื่อเห็นรอยยิ้มบนหน้าภรรยา "ค่ะ"น้ำฟ้ารับคำ "รู้ไหมแอนนี่เขาถามหาหนูตลอดเลย อยากให้หนูไปอยู่ที่โน้นด้วย"มยุราเอ่ยเสริมขึ้น "คุณแอนนี่เธอน่ารักเสมอเลยนะคะ"น้ำฟ้ายิ้มรับ "แม่รับรองเลยนะ แม่จะไม่ให้หนูน้อยหน้าใคร ให้หนูรู้เอาไว้เลยว่าหนูก็เป็นลูกสาวของแม่อีกคน หนูจะมีอนาคตที่ดีมีเงินมีทองมีทุกอย่างที่หนูต้องการ หรือหนูจะส่งเงินมาให้คุณครูกับน้อง ๆ ที่ศูนย์เท่าไหร่เมื่อไรก็ได้เสมอเลย ดีไหม"มยุราเอ่ยยืดยาวให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลายสบายใจในสิ่งที่ตัดสินใจ "ขอบคุณคุณแม่มากค่ะ ที่รักหนูเสมือนลูกสาวจริง ๆ หนูไม่รู้ว่าจะตอบแทนบุญคุณแม่ยังไงหมดแล้วค่ะ"น้ำฟ้าสำนึกบุญคุณของหญิงสูงวัยอยู่ตลอดเวลาไม่เคยลืม "ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละลูก เป็นลูกสาวที่น่ารักของแม่ก็พอ"มยุรายื่นมือไปลูบศีรษะน้ำฟ้าด้วยความเอ็นดู "ค่ะ คุณแม่ ฟ้าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน"น้ำฟ้าส่งยิ้มให้มยุราแต่ข้างในเธอยังคงหวั่นใจกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเธอเมื่อหลายปีก่อน ในสถานเดียวกันที่เธอกำลังจะไปเยือนอีกครั้ง โปรดติดตามตอนต่อไป....
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD