บทนำ แหวนแห่งโชคชะตา!
แหวนแห่งโชคชะตา!
สายลมอ่อนๆ พัดปลิวใส่สวนดอกไม้สีขาวนานาชนิด ที่ถูกปลูกเอาไว้ประดับประดาสิ่งปลูกสร้างสวยหรูสไตล์ยุโรปคล้ายกับบ้านขนาดหลังย่อมๆ เสียงลมพัดที่ดังหวีดหวิวดังไปทั่วบริเวณนั้น แต่ต่อให้ลมแรงแค่ไหน ก็ไม่ทำให้ร่างเล็กหาที่หลบซ่อนจากสายลมได้
“ดี้...อย่าไปเล่นไกลนักนะลูก” เสียงเล็กแหลมตะโกนของเฟร์ย่า ดังมาจากตำหนักในของชีคคาในประเทศโมทีธแห่งนี้
เฟร์ย่าตะโกนบอก เลดี้ ลูกสาวฝาแฝดคนที่ 3 ของเธอวัย 10 ขวบ ที่มีนิสัยดื้อรั้นซุกซนวิ่งเล่นไปทั่วตำหนัก ผิดกับพี่สาวฝาแฝดคนกลาง หนึ่งในสามของฝาแฝดสาม ที่เรียบร้อยนั่งร้อยมาลัย จัดขนมอยู่กับชีคคาและผู้เป็นแม่
เลดี้ เด็กสาวตัวน้อย ตัวเล็ก ผิวขาว ผมบ็อบสั้น วิ่งเล่นรอบตำหนักในของชีคคาอย่างสนุกสนานเพียงคนเดียว แต่แล้วสายตาเล็กก็เหลือบไปเห็นตำหนักข้างๆ หลังหนึ่ง ปลูกสร้างสไตล์ยุโรปสีขาวสะอาดตา ดอกไม้สีขาวมากมายเบ่งบานรายล้อมเต็มไปหมด ความหอมอบอวลส่งกลิ่นไปทั่วบริเวณ เด็กหญิงวิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าตำหนักแล้วยืนหันหลังให้ หันหน้าเข้าหาสวนดอกไม้ สายลมพัดกระทบใบหน้าเล็กจนผมบ๊อบสั้นปลิวลู่ไปกับสายลม
“ใครอนุญาตให้เธอมาเล่นตรงนี้!” เสียงเล็กแหบเริ่มแตกหนุ่มดังขึ้น เขายืนอยู่หน้าตำหนักสีขาวที่เลดี้ยืนหันหลังให้
เลดี้หันมาทางต้นเสียง พบว่าเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อายุราวๆ 15 ปี อยู่ในชุดของชาวอาหรับสีขาวสะอาด ผิวสีน้ำผึ้ง ทรงผมรากไทรสีดำระต้นคอ ดวงตาสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาแม้จะยังเป็นแค่เด็กหนุ่ม เขายืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์ส่งให้กับเธอ
“ฉันถามไม่ได้ยินหรือ?” เขาถามอีกครั้ง
“ได้ยิน...แต่ไม่รู้ว่าถามใครนี่นา” เลดี้ตอบกลับ
“เธอไม่ใช่คนที่นี่สินะ ถึงไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร” เด็กหนุ่มถามอีกครั้ง ใบหน้าคิ้วขมวดไม่สบอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม
“ฉันก็คน...อยู่ที่นี่ฉันก็ยังเป็นคนนี่คะ” เลดี้ตอบออกมาแบบนั้น เพราะเธอกำลังเข้าใจผิดว่าเขานั้นกำลังบอกว่าเธอไม่ใช่คน
“เด็กอะไรพูดไม่รู้เรื่อง จะพูดกับเจ้าชายคำราชาศัพท์ก็ไม่มี” เด็กหนุ่มบ่นออกมา ใบหน้ายังคงไม่สบอารมณ์เช่นเดิม
“เจ้าชาย...?” เด็กหญิงทวนคำพูดของเขาอย่างสงสัย แต่ก็สงสัยมากกว่าเดิม ตรงที่ถ้าเขาเป็นเจ้าชายของประเทศนี้จริง ทำไมเขาถึงพูดภาษาไทยได้
ที่นี่ประเทศโมทีธ เป็นประเทศที่บอมพ์และเฟร์ย่า พ่อกับแม่ของเธอนั้นมาทำธุรกิจกับชีคของประเทศนี้ และครั้งนี้ เราฝาแฝดสามพี่น้องก็มาเที่ยวที่นี่ด้วย
“ใช่...เราเป็นเจ้าชายของประเทศนี้ และก็เป็นเจ้าของตำหนักขาวแห่งนี้ด้วย เราไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาที่นี่ แต่...เจ้าเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต จงออกไปซะ!” เด็กชายพูดกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
“ที่นี่ชื่อตำหนักขาวหรอกเหรอ ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครมาห้าม คิดว่าเข้ามาเล่นได้ และที่นี่ก็สวยด้วย ดอกไม้เต็มไปหมด ทำไมต้องหวงด้วยล่ะ” เลดี้ถามกลับ
“ไม่ได้! เดี๋ยวเด็กอย่างเธอก็มาทำดอกไม้ตาย ไปเล่นที่อื่น เราไม่อนุญาตให้เล่นที่นี่!” เด็กชายพูดย้ำเสียงเข้ม ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้นไป
เขาหยุดต่อล้อต่อเถียงกับเด็กหญิง เพราะเขาต้องไปตามหาแหวนสำคัญของเขาที่เขาเอาใส่สายสร้อยห้อยคอเอาไว้ มันหายไปตอนไหนเขาไม่รู้ มันเป็นแหวนที่สำคัญมากสำหรับเขา เป็นแหวนประจำตัวรัชทายาท หากไม่มีแหวนวงนี้ เขาจะไม่สามารถขึ้นรับตำแหน่งชีคคนต่อไปของประเทศนี้ได้
“คนอะไร ขี้หวงชะมัด!” เด็กหญิงบ่นพึมพำ ก่อนจะมองซ้าย มองขวา พอเห็นว่าไม่มีคนอยู่แถวนี้ และไม่มีเด็กผู้ชายขี้หวงคนนั้น เลดี้ก็ตัดสินใจวิ่งลงไปในสวนดอกไม้ที่เขาห้ามทันที เธอแค่อยากไปดูดอกไม้เพียงเท่านั้น
พรึ่บ! ตุบ!
“โอ๊ย!! จะ...เจ็บๆๆ” เด็กหญิงร้องออกมาอย่างสุดเสียง เมื่อเธอสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างจนล้มลงไปกองที่พื้นดินในสวนดอกไม้
เลดี้ลูบเข่าของตัวเองที่มีเลือดสีแดงสดไหลออกมา มันไปโดนเข้ากับหนามของต้นดอกกุหลาบสีขาว ตอนนี้มันเลอะไปด้วยเลือดของเธอ เข่าของเธอเกิดบาดแผลขนาดใหญ่
มือเล็กเอื้อมไปหยิบบางอย่างขึ้นมาดู มันคือสิ่งที่ทำให้เธอสะดุดล้มเมื่อสักครู่ สายสร้อยอะไรบางอย่างสีขาวเงินวาววับเมื่อมันสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ สายสร้อยที่เกี่ยวรั้งเท้าเล็กทำให้เธอสะดุดล้ม ในสร้อยเส้นนั้นมีอะไรกลมๆ ใส่อยู่ในนั้น
“แหวนนี่...” เลดี้พึมพำออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่ามันคืออะไร
แหวนแห่งโชคชะตา...อาจจะนำพามาจากพรหมลิขิต ให้ทั้งสองได้มาพบกันในตอนที่ยังไม่ใช่เวลา จำต้องห่างกันอีกครั้งเพื่อให้ถึงเวลาใหม่ที่เหมาะสมกว่านี้...
แหวนวงใหญ่สีเงินวาวสะท้อนแสงเช่นเดียวกับสายสร้อย พลอยเม็ดโตสีดำเลื่อม เมื่อยามมันสะท้อนเข้ากับแสงกลับเป็นสีน้ำเงินเข้ม มือเล็กจับมันยกขึ้นท้องฟ้าให้สะท้อนกับแสงอาทิตย์ แล้วส่งดู มันสวยสำหรับเธอ...แต่เธอต้องคืนเจ้าของ เพราะมันก็ต้องสวยสำหรับเจ้าของของมันด้วยเช่นกัน
“ดี้! ดี้อยู่ไหน?” เสียงของเฟร์ย่าตะโกนร้องเรียกลูกสาว ด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
“อยู่นี่ค่ะแม่” เลดี้ตะโกนกลับไป ก่อนจะรีบเก็บสร้อยกับแหวนวงนั้นใส่กระเป๋า แล้วลุกขึ้นออกไปหาแม่ของเธออย่างรวดเร็ว
“เราต้องรีบกลับไทยด่วนเลยลูก” เฟร์ย่าบอกลูกสาว แล้วรีบเข้ามาจูงมือลูกสาวของตัวเองเข้าตำหนักที่พวกเธอพัก เพื่อเก็บข้าวของเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในทันที
“แต่แม่คะ ดูสิคะหนูเจออะไร...” เลดี้พยายามจะบอกกับแม่ของเธอเรื่องแหวนที่เธอเจอ เธออยากคนเจ้าของก่อนที่จะกลับประเทศไทย
“คุณย่าไม่สบายเข้าโรงพยาบาล เราต้องรีบกลับตอนนี้เลย” เฟร์ย่าไม่ได้ฟังสิ่งที่เด็กหญิงกำลังจะบอก
“คุณย่า!” เลดี้ร้องเรียกคุณย่าของเธออย่างตกใจ เมื่อเธอรับรู้ว่าแม่ของเธอรีบร้อนจะกลับเมืองไทยเพราะอะไร
“เฟร์! ลี่! ดี้! ไปกันเลย ของเอาไว้ที่นี่ก่อน” บอมพ์เข้ามาบอกกับทั้งสามอย่างรีบร้อน
ทั้งสามมองหน้ากันอย่างวิตกกังวล แล้วรีบผลุนผลันออกตามบอมพ์ไปทันที ความเป็นห่วงคุณย่า และความกังวลทั้งหมดประเดประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน ทำให้เลดี้ลืมเรื่องของสิ่งที่เธอเพิ่งไปพบเจอมาเสียสนิท