ลัลล์นลินคอแข็ง กระดูกสันหลังเสียบวาบ ดวงตาเบิกโต ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มอย่างไม่สามารถควบคุมได้
ผู้ชายคนนี้... หน้าด้านขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?
เขาใช่คนๆ เดียวกับเจษณะที่เย็นชาและรังเกียจเธอคนนั้นรึเปล่า แค่ไม่กี่วัน อะไรทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้
ราวกับเป็นคนละคน!
ลัลล์นลินมองเขาแววตาไหวระริก ส่ายหน้าดิกต้องการให้เขาหยุดการกระทำ สายตาเจษณะมองสบเธอด้วยความอ่อนโยนเจือแววขี้เล่น ขณะที่เคลื่อนนิ้วแกร่งลากคลึงผ่านกลางร่องอก กดเน้นๆ ตรงเนื้อที่ใกล้เนินอกลูบโลมต่อไปยังใต้ฐานทรวง คลึงปลายนิ้วสลับการลากไล้แผ่วๆ จงใจปลุกเร้าร่างสาวให้เสียวซ่านรัญจวน
“หยุด!”
หญิงสาวยังคงต่อต้าน แม้ร่างกายเริ่มจะผิดแผกร้อนวูบวาบไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอหอบถี่กระชั้น ลมหายใจกระเส่า ซึ่งเกิดจากการออกแรงดิ้นขัดขืนมากเกินไปและถูกมือเจนจัดของเขาโจมตีตรงจุดที่ไวสัมผัส กระแสสวาทวิ่งพล่านจนเนื้อตัวรุ่มร้อนไปหมด
เธอหลับตากัดฟันข่มอารมณ์ แต่ได้ยินเสียงผู้ชายคนนี้หัวเราะเสียงแหบทุ้มอย่างเซ็กซี่ดังอยู่เหนือหัว ชวนให้สติกระเจิดกระเจิง
“แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ”
ลัลล์นลินลืมตาจ้องเขาเขม็ง ความเดือดดาลปะทุอยู่บนใบหน้าชัดเจน กัดฟันพูดกับเขาทุกคำว่า
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
เจษณะบีบขยำเต้าทรวงข้างหนึ่งอย่างเต็มมือสวนคำพูดเธอทันควัน คลึงเคล้นเน้นหนัก กางนิ้วขยุ้มฟอนเฟ้นท้าทายสายตาขึ้งโกรธของลัลล์นลิน ตาจ้องตาเธอไม่กะพริบ นัยว่าเขาจะลูบจะคลำแบบนี้...
แล้วเธอจะมีปัญญาทำอะไรเขาได้?
หญิงสาวกัดฟันกรอดจนมันแทบจะบิ่น หน้าแดงก่ำเพราะถูกโอ้โลมอย่างยั่วยวนและปลุกเร้าอารมณ์อย่างเร้าใจ
“ไปให้พ้น คุณมันน่ารังเกียจ อย่ามาถูกตัวฉัน ฉันขยะแขยง!”
เจษณะเอาแต่จ้องมองลัลล์นลิน สายตาซ่อนความโศกเศร้าอย่างลึกซึ้ง
เธอบอกว่าขยะแขยงเขา...
ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง... เขาจะได้ยินลัลล์นลินบอกว่า ‘เกลียด’ เขา
ความชิงชังที่ทะลักทะล้นออกมาจากดวงตากลมสวยที่เขารักใคร่ ท่าทีสะอิดสะเอียนจนแทบจะกัดลิ้น ทำให้หัวใจเขาปวดร้าวเจียนตาย เจ็บราวกับถูกใครมาเฉือนหัวใจทิ้งทีละชิ้น... ละชิ้น... ทรมานแสนสาหัสจนไม่อาจบรรยายได้
บนใบหน้าคมเข้มหล่อเหลามีความเย็นชา ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดตรงแสดงความเย้ยหยัน ราวกับคำพูดของเธอไม่มีผลกระทบอะไรกับเขาทั้งนั้น
ลัลล์นลินจะเกลียดหรือรักเขา มันก็ไม่สำคัญ...
เพราะเขาไม่สนใจ!
ใช่... เขาไม่จำเป็นต้องสนใจ ลัลล์นลินไม่มีสิทธิ์เกลียดเขา เธอได้รับอนุญาตให้เพียงแค่รักเขาเท่านั้น!
เขาไม่อนุญาตให้เธอเกลียดเขาเด็ดขาด!
ไม่ก็คือไม่!
นี่คือประกาศิตที่ลัลล์นลินห้ามต่อต้าน เธอต้องรักเขา อยู่กับเขา ห้ามจากเขาไปชั่วชีวิต ตราบจนความตายจะพรากเขาหรือเธอจากกัน
เมื่อนั้นเขาถึงจะยอมปล่อยมือจากเธอไป...
“นับวันเธอนี่จะยิ่งอวดดีมากขึ้นเรื่อยๆ นะหลิน สงสัยฉันต้องสอนบทเรียนให้เธอหนักๆ ซะหน่อยแล้ว เธอจะได้รู้ว่าคนที่เป็นคู่หมั้นควรปฏิบัติตัวกับว่าที่สามียังไง”
ลัลล์นลินคิดว่าเขาจะบังคับจูบเธออย่างป่าเถื่อน ไม่คิดว่าเขาแค่ลูบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน ใช้หลังมือไล้พวงแก้มเหมือนเอ็นดู อีกมือลูบคลึงฝ่ามือและปลายนิ้วของเธอเล่น เอ่ยอย่างไม่เร่งรีบ คล้ายกำลังพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกัน
“การยั่วยวนเป็นขั้นตอนแรกของการเอาใจสามี”
ทันใดนั้นเขาก็ดึงนิ้วเธอเข้าปาก ดูดอมเลียไล้ วนจูบไปถ้วนทั่วทุกนิ้ว ส่งปลายลิ้นและเล็มระหว่างร่องนิ้ว ลากยาวตั้งแต่โคลนจดปลายนิ้ว ตวัดลิ้นละเลงแล้วอ้าปากสวมครอบรวบดูดนิ้วเธอแรงๆ ดูดเน้นๆ สร้างความซ่านสยิวให้แก่เธอจนเผลอนิ่วหน้า
ลัลล์นลินสะบัดมือออก แต่สะบัดเท่าไรก็ไม่ออก ถูกมือหนาตะครุบไว้แน่นเหมือนคีมเหล็กบีบรัดข้อมือเธอ ลัลล์นลินรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เธอหวีดร้องเสียงหลง
“หยุด! เจษณะ...คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“นี่คือการยั่วยวน”
“อะไร?”
เขาพูดบ้าอะไร ใครต้องการให้เขามายั่วยวนเธอ เธอขอให้เขาหยุดทำเรื่องงี่เง่าพรรค์นี้อย่างชัดเจน แต่เขากำลังทำอะไร เหยียบย่ำเธอต่อไปอย่างนั้นหรือ...
ไม่รอให้เธอตั้งสติหรือมีคำตอบ เจษณะก็สอดแขนเข้าใต้แผ่นหลังบางกอดกระชับลัลล์นลินแนบแน่น ริมฝีปากประกบจูบปากเธออย่างดูดดื่มลึกล้ำ บดเคล้าแน่นสนิทจนไม่มีที่ว่างให้อากาศเล็ดลอดเข้าไปได้ จูบเธออย่างเร่าร้อนซ่านใจ แทบจะหลอมละลายริมฝีปากเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา ปลายลิ้นสากตวัดรัดพันลิ้นน้อยๆ ดูดดึงเกาะเกี่ยวไม่ยอมแยกจาก คลุกเคล้าเร่งรุกอย่างจัดเจนจนหญิงสาววิงเวียน รู้สึกราวกับโลกกำลังหมุน
“หยุด...” เสียงของเธอแผ่วหวิวเหมือนเสียงลูกแมวขี้อ้อน ดวงตาพร่ามัว จึงไม่ทันสังเกตเห็นแววตาที่ลึกซึ้งของเจษณะที่จับจ้องเธออย่างไม่ละสายตา
“นี่คือการจูบ”
เขากระซิบอย่างอ่อนหวานชิดมุมปากเธอ แล้วจูบซับไล่ลงมายังปลายคางเรียว ลากลิ้นขบเม้มเล็มเลียลำคอระหง ดูดดึงนวลเนื้อ ใช้ไรฟันขบขย้ำอย่างมันเขี้ยวทิ้งรอยรักและความเสียวสยิวให้ลัลล์นลิน ซุกไซ้จูบพรมกดศีรษะต่ำลงมาจนพานพบกระดูกไหปลาร้าเรียวบาง เขาขบเม้มไล้เลียเหมือนที่ทำกับต้นคอขาวๆ ของเธอ ทั้งดูดทั้งกัดจนเกิดเป็นรอยฟันและรอยแดงจ้ำอย่างน่าหลงใหลวาบหวามใจ
“ส่วนนี่คือการกอด”
ชายหนุ่มลูบไล้ฝ่ามือร้อนไปทั่วเรือนร่างอรชรบอบบาง สำรวจสัดส่วนเร้าใจและอ่อนไหวอย่างทั่วถึง ไม่มีที่ใดถูกทิ้งให้เหน็บหนาว ทั่วทุกตารางนิ้วบนตัวเธอถูกมือร้อนระอุโลมเลียจุดไฟพิศวาสขึ้น
เขาส่งปลายลิ้นลากเลียตามปลายนิ้วเรียวแกร่งไปทุกที่ ขณะที่สองมือทำหน้าที่เคล้าคลึง ปากและลิ้นก็คอยแวะเวียนวนจูบวนดูดพลางสร้างความซาบซ่านรัญจวนแก่กายสาวไปพลาง กระทั่งพวกมันวนมาบรรจบกันที่ทรวงอกคู่เอิบอิ่ม เขาเงยหน้าสบตาเธอ ดวงตาสีดำดุจหินออบซิเดียนก็วาววับเต็มไปด้วยแรงกระหาย
เจษณะส่งสองมือลูบไล้ทรวงอกผ่านชุดนอนผ้าซาตินเนื้อบางเบา คลึงเคล้านวดวนช้าๆ เน้นน้ำหนักมือไม่เบาและไม่แรง จงใจกระตุ้นเร้าอารมณ์สาวให้กระสันรัญจวน ก่อนจะส่งปลายลิ้นแวะทักทายสัมผัสกับยอดถัน ละเลงลิ้นละเลียดชิมผ่านเนื้อผ้าจนหมาดชื้น
เขาสอดมือเข้าใต้ร่มผ้า อยากสัมผัสโนมเนื้อนุ่มอร่าม อยากเห็นความสวยงามอย่างเต็มตา แม้ว่าจะเห็นอยู่บ่อยครั้งก็ตาม
ลัลล์นลินสะดุ้งสุดตัว ลมหายใจติดขัดเหมือนคนใกล้จะตาย
“หยุดนะ... หยุดเดี๋ยวนี้! ปล่อยฉัน... ปล่อยฉันไป!”
เธอต่อต้านเขาอย่างบ้าคลั่ง หวีดร้องลั่น สองมือเล็กทั้งผลักทั้งดันศีรษะเขาให้ถอยห่างจากตัวเธอ ใบหน้างดงามแดงก่ำ มีหยดน้ำตาร่วงรินลงมาไม่ขาดสาย เนื้อตัวสั่นสะท้านด้วยความตื่นกลัว สะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
“ฉันเกลียดคุณ! เกลียด! เกลียด! เกลียด!” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน เน้นย้ำซ้ำๆ ทุกคำด้วยหัวใจที่ปวดร้าว