ตอนที่37

882 Words
“ดิฉันพูดความจริงค่ะ ดิฉันเป็นลูกสาวคนโตของคุณกษิดิษย์” “แม่เธอล่ะ?” “แม่ของดิฉันเป็น...” พูดมาถึงตรงนี้หล่อนก็สะดุดไปนิด แล้วจึงพูดต่อว่า “คนรับใช้ในบ้านหลังนี้” “ลูกเมียน้อย?” เขาขัดขึ้นคล้ายจะถาม เห็นการะบุหนิงหน้าเสียไปวูบหนึ่งแล้วกลับมาราบเรียบตามเดิมก่อนจะพยักหน้ารับ “ประมาณนั้นค่ะ” “เท่าที่ดู...” คีธลากเสียงยาว สายตามองหล่อนราวกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง ก่อนจะพูดออกต่อไปว่า “คุณหญิงการะเกดเกลียดเธอนี่ ทำไมถึงคิดช่วยคนพวกนี้” เขาถามหล่อน ตอนนี้ชักอยากรู้ความคิดเห็นของหล่อนจริงๆ ว่า ทั้งที่ฝ่ายนั้นแสดงออกเด่นชัดว่าเกลียดหล่อนมาก แต่ทำไมหล่อนถึงยอมเอาตัวเข้าแลกช่วยคนพวกนั้น ยอมเป็นตัวสำรองแทนกาสะลองทั้งๆ ที่หล่อนน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเงื่อนไขที่เขาเสนอไปนั้น ถือว่าไม่ต่างจากการขายตัวเองและขายศักดิ์ศรี ผู้หญิงสติดีๆ ที่ไหนคงไม่มีวันยอมรับข้อเสนอนี้นอกจากพวกจนตรอก การะบุหนิงรับรู้ถึงสายตาสงสัยของชายหนุ่ม หญิงสาวมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะตอบไปว่า “ดิฉันมีเหตุผลที่ทำแบบนี้เหมือน กันค่ะ” “เธอไม่ได้เต็มใจจะแต่งงาน” เขาคาดเดา ทว่าผิดคาด คราวนี้การะบุหนิงส่ายหน้า “ดิฉันขอยืนยันว่าเต็มใจค่ะ การตัดสินใจยอมในครั้งนี้เป็นของดิฉันเอง” หล่อนยืนยันเสียงหนักแน่น ทำให้คีธเอะใจ เพราะท่าทางของหล่อนนั้นไม่ได้บ่งบอกเลยว่าหล่อนโกหก แต่ก็ไม่อาจบอกได้เช่นกันว่าหล่อนเต็มใจ ท่าทางครึ่งๆ กลางๆ ของหล่อนทำให้เขาอยากรู้ว่าเหตุผลที่ว่านั้น….คืออะไร? และคีธไม่ปล่อยให้มันเป็นแค่ความคิด ชายหนุ่มโพล่งถามออก ไปทันที “เพื่ออะไร?” “ขอไม่ตอบได้ไหมคะ” การะบุหนิงส่ายหน้า ไม่ยอมตอบคำถามแต่ดูเหมือนจะเป็นการกระตุ้นให้คีธอยากรู้มากยิ่งขึ้น “ถ้าเธอไม่ยอมตอบคำถามของฉัน...เห็นทีการเจรจาทุกอย่างล้มเหลว และฉันก็ชักจะไม่อยากกลับไปข้อเสนอเดิมคือการแต่งงานกับกาสะลองแล้วซะด้วยสิ” เขาพูดเสียงเรียบๆ เอื่อยๆ ทว่ามีนัยข่มขู่ชัดว่า หากหล่อนไม่ตอบเขาจะยกเลิกข้อตกลงทั้งหมดและแน่นอนว่าจะไม่มีทางหวนกลับไปหากาสะลองอีก...เขาจะยกเลิกข้อตกลงทุกอย่าง! และการะบุหนิงก็รู้ทันนัยที่ซ่อนอยู่ในประโยคนั้น หล่อนจึงถอนใจยาวเมื่อคิดถึงผลได้ผลเสียแล้ว การตอบคำถามเขาดีๆ คงจะง่ายกว่าปิดบัง “ก็ได้ค่ะ ดิฉันจะตอบ ที่ดิฉันทำก็เพื่อทดแทนบุญคุณของพีระนันท์ ที่ชุบเลี้ยงมา” หล่อนตอบตามตรง เป็นเสี้ยวหนึ่งของความจริงที่บอกแก่เขา เพราะถ้าเขารับรู้ถึงเหตุผลและความจริงทั้งหมด คงจะนึกสมเพชหล่อนที่โง่เง่ายอมให้กดขี่ข่มเหงมากกว่าจะเห็นใจ ซึ่งหล่อนไม่ต้องการความคิดเห็นใดๆ จากเขาเช่นกัน “เธอพูดเหมือนเธอเป็นทาสอย่างนั้นแหละ” แต่ดูเหมือนคีธจะมีความสามารถในการเดาสูง จึงเดาได้ใกล้เคียงกับความจริงเช่นนี้ “ไม่หรอกค่ะ อย่างน้อยดิฉันก็มีสภาพที่ดีกว่านั้นอยู่มาก” หล่อนตอบตามความเป็นจริง คราวนี้คีธแน่ใจว่าหญิงสาวคิดจะปกป้องพวกพีระนันท์อยู่บ้าง และดูออกว่าหล่อนไม่ค่อยอยากพูดถึงสภาพความเป็นอยู่ของตนเองเท่าไหร่ แต่เขาก็ยังอยากรู้อีกอยู่ดีว่า...เหตุผลอื่นใดที่ทำให้หล่อนยอมขายตัวเองเช่นนี้ “แต่ดูจากท่าทางเธอ คงไม่ใช่เพราะทดแทนบุญญคุณอย่างเดียวหรอกมั้ง ใช่ไหมดอกแก้ว? เธอต้องการอะไรอีก?” เห็นเขาเซ้าซี้ไม่เลิก หญิงสาวจึงลอบถอนใจยาว มองสบนัยน์ตาคมกริบสีเทาที่จ้องมองอย่างค้นหาตรงๆ “ดิฉันขอพูดตรงๆ เลยแล้วกันนะคะมิสเตอร์แมคไกวร์ การแต่งงานกับคุณทำให้ดิฉันได้รับอิสรภาพ ฉันจะไม่เป็นหนี้บุญคุณพีระนันท์อีกต่อไป ฉันจะได้ทำทุกอย่างตามที่ใจฉันต้องการ” ได้ยินคำตอบพวกนั้น...ราวกับคำตอบในอุดมคคติของนิยายเพ้อฝันอย่างไรอย่างนั้นก็ทำให้คีธอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้หล่อนอย่างขบขันแท้จริง “เธอแน่ใจหรือดอกแก้ว?” เขาถามย้ำ ในน้ำเสียงมีแววขบขันที่หญิงสาวฟังแล้วรู้สึกขัดๆ ในอกชอบกล “ดิฉันแน่ใจค่ะ และถึงดิฉันจะไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน...แต่อย่างน้อยดิฉันก็คิดว่าโชคอาจจะเข้าข้างดิฉันบ้างกับการตัดสินใจแต่งงานครั้งนี้” หล่อนว่า และนั่นทำให้คีธพยักหน้ารับ ดูเหมือนว่าการะบุหนิงจะประเมินเขาสูงทีเดียวว่าเขาน่าจะเป็นทางรอดที่ดีกว่าการอยู่บ้านพีระนันท์ของหล่อน...ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตนั้นเป็นอย่างไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่คีธมั่นใจในตัวเองแน่ๆ ก็คือ...เขาไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่อาจเรียกตัวเองว่าคนเลวได้เช่นกัน เขาก็เป็นแค่เพียงคนธรรมดาที่มีรัก โลภ โกรธ หลง และยังคิดถึงตัวเองมากกว่าความต้องการของผู้อื่นอยู่ดี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD