"ประเทศไทย..."
เอเดนชายหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ
พ่อเป็นคนอังกฤษแม่เป็นคนไทย อายุ39ปี สูงใหญ่ตามแบบฉบับหนุ่มตะวันตกที่ผ่านการดูเเลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่าสม่ำเสมอ
เขาได้มาใช้ชีวิตอยู่อักฤษกับบิดาตั้งแต่อายุ 15 ปี เนื่องจากพ่อกับแม่เขาตกลงที่จะแยกทางกัน ทั้งสองมีลูกชายสองคนเดิมทีเขาก็ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ทีประเทศไทย พ่อกับแม่เขาเลยตกลงกันว่าจะแบ่งลูกคนละคน โดยที่แม่ของเขาเลือกน้องชายที่เพิ่งเกิดมาได้สามขวบและด้วยน้องชายเกิดมาพร้อมโรงประจำตัว ทำให้แม่เขาตัดสินใจเลือกน้องชายและให้เขามาอยู่กับพ่อ
จนตอนนี้เขากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ที่ร่ำรวยอีกคนหนึ่งของเมืองผู้ดี ผลจากที่เขาเข้ามาดูแลกิจการต่อจากบิดาและด้วยความสามารถของเขาเอง ทำให้ธุรกิจของเขาขยายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
"ประเทศไทยหรอครับ"
ผู้ช่วยของเขาถามย้ำอีกครั้ง
"ใช่...แผนต่อไปเราจะลงทุนที่ประเทศไทยจัดการหาทีมงานเก่งๆไว้ ประสานงานที่ไทย ไว้หนึ่งทีม และดำเนินตามแผนของเราได้เลย"
"ครับคุณเอเดน"
ลุคผู้ชวยคนเก่งที่ทำงาน เคียงบ่าเคียงไหล่มากับเขารีบรับคำสั่งทันที
"ผมมีอีกเรื่องให้คุณช่วยจัดการให้ผมหน่อย"
เอเดนบอกกับเลขาของเขา พร้อมกับยื้นเอกสารให้เขา
ลุครับมาดูแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
ในเอกสารนั้นมีรูปหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูสวยคมเลยทีเดียว
"หานักสืบฝีมือดีสืบเรื่องเธอคนนี้ให้ผมหน่อย เธออยู่ประเทศไทย"
ลุคก้มมองเอกสารอีกรอบ ในนั้นมีแค่รูปกับชื่อของเธอเท่านั้น
[พัดชา ธนวงศ์]
"ครับ"
ลุครับคำสั่ง ถึงแม้จะมีเรื่องสงสัยในหัวมากมายแต่นั้นไม่ใช่หน้าที่ที่เขาจะต้องรู้
[ติ๊ง...ๆๆๆ!!]
มีเสียงข้อความเข้าดังขึ้น
เอเดนเลื่อนลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ออกก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่วางอยู่ในนั้นออกมา
"คุณออกไปได้"
"ครับคุณเอเดน"
ลุค..ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องเจ้านายไป
เอเดนเปิดอ่านข้อความที่ส่งมา
[มะยม...ทำไม่เงียบไปนานจัง]
[อย่าเงียบไปแบบนี้สิเราใจไม่ดีเลย]
[เรารอการตอบกลับจากเธออยู่นะ]
เอเดนอ่านข้อความเหล่านั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ แต่ถึงแม้ใบหน้าเขาจะยิ้มแต่ในเเววตาของเขากลับ มีความเศร้าหมองซ่อนอยู่ และเขาจะเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิม และสนใจงานบนโต๊ะต่อ
"พัดช่วงนี้ระวังตัวหน่อยนะลูก"
คุณราเชนบอกกับลูกสาว เพราะเขาได้ไปขัดผลประโยคจากพวกนักการเมืองที่เห็นแก่ตัว แต่สิ่งที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดตอนนี้คือภรรยาและลูกสาว
"คุณพ่อไม่ต้องห่วงคะ พัดดูเเลตัวเองได้"
พัดชาเขาใจในสิ่งที่พ่อทำ และเธอก็เห็นด้วยที่จะต้องจัดการนักการเมืองชั่วพวกนี้
"แต่ถึงยังไงแม่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ไปไหนมาไหนก็ระวังตัวไว้หน่อยนะลูก"
"ค่ะแม่...พ่อกับแม่ก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ"
พัดชาบอกพ่อกับแม่
เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว
พัดชาถูกเลี้ยงมาให้แข็งแกร่งตั้งแต่เด็ก
และด้วยที่บ้านเธอทำการเกษตร มีทั้งส่วนผลไม้ พืชผักทางการเกษตรอีกมากมาย มีพื้นที่หลายร้อยไร่ และพ่อของเธอก็เป็นที่นับหน้าถือตาของคนที่นี้ด้วย
หลังเรียนจบเธอเลือกที่จะกลับมาอยู่บ้านและช่วยพ่อกับแม่ดูแล ไร่แสงดาว
เพราะเธออยู่กับต้นไม้มาตั้งแต่เด็กและเธอก็ชอบกับการได้ทำงานลุยๆแบบนี้
"จริงสิ...ลุงชัยบอกว่าปุ๋ยใส่ทุเรียนเราจะหมดแล้ว เดี๋ยวพัดจะสั่งเพิ่มนะคะ เพราะเดือนหน้าก็ต้องเร่งปุ้ยใบกันแล้ว"
และนี้ก็เป็นเรื่องที่จะพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารของทุกวัน
ในไร่แสงดาวมีคนงานมากกว่าร้อยชีวิต ที่ต้องดูแล และตอนนี้หน้าที่หลังจะเป็นของพัดชาที่ต้องบริหารจัดการเพราะพ่อกับแม่เธอต้องการให้เธอดูแลต่อจากพวกท่านอยู่ดี
หนึ่งเดือนต่อมา...
พัดชาขับรถ ATV คู่ใจที่เธอไว้ใช้ขับลุยในสวนไปข้างๆรั่วที่ติดกับอีกไร่หนึ่ง และเธอก็ต้องแปลกใจ เพราะจากพื้นที่ รกร้างมาวันนี้มีทั้งเครื่องจักรและคนงานมากมายมาทำความสะอาด พื้นที่ตัวบ้านหลังใหญ่ที่ไม่มีคนอยู่มานานหลายปี
"คุณลุงคะ เจ้าของเขาจะกลับมาแล้วหรอคะ"
พัดชาตะโกนถามกลุ่มคนงานที่ทำงานอยู่ใกล้รั่ว
"ลุงก็ไม่รู้เหมือนกันคุณหนูพัดชา รู้แต่ว่าลงปุงที่เฝ้าที่นี้แก่ไปเกณฑ์คนงานมาช่วยกันทำความสะอาดบริเวณบ้านและรอบบ้านเลยลูก"
"ค่ะ...ขอบคุณนะคะ"
พัดชาบอกก่อนจะจับโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ และกดดูข้อความที่เธอส่งให้ใครบางคน
แล้วเธอก็ต้องขมวดคิ้ว ข้อความถูกอ่านแต่ไม่ตอบ
[มะยม..จะกลับมาที่ไร่เเล้วหรือป่าว พัดเห็นคนงานมาทำความสะอาดบ้านเต็มเลย]
ในขณะที่เอเดนกำลังประชุมอยู่เสียงข้อความโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูททันทีเพื่อที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดอ่านข้อความและก็เก็บเข้าที่เดิม
"คุณเอเดนจะออกเดินทางวันไหนครับ"
ลุคถามเจ้านาย เพราะเขาจะได้เตรียมตัวถูก
"อีกสองอาทิตย์"
เอเดนตอบลูกน้อง
"แล้วเรื่องที่ให้ไปจัดการถึงไหนแล้ว"
เขาถามลุคอีกครั้ง
"น่าจะเรียบร้อยก่อนที่คุณเอเดนจะถึงครับ"
ลุครายงานต่อ
"ดีมาก ส่วนโรงแรมสองที่ ที่เราจะไปเทคโอเวอร์ก็ส่งกำหนดการไปได้เลย เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูด้วยตัวเอง"
"รับทราบครับคุณเอเดน และมีข้อมูลเพิ่มเติมจากนักสืบส่งมาให้ครับ เดี๋ยวผมส่งให้เจ้านายในอีเมลนะครับ"
เอเดนพยักหน้ารับรู้ก่อนจะปิดประชุม
และเดินออกจากห้องปาะชุมไป
"คุณพ่อคุณแม่...พัดเห็นคนงานมาทำความสะอาดที่ไร่ป้าตาหรือว่าป้าตากับมะยมจะกลับมาแล้วคะ"
พัดคุยกับพ่อแม่บนโต๊ะอาหารค่ำในตอนเย็น
"นั้นนะสิ พ่อเห็นมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกเหมือนมีการรีโนเวทบ้านใหม่ ไหนจะรถยนต์จากที่อื่นวิ่งเข้าวิ่งออกกันเป็นว่าเล่น"
ราเชนบอก
"แสดงว่าพี่ตาจะกลับมาจริงๆละสิคะ"
คุณแสงดาวก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย เพราะแสงดาวกับพราวตาเจ้าของไร่โน่น
ก็ค่อยข้างจะสนิทกัน เพราะพราวตาก็เป็นคนน่ารักอัธยาศัยดีเลยเป็นที่รักของคนแถวนี้
"ก็น่าจะใช่ คงเบื่อเมืองนอกอยากกลับมาอยุ่บ้านแล้วมั่ง"
คุณราเชนบอก
ส่วนพัดชานั่งฟังพ่อกับแม่คุยกันแต่ในใจนั้นตื่นเต้นไม่น้อย เธอจะได้เจอกับเพื่อนรักเธออีกครั้ง
"เดี๋ยวพ่อจะมารับมะยมไปรักษาตัวที่อังกฤษ พัดต้องคิดถึงมะยมด้วยนะ"
มะยมบอกเธอเมื่อห้าปีก่อน
"พัดไม่ลืมมะยมหรอก มะยมเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของพัดนี่ มะยมต้องรักษาตัวให้หายแล้วกลับมาทำไร่ทำสวนด้วยกัน"
พัดชาบอกด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้จะใจหายแต่เธอก็ยินดีกลับการไปของเพื่อนรักครั้งนี้ เขาจะได้หายจากโรคที่เป็นอยู่สักที
"พัดสัญญานะ ว่าจะไม่ลืมมะยม"
มะยมทวนสัญญาอีกครั้ง
"สัญญาจ้ะ พัดจะไม่มีวันลืมมะยมเลย"
และนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้คุยกับมะยม เพราะเช้าอีกวันก็มีรถมารับสองแม่ลูกออกไป โดยที่ไม่มีใครรู้เลย มารู้อีกทีที่ก็ไม่มีใครอยู่ในไร่แล้ว
แรกๆเธอกับมะยมก็ยังติดต่อพูดคุยส่งข้อความหากันได้อยู่ แต่พออยู่ไปสักพัก
มะยมจะตอบข้อความช้าเเละน้อยลงเลยๆ และนี้ก็สองปีแล้วที่มะยมไม่ตอบข้อความเธอเลย แต่เธอก็ยังเฝ้าส่งข้อความหาเขาตลอดด้วยความเป็นห่วง
"พรุ่งนี้มะยมจะเข้ารับการผ่าตัดแล้วนะ
พัดช่วยเป็นกำลังใจให้มะยมด้วย"
ข้อความสุดท้ายก่อนที่เขาจะไม่ตอบเธออีกเลย