"ไปอยู่ไกล ๆ เลยนะไอ้เตี้ย! พวกเราไม่รับคนอ่อนแอเข้ากลุ่มหรอกนะ"
"แต่ผมไม่มีกลุ่มแล้วนะ คุณครูบอกให้ผมมาอยู่กลุ่มนี้ ผมพูดจริง ๆ นะ"
"ไม่ได้! พวกเราไม่ให้แกอยู่หรอกนะ ตัวเล็กเหมือนกุ้งแห้งแบบนี้จะยิ่งทำให้กลุ่มพวกเราดูแย่ไปใหญ่"
"แต่ผมจะไม่อ่อนแอหรอกนะ ให้ผมเข้ากลุ่มด้วยเถอะ ไม่มีใครยอมให้ผมเข้ากลุ่มเลย"
"ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ไม่ต้องมาขอร้อง!"
"ให้ผมอยู่ด้วยเถอะนะ ไม่งั้นผมไม่ผ่านวิชานี้แน่ ๆ"
"บอกให้ออกไปไง! กลุ่มพวกเรารับเฉพาะคนตัวสูงเท่านั้น ไอ้เตี้ยอย่างแกพวกเราไม่เอาหรอก"
"ผมขอร้องล่ะ"
"พูดไม่รู้เรื่องหรือไงวะ บอกว่าไม่เอาไง"
ปึก!
เด็กผู้ชายที่ตัวสูงที่สุดในชั้นก็ผลักไหล่บางของเพื่อนร่วมห้องที่ตัวเล็กที่สุดในบรรดานักเรียนชายทั้งหมด ร่างบางเล็กก็เซไปตามแรงผลักจนล้มไปที่พื้นห้อง
"อย่าทำผมเลยนะ"
"เอาไงต่อล่ะทอฝัน เธอตัวสูงที่สุดในห้องแล้วนะ พวกเราจะให้เธอตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อ จะจัดการกับไอ้เตี้ยนี่ยังไงดี" ทอฝัน…เด็กผู้หญิงที่ตัวสูงที่สุดในชั้นเรียนก็มองไปยังผู้ชายที่ตัวเล็กที่สุดในห้อง เขากำลังลูบหัวเข่าของตัวเองโดยมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
"ถ้าพวกนายไม่เอาก็ไม่เอา แต่กลุ่มเราก็มีครบห้าคนแล้วนี่"
"ได้ยินแล้วใช่ไหมไอ้เตี้ย ถ้าได้ยินก็รีบไปจากตรงนี้ได้แล้ว"
"ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ไปนะ แบบนี้อยากจะโดนดีอีกหรือเปล่า"
"ผะ...ผมไปก็ได้ ผมไม่เข้ากลุ่มแล้วก็ได้"
"งั้นก็รีบออกไปจากตรงนี้สิ ไอ้กุ้งแห้ง"
ปึก!
ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!
เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อหนึ่งสมาชิกในกลุ่มได้ยื่นเท้าออกไปขัดขาของคนตัวเล็กจนหน้าคว่ำ ก่อนจะมีเลือดไหลออกมาจากจมูก คนที่ถูกรังแกก็ร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดของตัวเองกำลังไหลหยดลงบนพื้น
"ไม่นะ!" ร่างแกร่งที่นอนหลับอยู่บนเตียงหรูก็ดีดตัวขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว เหงื่อเม็ดโตผุดพราวขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลา หน้าอกแกร่งที่เปลือยท่อนบนก็เคลื่อนไหวแรงไปตามการหายใจของตัวเอง หัวใจที่หน้าอกข้างซ้ายเต้นระรัวยิ่งกว่าเสียงกลองแข่งเรือยาว ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่มันเป็นแค่ความฝัน
"ฝันอีกแล้วหรือเนี่ยเรา ช่วงนี้ชักจะฝันบ่อยเกินไปแล้วนะ" ถึงจะเรียกว่าเป็นความฝันแต่มันก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เหตุการณ์ที่แสนโหดร้ายในวัยเด็กก็ยังคอยตามหลอกหลอนเขาอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ฝังใจที่แสนเลวร้ายจะลบออกไปจากใจได้มานานแล้ว แต่ฝันร้ายก็ยังคอยตามหลอกหลอนเขาอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้อดคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้
ร่างแกร่งลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ ก่อนจะล้างหน้าเพื่อทำให้อารมณ์เย็นขึ้น แล้วเดินออกไปที่ระเบียงห้องนอนบนตึกสูงที่คอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกับจุดบุหรี่สูบเพื่อทำให้อารมณ์เย็นลง ส่วนมืออีกข้างก็เลื่อนไปที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อดูข้อความของผู้จัดการวง Lucien ที่ส่งตารางงานของวันพรุ่งนี้มาให้
ลูค หนึ่งในสมาชิกวง Lucien (ลูเซี่ยน) เป็นวงดนตรีวงร็อกที่มีชื่อเสียงและเป็นวงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ เป็นวงร็อกที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ มีเพลงฮิตติดหูมากมายที่ทุกคนสามารถร้องตามได้ เขาเป็นนักดนตรีในวง Lucien โดยเล่นตำแหน่งมือเบสและร้องคอรัสกับเกรย์ นักร้องนำในวง Lucien ซึ่งในการแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ ลูคก็มักจะได้ร้องประสานกับนักร้องนำบ่อย ๆ เหมือนกัน
หลังจากที่ลูคได้สูบบุหรี่และปลดปล่อยอารมณ์ความเครียดจากฝันร้ายแล้ว เขาก็เห็นข้อความที่ยังไม่ได้อ่านของมารดาที่ส่งมาให้ พอกดเข้าไปดูเท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาก็กระตุกยิ้มออกมาด้วยความพอใจทันที
"ที่ช่วงนี้เราฝันร้ายบ่อย ๆ คงจะเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่างสินะ ถึงได้มีเหยื่อมาเข้าถ้ำเสือด้วยตัวเองโดยไม่ต้องออกล่าแบบนี้" ลูคขยี้บุหรี่ลงตรงที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะเดิมฮัมเพลงเข้าไปในห้องนอนหรูอย่างสบายอารมณ์
"ตอนนี้หนูอยู่ที่โรงแรมค่ะพี่ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอกพี่ก่อน เพราะหนูก็ไม่คิดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนั้นจะรับหนูเข้าทำงานนี่คะ แถมเมื่อวานหลังจากที่ทราบผลการสัมภาษณ์แล้ว หนูก็รีบไปหาหอพักแถว ๆ บริษัทจนดึก จะขึ้นรถไฟใต้ดินก็ไม่ทันแล้วด้วย หนูก็เลยตัดสินใจหาโรงแรมแถมนี้พักก่อนน่ะค่ะ"
"แล้วนี่คุณพ่อกับคุณแม่รู้หรือเปล่าว่าเราไปค้างที่โรงแรมน่ะ" เพทาย อายุสามสิบปี เป็นพี่ชายคนเดียวของทอฝันก็รีบเอ่ยถามน้องสาวทันทีด้วยความเป็นห่วง
"บอกแล้วค่ะพี่"
"ต่อไปก็อย่าทำอะไรโดยไม่บอกใครอีกล่ะ"
"หนูอายุยี่สิบหกแล้วนะคะพี่เพทาย ไม่ใช่เด็กแล้ว และเรื่องแบบนี้หนูก็ต้องบอกคุณแม่ไว้ก่อนอยู่แล้วแหละค่ะ ไม่งั้นโดนบ่นหูชาแน่"
"ว่าแต่หนูแน่ใจแล้วใช่ไหมที่บริษัทนั้นรับเข้าทำงานน่ะ เห็นเพื่อนพี่บอกว่าบริษัทนั้นเขาไม่ได้รับพนักงานเข้าทำงานกันได้ง่าย ๆ เลยนะ เพราะมาตรฐานสูงมาก นี่รับเราเข้าทำงานเลยงั้นหรือ กับคนที่แทบจะไม่มีประสบการณ์เนี่ยนะ"
"หนูก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าเขาจะรับเข้าทำงาน เพราะหนูก็ลองยื่นใบสมัครไปหลายแห่งเลย แต่บริษัทนี้บอกตามตรงเลยค่ะว่าหนูไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะรับหนูเหมือนกัน พอบอกว่ารับก็ดีใจมาก"
"พี่บอกให้ไปสมัครที่บริษัทเพื่อนพี่ก็ไม่เอา มายุ่งยากลำบากแบบนี้ แถมที่ทำงานใหม่ก็ไกลบ้านอีกด้วย"
"ไม่เอาหรอกค่ะ ก็บริษัทของเพื่อนพี่ก็มีพี่เป็นหุ้นส่วนด้วยนี่คะ หนูไม่อยากถูกเรียกว่าเป็นเด็กเส้น อยากจะใช้ความสามารถของตัวเองให้เต็มที่ค่ะ"
"มาหุ้นส่วนอะไรกัน หุ้นแค่เศษเสี้ยวเดียวไม่ได้มีอำนาจมาทำอะไรขนาดนั้นหรอก"
"แต่ยังไงพี่ก็เป็นหุ้นส่วนอยู่ดีนี่คะ หนูไม่ไปหรอกค่ะ"
"แล้วก็ตั้งใจทำงานด้วยล่ะ ยิ่งบริษัทใหญ่แบบนั้นการแข่งขันมันสูง นั่นก็ยิ่งจะทำให้เรากดดัน ไม่ได้เหมือนบริษัทเก่าที่หนูเคยทำหรอกนะ มันเทียบกันไม่ได้เลย"
"พี่เพทายก็พูดซะหนูกลัวเลย"
"พี่ถึงอยากให้เรามาทำงานที่บริษัทที่นี่ไง เดี๋ยวก็จะโดนแกล้งโดนใส่ร้ายเหมือนที่ทำงานเก่าอีก ที่โดนเพื่อนร่วมงานใส่ร้ายจนถูกบังคับให้ลาออกน่ะ ดีนะที่เขายังบังคับให้ลาออกเอง ถ้าโดนไล่ออกนี่แย่แน่ ๆ ไปสมัครงานที่ไหนถ้ามีประวัติเสียเขาไม่รับแน่นอน"
"นั่นสิคะ เกือบปีแล้วที่หนูไม่ได้ทำงาน แต่ก็ต้องขอบคุณคุณแม่จริง ๆ ที่ทำให้หนูลืมความเจ็บปวดเหล่านั้นได้ พอได้ช่วยคุณแม่ทำขนมขายมาเกือบปี ก็ทำให้หนูเลิกใส่ใจกับเรื่องที่มันผ่านมาแล้วล่ะค่ะ"
"ก็ดีแล้ว ไม่ได้เข้าสังคมมนุษย์เงินเดือนมานานก็รีบเคาะสนิมออกด้วยล่ะ ไหน ๆ วันนี้ก็อยู่แถวบริษัทก็หาคอนโดสักห้องด้วยแล้วกัน"
"ไม่เอาหรอกค่ะคอนโด หนูเพิ่งจะเริ่มทำงานเองนะคะ จะเอาเงินจากไหนมากมายมาเช่า หนูว่าจะหาหอพักราคากลาง ๆ ที่ระบบรักษาความปลอดภัยดี ๆ เอาน่ะค่ะ"
"ได้ไงล่ะ น้องของพี่จะอยู่ห้องถูก ๆ ได้ยังไง เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า พี่ออกให้เอง จะกลัวอะไรล่ะ"
"ไม่เอาหรอกค่ะ หนูอยากจะหาเงินและใช้เงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเท่านั้น แล้วเมื่อวานหนูก็ได้เดินหาหอพักราคาไม่แพงแต่น่าอยู่และปลอดภัยแล้วด้วย"
"งั้นเดี๋ยวถ้าหาที่พักได้แล้วก็อย่าลืมพาพี่ไปดูด้วยล่ะ ถ้าไปดูแล้วความปลอดภัยไม่ผ่าน พี่จะซื้อคอนโดแถวนั้นให้เองเลย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะอยู่ในที่อันตรายได้ไง ยังไงก่อนจะทำสัญญาเช่าก็ต้องให้พี่ไปดูก่อนนะ"
"พี่เพทายเนี่ยทุกทีเลย หนูโตแล้วนะคะ หนูดูแลตัวเองได้"
"ก็พูดแบบนี้ทุกทีตั้งแต่เด็กแล้ว ตอนประถมก็เอาแต่อวดอยู่นั่นว่าตัวเองเป็นคนที่สูงที่สุดในห้อง สูงกว่าผู้ชายทุกคน แต่เอาเข้าจริง ๆ พอโตมาก็ตัวผอมบางเกินไปอีก แล้วแบบนี้จะไม่ให้พี่ห่วงได้ไง"
"งั้นเอาเป็นว่าหนูจะรายงานพี่ตอนที่ได้ที่พักใหม่ก็แล้วกันค่ะ พี่จะได้ไม่ต้องกังวลไง เดี๋ยวหนูขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ วันนี้ต้องไปยื่นเอกสารข้อมูลส่วนตัวและประวัติการศึกษาที่เคยเรียนตั้งแต่เด็กด้วยค่ะ"
"เอ๊ะ? บริษัทให้ส่งเอกสารละเอียดขนาดนั้นเลยงั้นหรือ?"
"ใช่ค่ะ หนูก็แปลกใจมากเหมือนกัน แต่ก็น่าจะถามไปเฉย ๆ แหละมั้งคะ ถึงจะแปลกใจว่าสิ่งที่ทางบริษัทต้องการมันไม่ได้เกี่ยวกับงานที่จะทำเลยก็เถอะ"
"นั่นสิ จะบริษัทไหนก็ไม่มีใครอยากรู้ข้อมูลในวัยเด็กหรอกนะ แต่ยังไงก็ช่างเถอะ งั้นหนูไปเตรียมตัวได้ละ พี่ไม่กวนแล้ว"