“อ๋อ พอดีว่าเราอยากมาเที่ยวที่กาญฯ พอดีน่ะ” พีรภัทรยิ้มเก้อ
“แน่ะ อย่าคิดว่าปิ่นรู้ไม่ทันนะ นี่แอบตามปิ่นมาใช่ไหม” หญิงสาวมองหน้าเพื่อนอย่างรู้ทัน เธอตั้งใจเดินทางโดยรถตู้โดยสารเพราะอยากนั่งชมวิวและคิดอะไรเพลินๆ ระหว่างทาง แต่ด้วยความที่ไร่ศิริพัฒน์อยู่นอกเมือง ทำให้เธอต้องลงที่ท่าโดยสารและรอรถสองแถวต่อเข้าไปอีก และนั่นทำให้เธอได้พบกับพีรภัทร อะไรๆ มันดูจะลงตัวไปหมดจนดูก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย
“แหะๆ ปิ่นนี่รู้ทันเราทุกเรื่องเลยนะ” พีรภัทรเกาศีรษะยอมรับแต่โดยดี รู้ว่าหญิงสาวจะมาถึงที่ท่าโดยสารกี่โมง จึงตั้งใจจะดักเจอเธอ เขายอมรับว่าตัวเองไม่กล้าหาญพอที่จะตัดหญิงสาวจากใจ และในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว ตื๊อเท่านั้นที่จะทำให้เขาชนะทุกสิ่ง
“จริงๆ เลยนะพีร์” ปาลิกาได้แต่มองหน้าพีรภัทรอย่างถอนใจ
“ปิ่นจะกลับไร่ใช่ไหม เดี๋ยวเราไปส่ง”
“พีร์…พีร์ก็รู้ใช่ไหมว่าไร่นั้นเป็นไร่ของ เอ่อ…ของเขา” หญิงสาวไม่กล้าเอ่ยออกมาว่า ‘เขา’ ที่ว่านั้นคือว่าที่สามีของเธอ
“อื้ม แล้วทำไมล่ะ เราบริสุทธิ์ใจนี่ ปิ่นเป็นเพื่อนเรา” พีรภัทรแสร้งยิ้มออกมา รู้มาตลอดว่าหญิงสาวมีชายที่หมายหมั้นและรอคอยเธออยู่ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขามาที่นี่ เพราะเขาเองก็อยากจะรู้นักว่าผู้ชายคนนั้นจะดีสักแค่ไหนเชียว
“ให้เราไปส่งเถอะนะปิ่น ไหนๆ เราก็มาที่นี่แล้ว”
“เอางั้นก็ได้ ขอบใจมากนะ” ปาลิกาตอบตกลงในที่สุด ในเมื่อพีรภัทรเองตั้งใจเช่นนั้น อีกอย่างต่อให้เธอพาใครไปที่ไร่เขาคนนั้นก็คงไม่สนใจอะไร หนำซ้ำคงจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่เขาจะได้หลุดพ้นจากเธอเสียที
ทันทีที่สองหนุ่มสาวเคลื่อนรถออกไป สายตาของสีหราชที่อยู่บนรถอีกคันหนึ่งก็เริ่มฉายแววมาดร้ายขึ้นมาทันที ไม่อยากเชื่อว่าปาลิกาจะเสน่ห์แรงถึงขั้นทำเอาหนุ่มกรุงเทพฯ ต้องตามมาส่งยันกาญจนบุรีแบบนี้
“นายสิงห์ครับ ให้ผมโทร.หาน้องปิ่นไหมว่าเรามารอรับ…”
“มึงไม่เห็นเหรอว่าน้องรักมึงขึ้นรถไปกับผู้ชายคนอื่นแล้ว” สีหราชพูดอย่างใจเย็นและอารมณ์ดีเป็นที่สุด
“อาจจะเป็นเพื่อนก็ได้นี่ครับ อีกอย่างนายก็ไม่ได้บอกน้องปิ่นว่าจะมารับด้วย”
“มึงก็รู้ว่าคนที่บงการทุกอย่างคือพ่อกู ดีแล้ว เพราะกูก็ไม่อยากให้ยัยนั่นขึ้นรถกูเหมือนกัน”
“โธ่ นาย ทำไมถึงได้ใจร้ายกับน้องปิ่นแบบนั้นล่ะครับ น้องปิ่นก็…”
“ไอ้ต้น นี่มึงเป็นลูกน้องกูหรือเป็นลูกน้องยัยปิ่นกันแน่ มึงจะกลับไหม ถ้าไม่กลับก็ลงรถไป เดี๋ยวกูขับกลับเอง” สีหราชหันไปมองลูกน้องด้วยสายตาไม่พอใจ
“กลับครับกลับ” ต้นรีบกุลีกุจอออกรถอย่างรวดเร็ว อดสงสารปาลิกาไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะกี่ปีความเกลียดชังที่สีหราชมีต่อเธอก็ไม่เคยจะน้อยลงเลย แล้วแบบนี้ว่าที่ผัวเมียคู่นี้จะอยู่กันได้จริงๆ หรือ!
“ขอบคุณนะพีร์ที่มาส่ง” ปาลิกาหันไปขอบคุณพีรภัทรทันทีที่ถึงหน้าประตูเข้าไร่
“ไม่ให้เราเข้าไปข้างในหน่อยเหรอปิ่น เรามาตั้งไกลนะ” พีรภัทรอยากเข้าไปเพื่อเห็นความ ‘รวย’ ของผู้ชายที่ปาลิกากำลังจะแต่งงานด้วย แม้ระหว่างทางเข้าไร่เขาจะได้ชื่นชมรีสอร์ตใหญ่โตของที่นี่ไปแล้วก็ตาม
“อย่าเลย ปิ่นไม่ได้อยู่ที่นี่ในฐานะเจ้าของนี่นา ลืมแล้วเหรอว่าปิ่นเป็นแค่ลูกคนงาน ไม่ใช่ลูกเจ้าของไร่”
“ลูกคนงานที่กำลังจะกลายเป็นนายหญิงของที่นี่…เอ่อ เราขอโทษนะปิ่น” พีรภัทรหลุดพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ไม่เป็นไรหรอก ถ้างั้นเรา…” ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดจบ รถยนต์คันหรูที่เธอคุ้นเคยก็ขับขึ้นมาเทียบกับรถของพีรภัทร เธอจำได้ดีว่านี่คือรถประจำตัวของสีหราช หัวใจของปาลิกาเต้นแรกอีกครั้ง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอหน้ากับเขาหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาร่วมสี่ปี
ไม่นาน ต้น คนสนิทของชายหนุ่มก็ลงจากรถพร้อมกับเจ้านายของเขา…สีหราชมองมาที่รถปริศนาของพีรภัทรด้วยสายตาไม่บ่งบอกความรู้สึก แต่ถึงอย่างนั้นปาลิกาก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย และเธอจำเป็นต้องรีบลงจากรถเพื่อทักทายเขาเดี๋ยวนี้
“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณสิงห์ พอดีว่าเพื่อนของปิ่นมาส่งค่ะ ปิ่นก็เลย…”
“สวัสดีครับ ผมได้ยินชื่อคุณสิงห์มานาน….” พีรภัทรรีบลงจากรถมาดูหน้าคู่แข่งของตัวเองทันที
“ที่ไร่นี้ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามา เธอควรจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าใครนะ” สีหราชมองหน้าปาลิกาสลับกับพีรภัทรด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะขึ้นรถไปอย่างไม่สนใจ
พีรภัทรได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ ท่าทีหยิ่งยโสของสีหราชมันทำให้เขาอยากจะต่อว่าแรงๆ ติดที่ว่าตอนนี้เขากำลังเหยียบอยู่ในถิ่นของอีกฝ่าย
“น้องปิ่น พี่ว่าน้องปิ่นให้เพื่อนกลับไปก่อนเถอะ นายสิงห์ดูท่าจะไม่สบอารมณ์” ต้นคนสนิทของสีหราชรีบพูดด้วยท่าทีร้อนรน
“ไอ้ต้น จะไปได้หรือยังวะ” เสียงของสีหราชดังขึ้น ทำเอาคนงานอย่างต้นรีบกุลีกุจอขึ้นรถทันที
“เอ่อ ปิ่นต้องขอโทษแทนคุณสิงห์ด้วยนะ คือว่าเขา…”
“ไม่เป็นไรหรอก เราเข้าใจปิ่น ก็เราเล่นพาว่าที่ภรรยาเขานั่งรถมานี่ เป็นใครก็ต้องหึงเป็นธรรมดา ว่าที่ภรรยาทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้” พีรภัทรยิ้มอ่อนๆ ให้หญิงสาว
“คุณสิงห์ไม่มีทางหึงปิ่นหรอก ไม่ใช่แบบที่พีร์คิดหรอก”
“ถึงยังไงปิ่นก็ระวังตัวด้วยนะ เขาดูไม่ใช่คนใจดีอะไร อยู่ใกล้ๆ รู้สึกรังสีอำมหิตถูกแผ่เข้าใส่ เราไม่อยากให้ปิ่นต้องเสียใจ ถ้าถอยออกมาได้ก็ถอยนะปิ่น” ด้วยท่าทางและบุคลิกของสีหราช ไม่แปลกเลยที่จะมีผู้หญิงมากมายหลงใหลและเข้าหา แม้ดูดุร้ายและยโสโอหังก็จริง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบุคลิกเช่นนั้นกลับมีเสน่ห์จนผู้ชายอย่างพีรภัทรเองก็ต้องชื่นชมแต่ในทางกลับกันเขาก็ดูเยือกเย็นจนน่ากลัว
“ไม่ต้องห่วงหรอก คุณสิงห์ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เขาอาจแค่ไม่ชอบหน้าปิ่น” แม้ว่าสีหราชจะแสดงออกว่าเป็นคนสุขุมและไม่เป็นมิตรแค่ไหน แต่ปาลิการู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนใจร้ายอะไร
“อื้ม งั้นเราไปก่อนนะ โชคดีนะปิ่น ยังไงถ้าไปกรุงเทพฯ อย่าลืมโทร.หาเรานะ”
“อื้ม ขอบใจนะที่มาส่งปิ่น ไว้เจอกัน” ปาลิกาส่งยิ้มให้กับพีรภัทร และทันทีที่เขาออกรถไปเธอก็ถอนหายใจอย่างหนัก มันถึงเวลาแล้วสินะที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอย่างจริงจัง สายตาของสีหราชที่มองมาเมื่อครู่มันไม่ได้ต่างจากสายตาเมื่อสี่ปีก่อนเลยสักนิด ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คงไม่มีทางยอมรับเธอได้เลยสินะ!