“ปิ่น พ่อขอโทษแทนนายกฤษกับนายสิงห์ด้วยนะลูก” ประพันธ์พูดขึ้นทันทีที่ถึงบ้านพักของตัวเอง
“ปิ่นเข้าใจค่ะพ่อ วันนี้ปิ่นเหนื่อยมากกก ขอพักก่อนนะคะ” ปาลิกาเก็บซ่อนความไม่สบายใจด้วยรอยยิ้มสดใจ ก่อนจะรีบเข้าห้องนอนที่เธอคุ้นเคยในทันที
ห้องนี้คือห้องที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง…เหตุการณ์ในคืนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเธอมาหลายต่อหลายปี ต่อให้เธอพาตัวเองไปอยู่ไกลแค่ไหน แต่ภาพความทรงจำอันโหดร้ายและสายตาเย็นชาที่มองมาของผู้ชายที่เธอชื่นชมมาโดยตลอดไม่เคยจะหายไปจากใจ
“ไม่ว่าจะกี่ปีก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจคุณได้เลยจริงๆ สินะ…”
เจ็ดปีที่แล้ว
งานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบยี่สิบแปดปีของสีหราชหรือที่หลายๆ คนเรียกว่า ‘นายสิงห์’ ถูกจัดอย่างเรียบง่ายภายในไร่ศิริพัฒน์ ด้วยความที่ปกติแล้วเจ้าของวันเกิดอย่างสีหราชไม่ใช่คนเรื่องมากและชอบความยิ่งใหญ่อลังการนัก มองแค่ว่าในวันเกิดของตัวเองไม่ใช่แค่เขาจะได้ฉลองเท่านั้น คนงานทุกคนที่ทำงานอย่างหนักก็ควรได้รับการผ่อนคลายและกินเลี้ยงอย่างสนุกสนานเช่นกัน
“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับว่าเหล้าต้มมันจะแรงขนาดนี้” ต้นพูดขึ้นก่อนจะกระดกแก้วเหล้าเข้าปากอย่างยากลำบาก
“หึ ก็มึงมันอ่อนหัด แดกเยอะๆ เดี๋ยวก็ชิน” สีหราชพูดก่อนจะกระดกแก้วเหล้าเข้าปากด้วยท่าทีเรียบเฉย
นาทีนั้นสาวน้อยวัยสิบห้าปีอย่างปาลิกามองมาด้วยความสนใจ แอลกอฮอล์นั้นถือเป็นของต้องห้ามสำหรับเธอเลยก็ว่าได้ แต่การได้มานั่งอยู่บนโต๊ะท่ามกลางผู้ใหญ่ที่เอาแต่ดื่มอย่างสนุกสนาน ก็เป็นธรรมดาที่เด็กอย่างเธอจะอยากรู้อยากลองขึ้นมาในทันที
“มองอะไรปิ่น อยากลองบ้างหรือไง” สีหราชหันไปเห็นแววตาอยากรู้อยากเห็นของเด็กสาวก็เกิดความเอ็นดูขึ้นมา
“เอ่อ คือว่าปิ่นดื่มไม่ได้หรอกค่ะคุณสิงห์” ปาลิกาไม่ได้เรียกชายหนุ่มว่า ‘นายสิงห์’ เหมือนทุกคน นั่นอาจเป็นเพราะว่าชายหนุ่มมักพูดคุยเล่นกับเธอ จนเธอรู้สึกสบายใจและสนิทกับเขามากกว่าทุกคนนั่นเอง
“น่า นิดเดียวไม่เป็นไรหรอกมั้ง” สีหราชพูดพร้อมกับทำท่าจะยื่นแก้วส่งให้ปาลิกา
“หยุดเลยตาสิงห์ นี่แกไม่เห็นหรือไงว่าหนูปิ่นยังเด็ก อย่ามาปลูกฝังอะไรให้หลานพ่อแบบนี้นะ” กรกฤษ ประมุขใหญ่แห่งศิริพัฒน์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุ
“จริงครับ อย่าเพิ่งให้ยัยปิ่นลองอะไรตอนนี้เลยนะครับนายสิงห์” ประพันธ์รีบพูดปกป้องลูกสาวในทันที
“โธ่ ผมแค่พูดเล่นน่ะครับ” สีหราชยักไหล่อย่างไม่จริงจัง ความจริงแล้วเขาแค่คิดว่าให้เธอลองจะได้รู้ ดีกว่าให้เด็กออกไปลองนอกบ้าน
“หนูปิ่นนั่งดื่มน้ำส้มกับน้าดีกว่า ให้หนุ่มๆ เขาดื่มเหล้าไป” กนกจันทร์หันไปหาเด็กสาวด้วยความเอ็นดู
“ค่ะคุณป้า” ปาลิกายิ้มออกมา เพราะต่อให้อยากรู้อยากลองแค่ไหน แต่ก็รู้ดีว่าเธอยังเด็กเกินไปที่จะลองมัน เพราะดูแล้วหากต้นเอ่ยปากว่าไม่ไหว เธอเองก็คงจะดื่มไม่ไหวเหมือนกัน
“จริงๆ นี่ก็ดึกแล้ว เดี๋ยวฉันว่าจะขอเข้าไปพักก่อนนะคะ สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งนะลูก โตป่านนี้แล้วรีบหาเมียแล้วก็มีหลานให้แม่ได้แล้วรู้ไหม” กนกจันทร์พูดกับสามีก่อนจะวนกลับมามองหน้าลูกชาย
“เร่งแบบนี้ ระวังผมจะไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาทำเมียนะแม่” สีหราชพูดอย่างไม่จริงจังนัก ความจริงแล้วเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้เจอผู้หญิงที่ถูกใจต่างหาก แต่ละคนที่เข้ามามีแต่รักในทรัพย์สมบัติของเขาทั้งนั้น
“จะเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าพ่อกับแม่ไม่ว่าหรอก ขอแค่เป็นคนดีก็พอ” กรกฤษพูดขึ้น
“เอ่อ แม่ว่าจะไปพักไม่ใช่เหรอครับ รีบไปเถอะครับ” สีหราชเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าหลายคนต่างมุ่งมองมาที่เขา
“จ้า รีบไล่แม่เชียวนะ”
“ปิ่นเองก็รีบไปนอนได้แล้วนะลูก” ประพันธ์หันมาหาลูกสาวตัวเอง เมื่อเห็นว่าตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว อีกอย่างพรุ่งนี้ปาลิกาก็ต้องไปเรียนอีก
“แต่ปิ่นยังสนุกอยู่เลยนี่คะ…”
“แต่นี่ดึกแล้วนะ” ประพันธ์มองหน้าลูกสาวอย่างจริงจัง
“เอางั้นก็ได้ค่ะ” สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องยอมผู้เป็นพ่อแต่โดยดี แต่ก่อนจะไปเธอก็หันไปหาเจ้าของวันเกิดที่กำลังดื่มอย่างสนุกสนานอีกครั้ง
“เอ่อ แฮปปีเบิร์ทเดย์นะคะคุณสิงห์ ปิ่นขอให้คุณสิงห์มีความสุขมากๆ แล้วก็ยิ้มเยอะๆ นะคะ” ปาลิกาอวยพรด้วยน้ำเสียงร่าเริง จนคนถูกอวยพรอดยิ้มให้เธอจางๆ ไม่ได้
“ขอบใจ…” จะบอกว่านี่เป็นคำอวยพรที่สีหราชประทับใจที่สุดเลยก็ว่าได้ หลายคนมีแต่อวยพรให้เขาประสบความสำเร็จต่างๆ นานา แต่เด็กสาวคนนี้กลับอวยพรให้เขายิ้มเยอะๆ นั่นหมายความว่าในสายตาเธอเขาคงเป็นเสือยิ้มยากสินะ
“ไปก่อนนะคะพ่อ” ปาลิกาบอกผู้เป็นพ่ออีกครั้ง ก่อนจะเดินมุ่งหน้ากลับบ้านพักคนงานในทันที
เวลานี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่คนงานแทบจะทุกคนยังคงสนุกสนานกันอยู่ในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของสีหราช และ
โชคดีที่พรุ่งนี้เจ้าของงานได้ประกาศวันหยุดให้กับเหล่าคนงาน แน่นอนว่าคืนนี้คงจะอีกยาวไกลเป็นแน่ จะว่าไปแล้วปาลิกาก็
อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ที่เวลานี้ตัวเองต้องอยู่บ้านพักลำพัง เพราะบรรยากาศดูจะแสนเงียบเหงาเสียเหลือเกิน
หญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำชำระร่างกายตัวเองจนเรียบร้อย ก่อนจะออกมาพร้อมเตรียมเข้านอน ภาพสีหราชที่ส่งยิ้มมายังคงตราตรึงในความรู้สึกจนเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว
“คิดบ้าอะไรของเธอ แก่แดดชะมัด” ปาลิกาสะบัดศีรษะไปมาด้วยความเขินอายที่ตัวเองเผลอคิดถึงสีหราช ทั้งที่ตัวเองยังไม่บรรลุนิติภาวะ แถมยังเด็กกว่าสีหราชตั้งสิบสามปี!
ก๊อกๆ
ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ปิดไฟล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ปาลิกามองไปที่ประตูด้วยความสงสัย เพราะไม่คิดว่าประพันธ์จะกลับมาไวขนาดนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่ต้องอยู่ในบ้านพักนี้ลำพัง
“ทำไมกลับมาไวจังล่ะคะพ่อ หรือว่าห่วงปิ่น…” ปาลิกาเปิดประตูด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่มาเยือนไม่ใช่ผู้เป็นพ่อ
“น้องปิ่น…”