บทนำ แม่เขาไม่กลับไปกับเราอีกแล้วนะ!
แม่เขาไม่กลับไปกับเราอีกแล้วนะ!
10 ปีที่แล้ว
“ภิเสือ...ภิสิงห์ อย่าไปเล่นไกลนะ!”
“ครับพ่อ!” เด็กชายฝาแฝดวัย9 ขวบ ตะโกนตอบกลับผู้เป็นพ่อที่ส่งเสียงเตือนพวกเขาทั้งสอง ภิสิงห์ฝาแฝดผู้น้องเป็นคนตะโกนตอบพ่อ
“อย่าไปเล่นใกล้กับคลองนะเดี๋ยวจมน้ำ!”
“ครับพ่อ!” ทั้งสองตะโกนตอบกลับพ่อกับแม่ที่ทำธุระอยู่ไกลๆ
ภิเสือกับภิสิงห์เป็นฝาแฝดกัน วัย 9 ขวบ ทั้งสองมีพี่ชายและมีครอบครัวที่อบอุ่นในตอนนี้ แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่า...ธุระที่พ่อกับแม่พวกเขามาในวันนี้ มันคือที่ว่าการอำเภอประจำจังหวัดหนึ่ง
“สิงห์...พ่อไม่ให้ไปเล่นใกล้กับน้ำนะ” เสือกล่าวกับน้องชายฝาแฝดของตัวเองที่เป็นคนค่อนข้างซุกซน ต่างจากเขาที่เป็นคนนิ่งๆ
“ไม่เป็นไรหรอกน่า~~แค่เฉียดๆ ไปไม่ได้ลงไปในน้ำ” ภิสิงห์ตอบกลับพี่ชาย และเดินต่อไปจนถึงขอบคลองที่อยู่ด้านข้างของที่ว่าการอำเภอ
ปึก!
“โอ๊ย!!” เพราะวิ่งโดยไม่ได้มองทางด้านหน้า มัวแต่มองพี่ชายฝาแฝดของตัวเองที่เดินตามมา ภิสิงห์จึงชนเข้ากับใครบางคน
“ไอ้เด็กนี่!” ผู้ชายวัยกลางคน หนวดเครารุงรังสบถออกมาอย่างไม่พอใจที่มีเด็กน้อยวิ่งมาชนเขา
“ขะ...ขอโทษครับ!” ภิสิงห์ที่รู้ตัวว่าผิดรีบยกมือขึ้นไหว้ขอโทษชายคนนั้นทันที
“ไม่มีตาหรือไง ชิ!!” ชายคนนั้นทำท่ายกมือขึ้นเหมือนกับว่าจะตีภิสิงห์ แต่ภิเสือที่เห็นท่าไม่ดี เขารีบวิ่งเข้ามาหาน้องชายด้วยสีหน้าที่เหมือนกับจะสู้ผู้ใหญ่ แม้จะสู้ไม่ได้แต่เขาก็ไม่ยอม
“ชิ!! ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง วันนี้กูรีบ!” พูดจบชายคนนั้นลดมือลง แล้วรีบเดินจากไปราวกับกำลังหนีอะไรสักอย่าง
“เป็นอะไรไหม?” ภิเสือเอ่ยถามน้องชายทันทีที่เขาเดินมาถึงตัวน้อง
“ไม่เป็นไรๆ” ภิสิงห์ลุกขึ้น และรีบเอามือปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของตัวเองทันที
“ชะ...ช่วยด้วย! ช่วยหนูด้วย!!!” เสียงเล็กแหลมตะโกนขาดๆ หายๆ ดังมาไกลๆ
ฝาแฝดทั้งสองหันไปตามต้นเสียง กลางคลองมีเด็กผู้หญิงตัวน้อยกำลังจมน้ำ ผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนกำลังพยายามจะเอาชีวิตรอด และพยายามตะโกนเรียกให้คนแถวนั้นช่วย แต่บริเวณด้านหลังของสำนักงานกลับไม่มีผู้คนเดินพลุกพล่านอยู่เลย จึงไม่มีผู้ใหญ่ที่จะได้ยินหรือเข้าช่วยเหลือสักคน
ภิเสือขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ทำไมถึงได้มีเด็กผู้หญิงมาจมน้ำอยู่ที่นี่คนเดียว พ่อกับแม่ของเธอไปไหน หรือว่า...ผู้ชายคนเมื่อกี้อุ้มเธอมาทิ้ง?
“มีเด็กจมน้ำ!” เสียงของภิสิงห์ดังขึ้น เมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขาวิ่งไปที่ริมคลองทันที แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเด็กน้อยยังไง
“ไปตามผู้ใหญ่มาช่วย!” ภิเสือสั่งน้องชาย และทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ภิสิงห์ไม่รอช้าวิ่งไปด้านหน้าของสำนักงาน เพื่อหาผู้ใหญ่มาช่วยทันที
ตูม!!
ภิเสือรอไม่ได้ เมื่อเห็นว่าร่างเล็กกำลังจมหายไปไม่ตะเกียกตะกายโผล่ขึ้นมาอีก เขาหันไปด้านหลังก็ยังไม่เห็นผู้ใหญ่หรือภิสิงห์วิ่งกลับมาเลย เขาตัดสินใจถอดรองเท้าแล้วกระโดดลงไปในคลองอย่างรวดเร็ว เขาว่ายน้ำตรงไปยังร่างเด็กหญิงที่จมหายไปแล้ว
เขาดำน้ำลงไปหาร่างของเด็กน้อย ไม่นานเขาก็โผล่ขึ้นมาพ้นน้ำพร้อมกับร่างเด็กผู้หญิงที่เขาใช้วงแขนเล็กเกี่ยวคอของเธอไว้ แล้วว่ายน้ำลากเข้าริมคลองอย่างทุลักทุเล แต่ก็มาถึงได้ เวลาเดียวกันภิสิงห์ก็ตามผู้ใหญ่มาถึงพอดี
“ภิเสือ!” เสียงของพ่อที่วิ่งตามภิสิงห์มา
พ่อของเขาตกใจไม่น้อยที่เห็นลูกชายของตัวเองกระโดดน้ำลงไปช่วยเหลือเด็กโดยที่ผู้ใหญ่ยังมาไม่ถึง ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย ดีที่ลูกชายของเขาว่ายน้ำแข็ง และเด็กหญิงคนนั้นไม่ได้สติเลยไม่มีแรงเกาะเขาให้จมน้ำ เขาจึงลากเข้าฝั่งได้ง่ายขึ้น
“ฟองดาว!!” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งร้องเรียกเด็กหญิงทั้งน้ำตา ที่น่าจะเป็นแม่ของเธอ ในขณะที่พวกผู้ใหญ่กำลังปฐมพยาบาลให้กับเด็กหญิงอยู่
“เราไปกันเถอะ” ภิเสือพูดชวนผู้เป็นพ่อและน้องชาย เพราะตรงนี้กำลังชุลมุนวุ่นวาย และมีคนค่อนข้างเยอะ มีทั้งคนช่วยและคนมุงดู
“เดี๋ยวสิ! อยู่ดูก่อนว่าน้องเขาเป็นอะไรไหม?” ภิสิงห์พูดขึ้น พร้อมกับแทรกพวกผู้ใหญ่ที่ยืนมุงดูเข้าไปใกล้กับคนที่กำลังช่วยเด็กหญิงอยู่
“ปลอดภัยแล้ว เด็กฟื้นแล้ว พาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เสียงของผู้ใหญ่คนหนึ่งตะโกนบอกทุกคน
“ฮือ...ฟอง…ลูก” ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็นแม่กอดลูกสาวร้องไห้ดีใจที่เธอปลอดภัย
“พาเด็กไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ คราวหลังก็ดูแลลูกให้ดีกว่านี้ล่ะ” ผู้ใหญ่คนหนึ่งดุแม่ของเธอที่ละเลยลูกของตัวเอง
“ขอบคุณหนูมากเลยนะจ๊ะที่ช่วยลูกของน้า ขอบคุณมากๆ หนูเก่งจังเลยลูก” แม่ของเด็กคนนั้นส่งให้เจ้าหน้าที่พาลูกของเธอไปขึ้นรถพยาบาล
ก่อนเดินผ่านไป เธอหันมาเห็นภิเสือที่ยืนอยู่กับพ่อด้วยตัวที่เปียกโชกรอภิสิงห์อยู่ เธอรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นคนลงไปช่วยลูกสาวเธอ เธอก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณเด็กน้อยและชื่นชมเด็กคนนี้ด้วยใจจริง
“ครับ...” ภิเสือรับคำขอบคุณและคำชมสั้นๆ จากนั้นเธอคนนั้นก็รีบวิ่งตามลูกสาวไปอย่างรวดเร็ว
“กลับได้หรือยังสิงห์?” ภิเสือหันไปถามน้องชาย ภิสิงห์พยักหน้าแล้วเดินตามผู้เป็นพ่อกับพี่ชายไปขึ้นรถของตัวเอง
“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะเสือ มันอันตราย รอให้ผู้ใหญ่มาช่วยดีกว่า” ระหว่างเดินไปที่รถ พ่อของเขาสอนลูกชาย แม้จะชื่นชมที่ลูกชายเขากล้าหาญแต่มันเสี่ยงเกินไป เพราะเขาเพิ่งอายุเก้าขวบเท่านั้น
“ตอนแรกก็รอ แต่เห็นว่าเธอจมลงไปแล้ว เลยรอไม่ได้” ภิเสือบอกเหตุผลว่าทำไมเขาตัดสินใจลงไปเองไม่รอผู้ใหญ่
“อือ...ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร” พ่อเขาว่า
“สงสารจังเลยนะ นี่ถ้าพวกผมไม่ไปเจอจะเป็นยังไง” ภิสิงห์เอ่ยขึ้น ในขณะที่เดินตามพ่อกับพี่ชาย
“นั่นน่ะสิ ทำไมแม่ของเขาปล่อยให้มาที่คลองคนเดียวได้ หรือว่ามากับใครหรือเปล่า?” พ่อของเขาพูด
“แต่สิงห์ว่าเขาไม่น่าปล่อยลูกมาเล่นคนเดียวนะพ่อ แต่ตอนที่พวกเราจะเจอเด็กจมน้ำ สิงห์เจอผู้ชายคนหนึ่งที่เดินออกมาจากที่นั่นเหมือนรีบร้อน หน้าตาดุไม่น่าไว้ใจด้วย” ภิสิงห์บอกพ่อกับสิ่งที่พวกเขาเจอ
“งั้นอาจจะโดนอุ้มมา โดนหลอกมาทิ้งมั้ง แต่ช่างเถอะ น้องปลอดภัยก็ดีแล้ว เรากลับบ้านกัน เดี๋ยวต้องไปรับไทเกอร์ด้วย” พ่อของเขาบอกทั้งสองคน เมื่อเดินมาถึงยังรถที่จอดอยู่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอ
“แล้วแม่ล่ะ?” ภิเสือเอ่ยขึ้น เมื่อเขาไม่เห็นผู้เป็นแม่รออยู่ที่รถ และไม่เห็นตั้งแต่พ่อของเขาออกมาจากที่ว่าการอำเภอ
“แม่เขา...ไม่ได้กลับไปกับเรา” พ่อของเขามองหน้าลูกทั้งสองแล้วเงียบไป สีหน้าของพ่อราวกับว่ากำลังอึดอัดที่จะพูดอะไรบางอย่าง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แม่เขาจะไม่กลับไปที่บ้านของเราอีกแล้วนะ”