หญิงสาวยืนอยู่ด้านนอกระเบียงห้องนอน ในมือถือแก้วใสบรรจุน้ำสีอำพัน เธอแกว่งมันไปมาเบา ๆ ก่อนที่เรียวปากอวบอิ่มทาบทับลงบนขอบแก้วเนื้อดี ลิ้มรสชาติเครื่องดื่มรสละมุนทีละน้อย อากาศวันนี้ค่อนข้างเย็นสบายมีลมพัดเอื่อย ๆ
‘คิดถึงบ้านจัง’
ความรู้สึกนี้ผุดขึ้นมาในสมอง ถ้าตอนนี้อยู่ที่บ้านคุณยาย เธอคงมีลุงป้าน้าอาที่เป็นคนงานล้อมวงดื่มกันครื้นเครง ทุกครั้งที่เลิกงานต้องมีปาร์ตี้จนยายบ่น แต่ทุกคนก็ไม่มีใครฟัง เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา หญิงสาวยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อนึกถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจทั้งที่ชีวิตนี้ไม่เคยเห็นหน้าพ่อและแม่ ยายเล่าให้ฟังว่าแม่ใจแตกตั้งแต่อายุสิบห้า หนีออกจากบ้านตามผู้ชายไป หนึ่งปีให้หลังก็ท้องโย้กลับมา หลังจากคลอดเธอก็หนีไปอีกและไม่เคยกลับมาเยี่ยมยายหรือเธอสักครั้ง ปาลินเงยดูท้องฟ้าที่มืดสนิทเพื่อไล่น้ำตาให้ไหลกลับที่เดิม เธอก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่อยากจะรู้ว่าอ้อมกอดของแม่นั้นอุ่นแค่ไหนกัน
ตั้งใจจะไม่อ่อนแอแล้วเชียว แต่มันอดคิดไม่ได้ ชีวิตเธอเคยแสนจะราบเรียบ ใครจะคิดว่าจะเจอมรสุมอย่างหนัก ศรุตคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่เข้ามาในชีวิต และก็เป็นคนเดียวที่ทำลายความรู้สึกดี ๆ นั้นลง
‘เราจะแต่งงานกันกลางปีหน้า รุตให้พ่อกับแม่ไปดูฤกษ์แล้ว เดี๋ยวใกล้ ๆ ถึงวันรุตจะให้พ่อกับแม่ไปสู่ขอปา ยายคงไม่เรียกค่าสินสอดรุตแพงไปใช่ไหม ปาก็รู้ว่าครอบครัวของรุตค่อนข้างลำบาก แต่รุตรักปาด้วยใจจริงนะ คอยดูนะ... รุตจะให้ทำให้ปาเป็นผู้หญิงที่ทุกคนต้องอิจฉาที่ได้แต่งงานกับรุต’
ถ้อยคำหวานในวันเก่าเป็นเพียงคำโกหกให้คนโง่งมหลงเชื่อทั้งใจ ความจริงปรากฏออกมาแล้วว่าหญิงร้ายชายเลวพวกนั้นสวมเขาให้เธอมานานนับปี ดวงตาที่แข็งกร้าวปิดลงพร้อมกับน้ำอุ่น ๆ ที่ไหลรินลงอาบแก้ม ถ้าจะบอกว่าไม่เสียใจเลยก็ดูจะโกหกตัวเองมากเกินไป ถ้าวันนั้นไม่ลืมของแล้วหวนกลับไปที่ห้องเช่าของคนรักก็คงไม่เห็นบทรักเร่าร้อน ปาลินยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวก ๆ ขวดวิสกี้พร่องไปพอจวนครึ่ง จากที่เธอแค่จิบก็เป็นกระดกดื่มจนร้อนคอ
สองชั่วโมงช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว... สติสัมปชัญญะของเธอก็เหลือน้อยเต็มที แม้กระทั่งตอนนี้หญิงสาวไม่ได้อยู่เพียงลำพังในห้องนอนยังไม่รู้ตัว ชลธรกลับมาได้สักพักแล้ว เขาเห็นเธอยืนรับลมอยู่หน้าระเบียงจึงไม่ได้ออกไปทักทาย อีกทั้งตั้งใจจะดูรายละเอียดงานที่คั่งค้างอยู่ โดยไม่รู้ว่าคนภายนอกกำลังประคองตัวไม่อยู่
เพล้ง...
เสียงแก้วหล่นจากที่ไหนสักแห่ง ทำให้คนที่ตั้งใจจะทำงานต้องลุกขึ้นพาร่างสูงออกมาหาต้นตอของเสียง
“นี่เธอ!”
เขาตกใจระคนแปลกใจที่เห็นสภาพปาลินที่นั่งยิ้มหวานกองอยู่กับพื้น ข้าง ๆ ตัวเธอมีเศษแก้วกระจายอยู่ ขวดเครื่องดื่มสัญชาติฝรั่งเศสที่เพิ่งได้รับจากทูตทางการค้ามาเมื่อปลายเดือนพร่องไปกว่าครึ่ง
“กลับมาแล้วเหรอคะ ทำไมกลับมาช้า คุณบอกว่าจะกลับมาเย็น ๆ ไม่ใช่หรือยังไง” คนเมายิ้มตาเยิ้มเอ่ยถามเขาน้ำเสียงยานคางแต่ยังคงฟังเป็นภาษา
“ลุกขึ้น” ชลธรข่มความโกรธเอาไว้
“ลุกไม่ไหวค่ะ” ร่างบางส่งมือให้ พลางส่ายหน้าไปมา
“นั่งเฉย ๆ อยู่ตรงนี้ก่อน”
เขาหายเข้าไปข้างใน แล้วกลับออกมาพร้อมด้วยไม้กวาดและที่ตักผง เมื่อจัดการของที่แตกเรียบร้อยจึงรับมือของเธอดึงขึ้นมาเต็มแรง ร่างบางโผเข้าโอบกอดเขาไว้พลางหลับตา
“คุณตัวหอมจัง” น้ำเสียงกระซิบทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัด
“เมาใช่ไหมเนี่ย”
“ดื่มไปแค่นิดเดียวเองค่ะ”
เธอยังคงกอดเขาไว้ อีกทั้งยังซุกใบหน้าลงกับอกกว้าง ชลธรเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ไม่รู้ว่ามืดสนิทตามธรรมชาติหรือเพราะฝนกำลังจะเทลง ทำให้เขารีบพาร่างบางเข้าไปข้างใน และเมื่อปิดบานประตูสายฝนก็กระหน่ำลงมาจริง ๆ
“ทำไมถึงดื่มเหล้าอีก”
“คิดถึงยาย” เขาพาเธอมานั่งลงที่โซฟา เอาน้ำเย็น ๆ ให้ดื่ม
“เอาเรื่องจริง” มือที่ง่วนอยู่กับผ้าเย็นชะงักไป เมื่อรู้ว่านั่นไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ
“ปาเสียใจ” คนเมาค่อย ๆ แย้มความคิดของตัวเอง
“เสียใจที่อกหักหรือเสียใจที่เป็นเมียฉัน”
เขาค่อย ๆ บรรจงวางผ้าเย็นลงบนเนื้อนวลแล้วลูบไล้เบา ๆ หวังว่าความเย็นจะเรียกสติเธอให้กลับมาโดยเร็ว
“ใครก็อยากเป็นเมียคุณไม่ใช่เหรอคะ” ปาลินตะแคงหน้ามองเขาพลางแย้มรอยยิ้ม
“รวมถึงเธอด้วยหรือเปล่า” เจอคำถามนี้เข้าไป คนเมาถึงกับส่ายหน้ารัวเร็ว
“ปาไม่อยากเป็นเมียคุณ”
“ทำไม” คนถามขบกรามแน่น มือหนาชะงักค้างไว้อยู่อย่างนั้น
“เป็นเมียคุณชลมากสุดก็แค่สองเดือน ปาอยากคบกับใครคบกันนาน ๆ แต่งงานมีลูกมีครอบครัวที่อุบอุ่น... พ่อ แม่ ลูก” เธอยิ้มราวกับกำลังฝันหวาน
“ครอบครัวเธอคงอบอุ่นมากสินะ”
ครั้งนี้คนถูกถามก็ส่ายศีรษะเช่นกัน พร้อมกันนั้นเธอยังลืมตัวค้อนเข้าให้อีก ก่อนจะอธิบายเรื่องราวในครอบครัวที่ถ้าหากไม่เมาคงไม่ได้ปริปากเล่าให้ใครฟัง