ฉันยืนอยู่ตรงตำแหน่งตัวเองท่องในใจว่ามันคืองาน เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป อีกคนก็ขยับมายืนอยู่ด้านหลังแล้วใช้แขนทั้งสองข้างโอบเอวอย่างหลวม ๆ ได้กลิ่นหอมจากตัวเขาอันแสนคุ้นเคยลอยเข้ามาในจมูกหัวใจก็พลันเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ “ไม่อยากถ่ายขนาดนั้นก็กลับบ้านไป” เขาก้มมากกระซิบ เป็นตอนที่ตากล้องกำลังเซตกล้องพอดี “โตพอที่จะแยกแยะได้ ไม่จำเป็น” ฉันเอ่ยโดยที่ไม่หันไปมองเขา “เก่ง” เขาเอ่ยแล้วหัวเราะในลำคออย่างที่ชอบทำ กอดกระชับอ้อมแขนนั้นแน่นขึ้นจนฉันต้องหันไปมองค้อน “จะกอดทำไมแน่นนักหนา” ฉันด่าเสียงเบา “มันคืองาน แยกแยะหน่อย” เกลียด แสนเกลียด ไอ้คนไร้สำนึก! “โอเคไมเนอร์ได้ ระรินเอียงตัวซบหน่อยลูก” ฉันถอนหายใจออกมาอีกระลอก ปรับอารมณ์ที่คุกรุ่นของตัวเองให้เป็นปกติแล้วทำอย่างที่รุ่นพี่บอก เอียงตัวไปซบคนด้านหลังแล้วเอี้ยวหน้ามองกัน ตอนที่ต้องสบตากับเขาหัวใจฉันก็เต้นแรงขึ้นจนรู้สึกได้ ยิ่งเจอสายตาของเข

