bc

วิวาห์ร้ายนายซุป’ตาร์

book_age16+
414
ติดตาม
4.1K
อ่าน
แต่งงานตามสัญญา
ครอบครัว
คู่ต่างขั้ว
คลุมถุงชน
เย่อหยิ่ง
ดราม่า
โศกนาฏกรรม
ชายจีบหญิง
วิทยาลัย
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
การโกหก
actor
like
intro-logo
คำนิยม

แต่งงานแบบคลุมถุงชนโดยที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ จะให้ฉันรักเธอลงได้ยังไง

.......

"อ๊ะ! จะ...เจ็บ!"

อัยย์วาก็รู้สึกตกใจสุดขีด แต่ในความตกใจก็มีน้อยกว่าความเจ็บปวดที่ได้รับ เพราะแขนเรียวของเธอก็ถูกมือแกร่งบีบแน่นจนแทบน้ำตาเล็ด

"เธอจะมาโอดโอยอะไรไม่ทราบ วันนี้ทั้งวันเธอมัวแต่ทำอะไรอยู่ แค่แก้วใบเดียวเธอก็ยังไม่ล้างเลย คิดจะมาอยู่ที่นี่เฉย ๆ หรือยังไง"

"ฉะ...ฉันขอโทษค่ะคุณเดร็ก แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ ถ้าจะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ"

มือแกร่งก็คลายออกจากต้นแขนของอัยย์วา โดยที่ได้ฝากรอยมือไว้บนแขนอย่างเด่นชัด เพราะอัยย์วามีผิวที่ขาวใสกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็นแบบฉบับของสาวภาคเหนือส่วนใหญ่ที่มักจะมีผิวขาวใสเป็นส่วนมาก เวลาที่โดนอะไรนิดหน่อยก็มักจะทำให้เกิดรอยได้ง่าย ที่ต้นแขนของอัยย์วาก็ปรากฏรอยมือของเดร็กอย่างชัดเจน

"เรื่องแค่นี้จะต้องให้ฉันบอกทุกเรื่องเลยหรือไง คิดเองทำเองไม่ได้เลยว่างั้น? อ้อ...จริงสินะ เธอมันเป็นลูกคุณหนูนี่นา คงจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีแต่คนคอยปรนนิบัติอยู่ตลอดเวลาสินะ ถึงได้ทำอะไรไม่เป็นแบบนี้ แต่ขอโทษด้วย ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ อย่ามาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นแค่ผู้อาศัย อย่าคิดว่าฉันจะมาคอยนั่งเอาใจคนที่ทำอะไรไม่เป็นแบบเธอนะ"

"เดี๋ยวฉันจะไปจัดการที่ครัวตอนนี้เลยค่ะ"

"มันไม่ใช่แค่ครัวอย่างเดียวหรอกนะ อยู่เฉย ๆ ทั้งวันทำไมไม่ทำความสะอาดบ้านด้วย ฉันไม่ชอบความสกปรกเข้าใจหรือเปล่า ถ้าคิดจะมาอยู่เฉย ๆ อย่างสุขสบายที่นี่ล่ะก็ ฝันไปเถอะ! ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ เพราะฉะนั้นก็หัดทำตัวให้มี

ประโยชน์ซะบ้างนะ"

อัยย์วารู้สึกจุกอยู่ในใจจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนจะพยักหน้ารับคำแล้วเดินเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว

เพล๊ง!

เสียงวัตถุบางอย่างแตกกระทบกับพื้นเสียงดังจนได้ยินไปถึงในห้องรับแขก สีหน้าของอัยย์วาก็ซีดเผือดทันที หลังจากที่พลาดทำของตกแตกเสียหาย ร่างสูงของเดร็กก็โผล่เข้าไปในครัวห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ ส่วนอัยย์วาก็ยืนตัวสั่นเพราะทำอะไรไม่ถูก

"กะ...แก้วมันลื่นหลุดมือฉันน่ะค่ะคุณเดร็ก"

"แค่ให้ล้างแก้วใบเดียว เธอก็ยังทำมันตกแตกอีก นี่ฉันถามจริง ๆ เถอะ เธอเคยทำอะไรเป็นบ้างหรือเปล่า" อัยย์วาก็รีบส่ายหน้ายอมรับเพราะเธอไม่เคยทำอะไรจริง ๆ แม้แต่ล้างจานสักใบเธอก็ยังไม่เคยแตะเลยด้วยซ้ำ

"ฉันไม่เคยทำเลยค่ะ แต่ฉันเคยเห็นแม่บ้านทำอยู่ ก็พอจะรู้บ้างว่าต้องล้างยังไง แต่มันดันลื่นหลุดมือไปน่ะค่ะ"

"ฉันก็อุตส่าห์จะไม่อะไรกับเธอแล้วนะ แต่ทำอะไรไม่เป็นเลยนี่มันจะเกินไปไหม ครอบครัวฉันก็ไม่ใช่ระดับไก่กาหรอกนะ แต่ฉันก็ยังทำทุกอย่างเองได้เลย แค่ล้างแก้วใบเดียวก็ยังทำแตก นี่ฉันควรจะต้องรู้สึกยังไงกับเธอดี"

"ฉันขอโทษค่ะ แล้วฉันจะชดใช้ให้นะคะ"

"มันไม่ได้เกี่ยวหรอกว่าเธอควรจะชดใช้หรือเปล่า ถึงฉันจะไม่ได้คาดหวังให้เธอมาทำอะไรให้ก็ตาม แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นถึงขนาดนี้ แค่การล้างแก้วล้างจานมันก็เป็นเรื่องพื้น ๆ ไหม ขนาดเด็กอนุบาลยังทำได้เลย แต่แค่นี้เธอยังทำไม่ได้ แล้วเรื่องทำความสะอาดบ้าน เรื่องซักผ้าล่ะ คงยิ่งแล้วใหญ่เลยสินะ"

"ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ส่วนเรื่องทำงานบ้านกับซักผ้า ฉันยอมรับว่าไม่เคยทำจริง ๆ แต่ฉันก็จะพยายามเรียนรู้และทำให้ได้ค่ะ"

"ถามจริง ๆ นะ อยากได้เงินถึงขนาดต้องยอมหมั้นเพื่อจับผู้ชายเลยงั้นหรือ? เพราะไม่เคยลำบากก็เลยอยากหาทางลัดเพื่อให้ได้เงินงั้นสินะ ลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแบบเธอ ยังจะกล้าแต่งงานออกเรือนกับผู้ชายอีก สามีภรรยามันก็ต้องส่งเสริมกันและกันสิ แต่นี่อะไร...ขนาดฉันก็ยังทำงานบ้านเป็นเลย เธอเป็นผู้หญิงแท้ ๆ ไม่อายบ้างเลยหรือไงเนี่ย"

อัยย์วาพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดกำลัง เพราะทุกประโยคที่คนตรงหน้าพูดมันคือเรื่องจริงทุกอย่าง อัยย์วาไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาเพราะกลัวน้ำตาจะไหล จึงได้แต่ยืนฟังนิ่ง ๆ โดยเก็บซ่อนความรู้สึกเสียงไว้ให้มากที่สุด

"มาอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้อีก ต่อไปก็อย่าให้ฉันเจอแบบนี้อีกแล้วกัน อ้อ...อย่าลืมเก็บกวาดให้สะอาดด้วย"

"ค่ะ"

...

ทั้งสองคนก็นั่งรับประทานอาหารบนโต๊ะไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักคำ ส่วนอัยย์วาก็รู้สึกทรมานทุกครั้งเวลาอยู่บนโต๊ะอาหาร เพราะเธอไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดจัดได้ จึงได้แต่ยกแก้วน้ำดื่มตามอยู่ตลอดจนเดร็กรู้สึกรำคาญใจ

"จะกินข้าวหรือกินน้ำก็เลือกเอาสักอย่างสิ ทำอะไรหลายสิ่งวุ่นวายน่ารำคาญจริง ๆ เลย"

"กับข้าวมันเผ็ดมากเลยค่ะ ขนาดทานน้อยก็ยังเผ็ดมาก ถ้าฉันอยากจะขอปรับให้มันเผ็ดน้อยลงกว่านี้จะได้ไหมคะ"

"ทำไมฉันจะต้องปรับในสิ่งที่ตัวเองชอบด้วย แล้วอีกอย่างนะ นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ก็อย่าเรื่องมาก ที่นี่ไม่มีคนที่จะคอยนั่งทำอะไรตามใจเธอหรอกนะ ทำเป็นกินเผ็ดไม่ได้ แล้วตอนเช้าไม่เรียกว่ากินหรือไง ดัดจริตน่ารำคาญจริง ๆ ฉันเคยบอกแล้วนี่ ถ้าไม่ไหวก็กลับเชียงใหม่ไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นภาระให้กับฉัน"

อัยย์วาแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินคำว่า ตัวภาระ ทุกประโยคที่เขาเอ่ยออกมาเธอก็พอจะรับฟังได้ แต่ประโยคสุดท้ายก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาทันที

"ฉันพูดแค่นี้ก็ร้องไห้ซะงั้น แล้วฉันพูดอะไรผิด จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องครอบครัวฉันสินะ จะไปฟ้องว่าฉันรังแกเธองั้นหรือเปล่า"

"ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะร้องไห้นะคะ แต่น้ำตามันไหลออกมาเอง"

"จะกินหรือจะร้องไห้ก็เลือกเอาสักอย่าง เห็นหน้าเธอทีไรก็ไม่เจริญอาหารสักที กลับจากถ่ายละครมาก็โคตรจะเหนื่อย กลับมาแล้วก็ยังมาเจออะไรที่บั่นทอนจิตใจอีก รู้ตัวบ้างก็ดีนะว่าเธอมันตัวปัญหาและสร้างภาระให้ฉันมากแค่ไหน"

ร่างสูงก็วางช้อนส้อมกระทบกับจานเสียงดัง ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องด้วยความหงุดหงิดใจ ส่วนอัยย์วาก็น้ำตาไหลไม่หยุด เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้เจ้าของบ้านไม่พอใจมากขนาดนี้

ใบหน้าใสของอัยย์วาแดงก่ำ ดวงตากลมโตแดงช้ำด้วยความเสียใจ ก่อนจะกุมท้องแล้วร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนเพราะรับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
1 | การตัดสินใจของอัยย์วา
"คุณแม่คะ ทำไมที่ห้องทำงานของคุณพ่อถึงมีคนเข้าออกอยู่ตลอดเลยล่ะคะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น" "กลับมาจากมหาลัยแล้วหรือลูก งั้นก็เข้าไปรอในห้องของตัวเองก่อนนะ ไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนี้หรอก" "ไม่เอาหรอกค่ะ จู่ ๆ ก็มีใครไม่รู้มาขนของออกไปแบบนี้ ตะกี้ตอนที่หนูเดินสวนกับคนขนของ หนูก็เห็นมีคนถือภาพวาดที่คุณพ่อรักมาก ๆ ออกไปด้วย แบบนี้จะให้หนูนิ่งเฉยได้ยังไงล่ะคะ" "ของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ลูก แม่บอกให้เข้าไปอยู่ที่ห้องของตัวเองไง ไม่เข้าใจที่แม่บอกใช่ไหมอัยย์วา" "คุณแม่..." อัยย์วาก็จำใจเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะหันหลังกลับไปมองมารดาที่กำลังทำหน้าตาเคร่งเครียดอยู่ ซึ่งอัยย์วาก็รับรู้ได้ว่าสถานการณ์ในบ้านตอนนี้กำลังมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ ๆ อัยย์วาในวัย 22 ปีก็เดินขึ้นบันไดไม้สักทองที่ทั้งใหญ่และกว้างขวาง บ้านหลังนี้เป็นบ้านหรูสไตล์ไทยล้านนา ซึ่งมีราคามูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เป็นบ้านสองชั้นที่ถูกสร้างบนที่ดิน 1,800 ตารางเมตร มีพื้นที่ตัวบ้านขนาด 1,200 ตารางเมตร สร้างด้วยไม้สักทองที่ผสมผสานความเป็นไทยกับโมเดิร์น เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นภายในบ้านตกแต่งด้วยไม้สักทองทั้งสิ้น บริเวณบ้านก็มีสวนตกแต่ง มีน้ำตก มีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนสและอื่น ๆ มากมายที่มีความสะดวกครบครัน ทั้ง ๆ ที่มีสมาชิกในครอบครัวเพียงแค่สามคนเท่านั้น แต่กลับมีคนรับใช้ถึงยี่สิบคน ซึ่งบ่งบอกถึงฐานะของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี หลังจากที่เห็นมารดาเดินเข้าไปในห้องทำงานของบิดาแล้ว อัยย์วาก็เดินกลับลงไปอีกครั้ง ก่อนจะทักถามกับคนแปลกหน้าที่กำลังขนของ ออกมาจากห้องทำงานของบิดาทันที "พวกคุณจะเอาของในห้องของคุณพ่อไปทำอะไรคะ" "ทำอะไรน่ะหรือ ก็จะเอาไปทิ้งน่ะสิ เพราะอีกแค่ไม่กี่วัน บ้านหลังนี้ก็จะมีเจ้าของใหม่ย้ายเข้ามาอยู่แล้ว เจ้าของคนใหม่ต้องการตกแต่งห้องทำงานให้เสร็จเป็นอันดับแรกก่อนที่จะเข้ามาอยู่น่ะสิ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกคุณหนู เพราะพวกเราก็ยังให้เวลาพ่อเลี้ยงดนัยได้อยู่เพื่ออำลาบ้านหลังนี้เป็นครั้งสุดท้ายอยู่แล้ว" "จะเอาไปทิ้งงั้นหรือ? พวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไง นี่มันเป็นของสำคัญที่คุณพ่อรักมากเลยนะ" อัยย์วารีบวิ่งไปที่หน้าบ้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นสิ่งของต่าง ๆ ที่บิดารักถูกกองไว้ที่หน้าบ้านราวกับเป็นเศษขยะ "คุณพ่อ...ทำไมถึงยอมให้คนพวกนั้นทำแบบนี้กับพวกเราล่ะคะ คุณพ่อยอมคนพวกนั้นได้ยังไง แล้วพวกเขาเป็นใครกันคะ ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย" "ไปอยู่ในห้องเดี๋ยวนี้เลยลูก" "ไม่ค่ะ หนูไม่ยอมนะคะ คุณพ่อจะยอมให้คนพวกนั้นเอาของไปทิ้งต่อหน้าต่อตาแบบนี้เลยหรือคะ" "อัยย์วาฟังพ่อนะลูก พ่อต้องขอโทษที่ต่อไปนี้พ่ออาจจะทำให้แม่กับลูกต้องลำบาก แต่พ่อสัญญานะว่าพ่อจะทำให้ดีที่สุด เพราะตอนนี้ทั้งบ้าน ไร่ชาและโรงงานของเรากำลังจะถูกส่งต่อให้เจ้าของคนใหม่แล้วลูก เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งการที่เจ้าของคนใหม่จะเข้ามาขนของหรือทำอะไรที่นี่มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราห้ามอะไรไม่ได้แล้วล่ะลูก" "นี่มันเรื่องอะไรกันคะ สถานการณ์บ้านเรามันย่ำแย่มากขนาดนั้นเลยหรือคะคุณพ่อ ทำไมหนูไม่เห็นรู้เรื่องเลย" "ไม่ต้องกังวลไปหรอกลูก ยังไงพ่อกับแม่ก็จะไม่ทำให้ลูกลำบากอยู่แล้ว ตอนนี้หนูก็เรียนจบแล้ว แค่ฝึกงานอีกสัปดาห์เดียวเอง ตอนนี้หนูก็มีความรู้ติดตัว จะทำอะไรก็ไม่ลำบากหรอกลูก" "ที่คุณแม่เคยเกริ่นเรื่องที่อยากให้หนูแต่งงานมีครอบครัวเพื่อให้ครอบครัวของฝั่งนั้นมาช่วยพยุงกิจการในไร่ชาของเรามันก็คือเรื่องจริงงั้นหรือคะ หนูคิดว่าคุณพ่อคุณแม่แค่เป็นห่วงหนูและอยากให้หนูเป็นฝั่งเป็นฝาอย่างเดียวเสียอีก ถึงอยากให้หนูแต่งงานกับคนที่หนูไม่รู้จักแบบนั้น" "ช่างเถอะลูก ก็หนูยังไม่อยากมีครอบครัว แล้วมีเหตุผลอะไรที่พ่อกับแม่จะต้องมาบังคับให้หนูไปอยู่กับคนอื่นแบบฝืนใจอย่างงั้นล่ะ มัน เป็นแค่ความเห็นแก่ตัวของพ่อเองนั่นแหละ เพราะถึงแม้ไร่ชาของเราจะต้องกลายเป็นของคนอื่น แต่พ่อก็อยากจะให้ไร่ชาของเราไปอยู่ในมือของคนที่จะสามารถพัฒนาไร่ต่อไปได้มากกว่า" "แล้วทำไมตอนนั้นคุณพ่อถึงไม่บอกหนูก่อนล่ะคะว่าจะให้เราไปเกี่ยวดองกับไร่ชาฝั่งนั้นเพราะอะไร" "แต่ก็อย่างที่บอก พ่อไม่อยากให้ลูกต้องมารับรู้กับปัญหาในไร่ชาของเรา พ่อเลี้ยงสุนทรที่มีไร่ชาอยู่ติดกับเรา เขาให้ข้อเสนอมาแบบนั้น ที่เขาต้องการให้ครอบครัวเราต้องเกี่ยวดองกันเพราะทางนั้นเขาก็อยากให้ลูกชายรีบเป็นฝั่งเป็นฝา ลูกชายก็มัวแต่เล่นดนตรีจนไม่สนใจที่จะมีครอบครัวสักที พ่อก็ไม่อยากฝืนใจหนูด้วย ก็เลยไปกู้เงินเพื่อหาเงินมาดูแลลูกน้องในไร่และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นกับพ่อเลี้ยงเชิดศักดิ์แทน ถ้าเราหาเงินมาก้อนโตไม่ได้ อีกหนึ่งสัปดาห์เราก็ต้องเก็บข้าวของออกไปจากที่นี่แล้วล่ะลูก" "รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วยงั้นหรือคะคุณพ่อ ไหนบอกว่าแค่ไร่ชาไงคะ เอาจริง ๆ แค่ราคาบ้านเราก็แพงกว่าไร่ชาอีกค่ะ" "ก็บ้านนี้มันตั้งอยู่บนที่ดินของไร่ชานี่ลูก เราเลือกอะไรไม่ได้หรอก แต่อย่ากังวลไปเลยนะ ยังไงพ่อก็จะไม่ทำให้หนูลำบากแน่ ๆ อัยย์วา" "ไม่ใช่ค่ะคุณพ่อ มันไม่ใช่เรื่องนั้น" "ไม่ต้องพูดอะไรแล้วลูก รีบไปในห้องตัวเองได้แล้ว แล้วก็อย่าออกมาจนกว่าพ่อจะเคาะประตูนะ ตอนนี้ในบ้านเรามีแต่ผู้ชาย แถมหนูยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่ด้วย รีบเข้าไปในบ้านเลย ป้าแจ่ม รีบพาอัยย์วากลับไปที่ห้องเดี๋ยวนี้เลย" "ไม่ค่ะคุณพ่อ คุณพ่อพาหนูไปหาคุณแม่ได้ไหมคะ หนูอยากจะคุยกับคุณแม่ค่ะ" "แม่อยู่ที่ห้องทำงาน พ่อไม่อยากให้หนูเข้าไปในนั้นเข้าใจไหมลูก รีบไปที่ห้องของตัวเองเดี๋ยวนี้เลย" "ถ้างั้นหนูขอคุยกับคุณพ่อก็ได้ค่ะ" อัยย์วามองดูของรักของหวงของบิดาที่ถูกนำมากองไว้ที่หน้าบ้านด้วยความเสียใจ ขนาดเธอที่ไม่ได้ผูกพันกับสิ่งของเหล่านั้น เธอยังเสียใจมากขนาดนี้ แล้วบิดาของเธอที่ต้องทนเห็นสิ่งที่ตัวเองรักกำลังถูกขนมาทิ้งราวกับของไร้ค่า บิดาของเธอจะเสียใจมากขนาดไหน "เดี๋ยวมีอะไรก็ค่อยคุยกันนะลูก ตอนนี้กลับไปอยู่ที่ห้องก่อน พ่อเลี้ยงเชิดศักดิ์ก็มีข่าวลือในเรื่องความเจ้าชู้ด้วย ถ้าเกิดมาเห็นลูกเข้าเดี๋ยวจะแย่เอานะ" "คุณพ่อคะ ถ้าเกิดว่าหนูจะแต่งงานตามที่ทางนั้นตกลงไว้ ยังจะทันอยู่ไหมคะ" อัยย์วาก็ตัดสินใจถามออกมาทั้งน้ำตา เธอไม่สามารถทนเห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ ถ้ารู้ว่าการที่เธอปฏิเสธการแต่งงานแล้วจะทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในสภาพนี้ เธอคงยอมตกลงที่จะแต่งงานไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพราะเธอไม่เคยรู้ว่ากิจการของครอบครัวจะตกต่ำถึงขนาดที่ต้องโดนยึดที่ไปแบบนั้น "รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา รีบขึ้นไปรอพ่อที่ห้องได้แล้ว" "หนูจริงจังนะคะ ถ้าจะตกลงแต่งงานตอนนี้ยังทันไหมคะคุณพ่อ" "นะ...นี่หนู นี่มันเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ทำไมถึงเปลี่ยนใจพูดอะไรแบบนี้ล่ะ" "มันทันไหมคะ ถ้าทันหนูจะยอมแต่งงานก็ได้ค่ะ ถ้าเกิดว่าหนูแต่งงานแล้ว คุณพ่อจะยังได้อยู่ที่นี่ต่อไปไหมคะ ถ้าเกิดว่าหนูแต่งงานแล้ว จะทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ยังสามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้ หนูก็ยอมแต่งค่ะ" "อัยย์วา พ่อว่าหนูอย่าฝืนตัวเองเลยนะลูก ถึงเราจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ แต่พ่อก็จะไม่ทำให้หนูลำบากแน่นอน" "หนูไม่ได้ฝืนใจเลยนะคะคุณพ่อ หนูจะยอมทำตามทุกอย่าง ดีกว่าที่จะต้องให้ไร่ของเราตกไปอยู่ในน้ำมือของคนพวกนั้น ขนาดของที่คุณพ่อรัก เขาก็ยังทำราวกับเศษขยะไร้ค่า ถ้าเกิดว่าเราปล่อยให้เขามาอยู่ที่นี่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในไร่ของเราก็คงจะค่อย ๆ หายไปแน่ ๆ" "นี่หนูจะเอาจริงหรืออัยย์วา แต่ถ้าเกิดว่าหนูตกลง ทางนั้นเขาก็พร้อมจะช่วยเหลืออยู่แล้วล่ะ ก็เพราะว่าพ่อเป็นเพื่อนสนิทของครอบครัวฝั่งนั้นอยู่ แต่เอาจริง ๆ เพื่อนของพ่อก็เต็มใจจะช่วยนั่นแหละ ตอนที่หนูปฏิเสธไปคราวนั้น แต่เงินที่พ่อต้องการมันมากเกินกว่าที่เขาจะช่วยได้ทั้งหมด เพราะเพื่อนของพ่อก็เกรงใจสามีด้วย แต่ถ้าตระกูลของเราจะเกี่ยวดองกันกับฝั่งนั้น ยังไงทางนั้นก็ยอมช่วยเหลือเราทุกอย่างอยู่แล้วล่ะ" "งั้นก็บอกตอนนี้เลยนะคะคุณพ่อ ก่อนที่ของของคุณพ่อจะเสียหายไปมากกว่านี้ หนูแน่ใจจริง ๆ ค่ะ หนูตัดสินใจแล้ว เพราะยังไงหนูก็เรียนจบแล้ว ถ้าจะต้องแต่งงานมีครอบครัวตอนนี้ก็ไม่เป็นไร"

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook