หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วเราทั้งสองต่างก็แยกย้ายทางใครทางมัน และตอนนี้ฉันก็กลับมาอยู่บ้านแล้วเรียบร้อย พร้อมมือที่จับสายยางรดน้ำต้นไม้ภายในบ้านอย่างอารมณ์ดี
ที่จริงฉันไม่ได้เป็นแค่สาวใช้ของคุณรันหรอก
หลังจากเรียนจบก็ผันตัวเองไปเป็น ‘ผู้จัดการ’ ร้านคาเฟ่ที่ชื่อว่า WanWhan Café ซึ่งมีคุณรันเป็นเจ้าของ
และให้ฉันเข้าไปเป็นผู้จัดการอีกที
ต้องขออวยยศให้กับความใจดีนี้
เพราะคุณรันเคยถามฉันว่าเรียนจบอยากเป็นอะไร อยากทำงานอะไร
ฉันก็เลยตอบกลับไปว่าอยากมีคาเฟ่เป็นของตัวเอง ไม่ต้องใหญ่มาก
ขอแค่พอได้ขายและไม่ขาดทุน หลังจากนั้นคุณรันก็เนรมิตมันขึ้นมาให้ฉันทันที
และมอบหมายให้ฉันเป็นผู้การ มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็น
ฉันรู้ว่าตัวเองถูกเจ้านายดูแลดีเกินไป
ดีจนใครหลายคนคิดว่าฉันคงเอาตัวไม่รอดหากวันใดวันหนึ่งไม่มีคุณรันแล้ว
มันอาจจะเป็นอย่างนั้น
หรืออาจจะไม่ใช่
แต่ถ้าจะให้ฉันออกห่างจากคุณรันเพียงเพราะตัวเองได้รับสิทธิ์เลี้ยงดูดีเกินกว่าที่ควรจะเป็น
ฉันคงจะไม่ทำ
ไม่ใช่เพราะ ‘รัก’ ก็เลยอยากครอบครองและอยากอยู่กับเขาแบบนี้
ให้เรียกว่าเป็นความ ‘ภักดี’ มากกว่า
เพราะคุณรันเป็นคนที่มีพระคุณกับฉันมากจริง ๆ
และตอนนี้คุณรันก็ใช้ชีวิตตัวคนเดียว
ชีวิตของเขาไม่มีใครเพราะถูกครอบครัวตัดขาดจากเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน
เพราะแบบนี้ฉันก็เลยอยากอยู่ข้างเขาจนกว่าจะมีคนมาอยู่ตรงนี้แทนที่ฉัน
ฉันไม่อยากปล่อยให้คุณรันอยู่ตัวคนเดียว…
“น้ำท่วมบ้านฉันแล้ว”
เสียงที่คุ้นเคยทำให้ฉันรีบหันไปมองอย่างตกใจ “มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมหวานไม่ได้ยินเสียงรถ แล้วทำไมกลับมาเร็วจัง”
“มานานแล้ว”
คุณรันเอ่ยตอบสั้น ๆ
ก่อนที่จะเดินหลีกเข้าไปในบ้านพร้อมมือหนาถือแก้วสีชมพูของฉันอยู่ในขณะนี้
ฉันรีบวางสายยางลงพร้อมเดินไปปิดน้ำแล้วเดินตามเข้าบ้านไปด้วยอาการอยากรู้อยากเห็น
“ทำไมกลับมาเร็วจังเลยคะ”
ที่ถามอย่างนั้นเพราะเราเพิ่งแยกกันได้แค่หนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง
“หวานนึกว่าคุณรันจะกลับดึก ๆ ซะอีก”
“เลื่อนประชุม
ก็เลยกลับไว”
“เดี๋ยวหวานล้างเองก็ได้ค่ะ”
ว่าแล้วรีบแย่งแก้วคิตตี้ที่อยู่ในมือของคุณรันที่ทำท่าเหมือนจะล้างมาถือไว้
“คุณรันจะให้หวานทำอาหารเย็นไหมคะ”
“ไม่ต้อง”
“ค่ะ”
“ฉันไปอาบน้ำก่อน”
คนเป็นเจ้านายเอ่ยบอกแล้วแยกตัวออกไปทันที
ส่วนฉันได้แต่มองตามหลังอย่างงง ๆ
ก็แค่อาบน้ำ… จะบอกทำไม
ฉันละสายตากลับมาหาแก้วน้ำสีชมพูของตัวเองและจัดการล้างทำความสะอาดเพราะต้องเก็บไว้ใส่กาแฟให้คุณรันในวันต่อ
ๆ ไป แต่ก็แอบขำไม่ได้ที่คนตัวโตมีหน้าโหด ๆ จะเดินถือแก้วสีชมพูไปมาภายในบริษัท
จากคนที่น่าเกรงขามกลายเป็นผู้ชายที่ดูนุ่มนิ่มและน่ารักไปเลยทีเดียวเชียว
หลังจากทำงานบ้านเสร็จแล้ว
ฉันก็หอบบัญชีรายรับรายจ่ายต่าง ๆ มาให้คุณรันดูที่ห้องนั่งเล่นภายในบ้าน
ซึ่งตอนนี้เขาก็อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
และกำลังนั่งจดจ้องอ่านเอกสารที่ว่าตาไม่กะพริบ
“ก็ดี” เขาว่าพร้อมยื่นเอกสารมาให้ฉัน “แต่กำไรยังได้ไม่เยอะเท่าไหร่”
“คุณรันมีอะไรจะแนะนำไหมคะ”
เอ่ยถามเสียงเบาเพราะอดที่จะใจแป้วไม่ได้ที่ได้ยินแบบนั้น
“ลองทำเอง
ถ้าไม่ไหวค่อยว่ากันอีกที”
“…”
“มันเป็นร้านของเธอ
ไม่ใช่ร้านของฉัน เจ้าของร้านจะให้คนอื่นมาบริหารแทนได้ไง”
“ร้านของหวานที่ไหน…”
ฉันเอ่ยเถียง
แต่เมื่อเห็นตาคมจ้องอย่างจริงจังก็ต้องก้มหน้ามองมือตัวเองพร้อมตอบกลับไปว่า…
“ค่ะ”
“ฉันไม่ได้อยากมีร้านกาแฟ
เธอต่างหากที่อยากมี ฉะนั้นมันคือร้านของเธอ”
“แต่ก็เงินของคุณรันสร้างร้านอยู่ดี”
“เถียง?”
“เปล่าค่ะ”
รีบเงยหน้าขึ้นแล้วส่ายหน้าก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องหนี “ว่าแต่เค้กที่ชิมเป็นยังไงบ้างคะ”
“อร่อยดี”
“จริงเหรอ”
จากที่แห้งเหี่ยวเมื่อครู่รีบยกยิ้มอย่างดีใจ “งั้นหวานทำขายเลยนะ”
“อืม”
“ขอบคุณค่ะ”
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความหาผู้ช่วยในร้านเมื่อได้ยินคำอนุมัติจากเจ้าของเงิน
เพิ่มลิสต์รายการที่จะต้องซื้อลงไปในใบคำสั่งซื้อเพราะจะได้เตรียมของไว้
ติ๊ง ~
เสียงของการแจ้งเตือนที่มาพร้อมกับเงินเข้าบัญชีเป็นจำนวนเงินหนึ่งแสนบาทเรียกให้คิ้วขมวดได้เป็นอย่างดี
จากตาที่จ้องโทรศัพท์อยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเจ้านายตัวเองอย่างสงสัย
“คุณรันโอนเงินมาทำไมเยอะแยะคะ”
“ไม่เอาหรือไงค่าแรง”
“ปกติหวานได้แค่เดือนละห้าหมื่นเองค่ะ
แต่นี่เพิ่มมาครึ่งต่อครึ่งเลย” เรื่องจริงที่ว่าเงินเดือนฉันคือห้าหมื่น
และยังไม่รวมเงินที่ได้จากการเป็นผู้จัดการร้านอีกสามหมื่น
“หรือเงินนี้ต้องให้หวานโอนต่อให้พี่
ๆ ในร้าน”
“คนอื่นฉันจ่ายไปแล้ว”
“…”
“นั่นเป็นเงินเดือนของเธอ”
คุณรันว่าพร้อมก้มลงไปมองหน้าจอแมคบุ๊คเหมือนเดิม “กำไรที่ได้จากร้านกาแฟฉันไม่เอา”
ไม่เอาแล้วจะให้ทุนมาเปิดร้านทำไม…
“หรือเธอจะไม่เอา?”
“อะ…เอาค่ะ”
รีบพยักหน้าแล้วเก็บโทรศัพท์เพราะกลัวจะโดนยึดเงินที่ว่าคืนแม้จะยังงงอยู่มากก็ตาม
“คุณรันได้ทุนคืนแล้วเหรอคะ
ถึงโอนกำไรเดือนนี้มาให้หวาน”
“อืม”
“แล้วแบบนี้ค่าวัตถุดิบอะไรต่าง
ๆ หวานไม่ต้องมาเบิกกับคุณรันแล้วใช่ไหม”
“เบิกกับฉันเหมือนเดิม”
“แบบนี้คุณรันจะไม่ขาดทุนเหรอ…”
“ฉันไม่ทำอะไรแล้วขาดทุน”
คุณรันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถ้าไม่ได้ประโยชน์จากสิ่งนั้น
ฉันจะไม่ทำ”
“อ้อ… โอเคค่ะ”
เป็นอีกครั้งที่ต้องพยักหน้ารับทำเหมือนเข้าใจทั้ง ๆ
ที่ในใจไม่ได้เข้าใจเลยสักนิด
แต่ก็ไม่อยากซักให้มากความเพราะไม่อยากทำให้คุณรันหงุดหงิดหรือรำคาญใจ
“มีอะไรจะถามอีกไหม”
“ไม่มีค่ะ”
ฉันส่ายหน้าแล้วหยิบแฟ้มสีชมพูกับปากกาด้ามสีชมพูขึ้นมาถือไว้
“คุณรันมีอะไรใช้หวานอีกไหมคะ ถ้าไม่มีหวานจะเข้านอนแล้ว”
“ของที่ฝากซื้ออยู่ไหน”
“อยู่ในห้องค่ะ
หวานลืม เดี๋ยวหวานไปเอามาให้นะ” ว่าแล้วรีบเดินไปยังห้องนอนของตัวเองพร้อมหยิบกล่องแว่นตาที่คุณรันฝากซื้อตอนที่อยู่ในห้างฯ
มาถือไว้ สองขารีบก้าวเดินกลับไปหาเจ้านายเพราะกลัวว่าเขาจะรอนาน
“นี่ค่ะ”
“สีชมพู?”
หัวคิ้วของคุณรันขมวดเข้าหากันก่อนจะถอนหายใจออกมา “มันไม่มีสีอื่นหรือไง”
แม้จะบ่นแต่ก็หยิบรับไปอยู่ดี
“มันไม่มีสีดำกับสีเทาค่ะ
แล้วสีอื่นไม่ถูกใจหวาน…”
“ไม่มีสีไหนถูกใจเธอหรอกหวาน
นอกจากสีชมพู”
ก็จริง…
“ถ้าคุณรันไม่เอา
เดี๋ยวหวานซื้อให้ใหม่ก็ได้ค่ะ”
“ซื้อมาแล้วไม่เป็นไร”
คุณรันว่าแล้วเอากล่องแว่นไปวางไว้อีกมุมหนึ่งของโต๊ะ “ดีที่ไม่มีรูปคิตตี้โผล่มาด้วย”
ก็คนมันชอบจะให้ทำยังไง
อีกอย่างคุณรันก็รู้ทั้งรู้ว่าถ้าฝากฉันซื้อของแล้วจะได้สีนี้ แต่เขาก็ยังจะฝาก
“ทั้งบ้านจะเป็นสีชมพูหมดแล้ว”
“ก็คุณรันบอกว่าตกแต่งตามใจหวาน…”
คนที่ทำงานอยู่นั้นถอนหายใจออกมาราวกับว่ากำลังเบื่อหน่ายก่อนที่จะโบกมือไล่ฉันหนี “ไปนอนไป ไม่ต้องมาเถียง”
“ค่ะ”