3.เจ้านายของหวาน
เป็นอีกวันที่ฉันต้องหิ้วแก้วสีชมพูเข้ามาในบริษัทของคุณรันพร้อมขนมที่คิดว่าเจ้านายจะทานได้
ระหว่างทางก็มีเสียงพี่ ๆ พนักงานทักดังตามมาไม่หยุดหย่อน
อาจจะเป็นเพราะฉันมาที่นี่ตั้งแต่อายุยังอยู่ในหลักสิบ
ทุกคนก็เลยคุ้นหน้าคุ้นตาฉันเป็นอย่างดี
“สวัสดีค่ะคุณไตร
หวานเอากาแฟมาให้คุณรันค่ะ” ฉันเอ่ยบอกประโยคเดิม ๆ
เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของเจ้านายแล้ว “เข้าไปได้ไหมคะ”
“เข้าไปได้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
ยิ้มให้อีกฝ่ายบาง ๆ ก่อนจะลากเท้าไปที่หน้าประตูบานใหญ่
เคาะประตูห้องไม่กี่ครั้งก็เปิดเข้าไป
“หวานเอากาแฟมาให้ค่ะ…”
เพียงเท่านั้นก็ต้องปิดปากเงียบเมื่อเห็นคุณรันไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงาน
“หวาน?”
“ขอโทษค่ะ
หวานไม่รู้ว่าคุณรันมีแขก พอดีถามคุณไตรแล้วคุณไตรบอกเข้ามาได้”
“มานี่สิ”
คุณรันกวักมือเรียกฉันไปที่โซฟาตัวใหญ่ซึ่งอยู่กลางห้อง
เห็นแบบนั้นก็เลยเดินไปทิ้งตัวนั่งลงโดยเว้นระยะห่างจากทั้งสองมากพอสมควร
“จำทิพย์ได้หรือเปล่า
เพื่อนฉันเอง”
“จำได้ค่ะ”
ใครจะลืมผู้หญิงคนนี้กัน…
“นี่หวานเหรอนี่
โตเป็นสาวแล้วสวยขนาดนี้เลยเหรอ” คุณทิพย์ขยับเข้ามาใกล้พร้อมจับเสื้อผ้าหน้าผมของฉันไปมาก่อนที่จะหันไปหาคุณรัน
“หวานยังอยู่กับรันเหรอคะ ทิพย์นึกว่ามีครอบครัวไปแล้วนะเนี่ย”
“หวานยังเด็ก
ผมคงไม่อนุญาตให้มีครอบครัวตอนนี้”
“แหม…
ยังเด็กอะไรกัน โตเป็นสาวขนาดนี้แล้ว” ว่าแล้วใบหน้าสวยก็หันกลับมามองฉันเหมือนเดิม
“อายุเท่าไหร่แล้วล่ะเรา”
“ยี่สิบสี่ค่ะ”
“โห…
ไม่เด็กแล้วนะรัน ปล่อยให้หวานไปมีแฟนดีกว่าไหม”
“ยังเด็กสำหรับผมอยู่ดี”
คุณรันตอบด้วยสีหน้าที่ไม่สื่ออารมณ์อะไรออกมา
สองตาจับจ้องฉันสักพักก็เอื้อมมือมาหยิบกาแฟไปดูด
ฉันที่ไม่รู้จะพูดอะไรทำได้แค่นั่งเงียบฟังคุณทิพย์พูดนั่นนี่ไปเรื่อย
และเรื่องที่พูดส่วนมากก็คือเรื่องที่พยายามโน้มน้าวคุณรันให้ปล่อยฉันไปมีครอบครัว
หากไม่รู้ว่าเธอเป็นคนยังไง ตอนนี้ก็คงจะเชื่อสนิทใจว่าผู้หญิงคนนี้หวังดีกับฉัน
แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย
‘ตอนนี้ฉันอยู่บ้านรัน
แต่พูดก็พูดว่ายังหาโอกาสอยู่กับรันสองต่อสองไม่ได้เลย’
‘…’
‘ก็อีเด็กคนใช้กาฝากนี่สิ
อยู่กับรันตลอดเวลา ฉันจะหาโอกาสไหนใกล้ชิดเขา’
หลังจากที่ได้ยินคำดังกล่าวดังออกมาจากปากของผู้หญิงคนนี้
ฉันก็เลิกมองเธอในแง่ดีเพราะไม่สามารถคิดบวกได้
และเธอก็ไม่รู้ว่าฉันได้ยินคำพูดเหล่านั้น
เพราะฉันไม่ได้เอ่ยปากหรือแสดงท่าทางไม่ดีออกมา
ก็ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นละคร
ทำไมฉันจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้
“คุณทิพย์มาเยี่ยมคุณรันเหรอคะ”
ฉันถามพร้อมระบายยิ้มบาง ๆ “หวานไม่เห็นคุณทิพย์นานแล้ว”
“ไม่ได้แค่มาเยี่ยมนะ
ต่อไปจะย้ายมาอยู่ภูเก็ตเลย”
“…”
“พอดีว่าพี่เลิกกับแฟนแล้ว…
ไม่อยากอยู่กรุงเทพฯ ว่าจะมาพักใจที่นี่สักหน่อย” คุณทิพย์ว่าพลางเหลือบตามองคุณรันเล็กน้อย
“ตอนแรกว่าจะขออยู่บ้านกับรัน แต่ตอนนี้คงจะไม่ทำแบบนั้นแล้ว
เพราะหวานก็ยังอาศัยอยู่กับรันใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“แหม…
รันนี่ดูแลเด็กในปกครองดีจังเลยนะ ไม่ให้ย้ายออกไปไหนเลย”
“…”
“ถ้าทิพย์เป็นหวานก็คงไม่กล้ามีแฟน”
“หวานยังไม่คิดเรื่องนั้นหรอกค่ะ”
ฉันส่ายหน้าพลางแสร้งมองคุณทิพย์ตาแป๋ว “หวานรอให้คุณรันแต่งงานก่อน
หวานถึงจะมี”
“ทำไมล่ะ”
“หวานเป็นคนใช้ของคุณรันมาตั้งแต่เด็ก
คุณรันถือเป็นเจ้านายและผู้มีพระคุณของหวาน ถ้าคุณรันมีแฟน
หวานก็จะสแกนแฟนคุณรันก่อนค่ะ”
“…”
“ถ้าผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำหน้าที่แทนหวานได้
หวานก็ตายตาหลับที่เจ้านายได้ภรรยาที่ดี และดูแลคุณรันได้”
“…”
“ดูแลนี่ไม่ได้หมายความว่าให้มาเป็นคนใช้เหมือนหวานนะคะ
เพราะหน้าที่นั้นหวานคงต้องทำตลอดอยู่แล้ว
แต่หมายถึงคนที่จะไม่ทำให้คุณรันปวดหัวน่ะค่ะ”
“…”
“เพราะเจ้านายหวานเป็นนักธุรกิจที่งานเยอะมาก
คงไม่เหมาะถ้าจะมีเรื่องปวดหัวเพิ่ม หวานไม่อยากให้เจ้านายของหวานเป็นทุกข์ค่ะ”
ฉันยิ้มตบท้ายเหมือนว่าที่พูดไม่ได้คิดอะไร ทั้ง ๆ
ที่ใจไม่ได้คิดแบบนั้นเลย
เอาจริง ๆ
คำพูดเหล่านั้นมันไม่สมควรพูดออกมาเลยด้วยซ้ำ เพราะฉันเป็นแค่สาวใช้
แต่ก็อย่างที่รู้ว่าฉันอยู่กับคุณรันมานาน
ความรู้สึกของฉันมันแน่นอนอยู่แล้วว่าทั้งรักและหวังดี
อีกทั้งรู้ดีว่าหากพูดคุณรันก็คงไม่ว่าอะไร
เขาใจดีกับฉันมากเกินกว่าจะดุหรือด่าจริง ๆ
เพราะแบบนี้ฉันก็เลยกล้าพูด
และแน่นอนว่ามันทำให้คุณทิพย์หน้าเสียได้
“น่าอิจฉารันจังเลยค่ะ
ถ้าทิพย์มีสาวใช้ที่จงรักภักดีแบบนี้คงรักตายเลย”
“อืม” คุณรันตอบรับสั้น ๆ ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องฉันอยู่อย่างนั้น
จนฉันต้องหลบตาหนีไปทางอื่น
“หวานว่าหวานกลับก่อนดีกว่า
ทิ้งร้านมานานแล้วค่ะ” เอ่ยบอกคุณทิพย์แล้วมองหน้าเจ้านายอีกครั้ง
“คุณรันจะให้หวานเอาแก้วกลับไปด้วยไหมคะ หรือยังไง”
“เดี๋ยวฉันถือกลับเอง”
“แล้วอาหารเย็น…”
“เย็นนี้รันจะไปกินข้าวกับพี่น่ะ
หวานไม่ต้องทำก็ได้” คุณทิพย์ตอบออกมาอย่างรวดเร็วโดยที่คุณรันยังไม่ทันได้อ้าปากด้วยซ้ำ
ส่วนฉันได้แต่พยักหน้ารับยิ้ม ๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมที่จะกลับร้าน
“ทานให้อร่อยนะคะ”