30 นาทีต่อมา
พรึบ
“ เอ่อ สวัสดีค่ะพี่กัส “ เมื่อเข้ามานั่งในรถแล้วฉันก็หันไปสวัสดีคนข้างๆ
“ ครับ เราจะไปกินอะไรดี “ พี่กัสก็หันมายิ้มหวานให้ฉันแล้วถามขึ้น
“ เราไปที่ห้างมั้ยคะ ถึงนู้นแล้วแล้วค่อยคิด ตอนนี้เตยยังคิดไม่ออก “ ฉันออกความคิดเห็นไป
พี่กัสพยักหน้ารับคำเบาๆแล้วหันไปสตาร์ทรถแล้วเคลื่อนตัวออกจากคอนโดฉันไปทันที
ห้าง ZF
“ เลือกเลยครับ “
ตอนนี้เราก็มาถึงในตัวห้างเรียบร้อยแล้วค่ะ กำลังเดินหาร้านกินข้าวกัน ซึ่งฉันหันไปถามคนข้างๆรอบที่ 5 ได้แล้วมั้งว่ากินอะไร และคำตอบที่ได้ก็คือคำตอบเดิม
ชิ ฉันทำหน้ามุ่ยใส่เขาเล็กน้อย
มันคือปัญหาโลกแตกเลยมั้ยล่ะถ้าให้ฉันคิดเองเนี่ย
แล้วยิ่งเป็นเดตแรกด้วย โอ๊ะ พูดอะไรของแกนะใบเตย
“ อ๊ะ ขอโทษค่ะ “ แต่ระหว่างนั้นฉันที่ไม่ทันได้มองทางก็เดินไปชนกับคนๆหนึ่งเข้า
“ ไม่เป็นไรครับ เตย!!!!! “
เสียงทุ้มต่ำที่ร้องเรียกชื่อฉันขึ้นทำให้ฉันเงยรีบหน้าขึ้นไปดูทันที
“ ราม “ ฉันเรียกชื่อคนตรงหน้าแผ่วเบา
“ หายไปไหนมา เราติดต่อเตยไม่ได้เลย “ พระรามจับมือฉันขึ้นมาแล้วถาม
ฉันงงกับคำพูดของคนตรงหน้าเล็กน้อย
เขาทำเหมือนมันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นแหละ
เหอะ แล้วนี่เขาจะมาอยากติดต่อฉันทำไมกัน
จะเดือดร้อนทำไมที่ฉันหายไป
เขานี่มันตลกสิ้นดี
“ รามคะ “ แล้วเสียงเรียกที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังก็เรียกความสนใจของฉันได้ดี
ฉันหันไปมองหน้าเธอด้วยสายตาแข็งกร้าว และเธอก็มองมายังฉันสายตาอึ้งๆเช่นกัน
ผู้หญิงที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูคนนั้น
คนที่ฉันเกลียดที่สุด
พรึบ
ฉันสบัดมือออกจากการเกาะกุมของพระรามแล้วเดินถอยหลังไปยืนข้างๆพี่กัสที่ยืนมองสถานการณ์อย่างเงียบๆอยู่
“ ไปกันเถอะค่ะ “ ฉันเลิกสนใจสองคนที่อยู่ตรงหน้าแล้วหันมายิ้มหวานให้พี่กัส
“ ดะเดี๋ยวสิเตย แกหายไปไหนมา แล้วนี่แกเรียนที่ไหนอ่ะ ทำไมไม่บอกกันเลย “ แล้วไม่ทันที่จะได้เดินไปไหนผู้หญิงคนนั้นก็เรียกฉันไว้ซะก่อน
เหอะ มันตลกสิ้นดี
กล้าถามมาได้ยังไงทั้งที่เธอก็น่าจะรู้ว่าทำไมฉันถึงหายไป
แล้วเธอถามฉันอย่างกับคนที่สนิทกันอย่างงั้นแหละ
แต่ก็นะ เราก็เคยสนิทกันนี่นา
แต่ก็แค่เคยนะ
ฉันเค้นยิ้มให้ตัวเองเล็กน้อยแล้วหันไปมองหน้าเธอนิ่งๆ
“ อย่าเสือก “ อุ๊ปส์ ใบเตย เธอไม่ควรหยาบสิ
โอ๊ะโอ ปกติฉันไม่ใช่คนอย่างงี้นะ แต่บุคคลตรงหน้าทั้งสองนี่มันสมควรจะโดนฉันหยาบใส่แล้วจริงๆ
ฉันหันหลังให้สองคนนั้นแล้วจับมือพี่กัสเดินออกมาทันที
ขาฉันก้าวออกมาแล้วเดินมายืนอยู่ตรงหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“ ร้านนี้ก็แล้วกันนะคะ “ ฉันหันหน้าไปพูดกับพี่กัสแล้วปล่อยมือเขาเดินนำเข้าไปในร้านทันที
ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะเรื่องมาก กินอะไรได้ก็กินไป
ฉันเดินนำมายังโต๊ะที่เป็นส่วนตัวหน่อยๆ ส่วนพี่กัสเขาก็เดินตามฉันมาทันที
ฉันสั่งอาหารไป สามสี่อย่าง ส่วนพี่กัสน่ะหรอ เขาให้ฉันสั่งให้ ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเขาชอบอะไรบ้างก็สั่งอาหารกลางๆไป
เมื่อสั่งอาหารและเครื่องดื่มเสร็จ เราก็นั่งกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาเลย
มันเงียบจนฉันแทบจะจมไปกับความคิดของตัวเอง
“ ใคร? “ และจู่ๆพี่กัสก็ทำลายความเงียบขึ้น
“ คะ “ ฉันเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขาแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ สองคนนั้น “ พี่กัสถามฉันนิ่งๆ
“ อ๋อ อย่าสนใจเลยค่ะ มันไร้สาระ “ ฉันพูดปัดๆไปเพราะไม่อยากพูดถึงมันอีก
“ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องของคนที่พี่จีบอยู่ เรื่องไร้สาระก็สำคัญนะพี่ว่า “
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าพี่กัสทันทีที่เขาพูดขึ้น
“ เฮ้ออออ นั่นแฟนเก่าค่ะ “ ฉันถอนหายใจออกมาแล้วพูดถึงผู้ชายคนนั้น พระราม
“ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็คือแฟนใหม่เขา “ ฉันบอกเขาไปพรางนึกถึงหน้าสองคนนั้น
พี่กัสพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
แต่ฉันยังพูดไม่จบ
“ เป็นเพื่อนเก่าเตยเอง “ ฉันพูดต่อแล้วรู้สึกเจ็บหัวใจขึ้นมานิดๆ
ภาพที่ฉันร้องไห้ฟูมฟายตอนนั้นรับรู้เรื่องราวของสองคนนั้นมันยังติดตาฉันไม่หาย
ผู้ชายที่ฉันไว้ใจและเพื่อนสนิทของฉันที่แอบไปคบกัน
ฉัน เพลง และผู้หญิงคนนั้น เราคือเพื่อนสนิทกันตั้งแต่มอต้น ส่วนพระรามเขามาจีบฉันตอน ม.4 และตกลงคบกันวันวาเลนไทน์ของปีนั้น สองคนนั้นอยู่หมู่บ้านเดียวกัน บ้านใกล้กัน ซึ่งฉันก็ไม่ได้สงสัยอะไรเวลาเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน ฉันไว้ใจพวกเขามาก ทั้งที่เพื่อนทุกคนพยายามเตือนฉันมาตลอดว่าเห็นสองคนนั้นทำตัวเหมือนแฟนกัน ไปไหนมาให้ด้วยกันตลอด แต่ฉันก็ไม่ฟัง เพราะฉันไว้ใจ
แต่ใครจะไปคิดว่าสองคนนี้จะคิดไม่ซื่อกับฉัน รวมหัวกันหักหลังฉัน วันจบการศึกษามัธยมปลาย เพลงเดินเข้ามาหาฉันพร้อมซองเอกสารแล้วยื่นมันมาให้ฉัน
ฉันเปิดดูเอกสารนั่นแล้วมือสั่นและใจเต้นแรงทันที ทุกภาพในเอกสารนั้นล้วนแต่เป็นภาพของแฟนและเพื่อนที่ฉันรักมากทั้งนั้น ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเพลงน้ำตาคลอ ส่วนเพลงก็มองหน้าฉันนิ่งๆแล้วพูดว่า
“ ยอมรับความจริง “
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เพลงเป็นคนปลอบแล้วเธอก็บอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ แน่นอนว่าถ้าเพลงจัดการ ทุกอย่างมันต้องเรียบร้อย
ที่จริงฉันสอบติดทันตแพทย์ที่มหาลัยเดียวกันกับสองคนนั้น แต่เพลงจะมาเรียนที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันไม่ลังเลเลยที่จะสละโอกาสนั้นตามเพลงมาเรียนที่นี่ด้วย
ฟังดูโง่ใช่มั้ยล่ะที่ฉันทำอย่างงั้น
ทิ้งอนาคตเพียงเพราะคนสองคน
แต่เชื่อเถอะ ถ้าเป็นคุณที่โดนอย่างงี้ คุณก็จะทำแบบฉันแน่นอน
ฉันเชื่ออย่างงั้น
แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้สองคนนั้นจึงกลับเข้ามาในชีวิตฉันอีกครั้ง พวกเขาต้องการอะไรจากฉันอีก
ฉันทิ้งอนาคต ทิ้งทุกอย่างหนีจากพวกเขาแล้ว
พวกเขาต้องการอะไรอีก
หมับ
ฉันมองมือของคนตรงหน้าที่เอื้อมมาจับมือฉันที่กำแน่นให้มันคลายลง
นี่ฉันเผลอกำมือตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ แล้วยังรักมันอยู่มั้ย “ พี่กัสมองฉันอย่างอบอุ่นแล้วถามขึ้น
แต่ถ้าถามว่าฉันยังรักพระรามมั้ยงั้นหรอ
ตอบได้เลยว่าไม่
ตอนนี้ฉันไม่ได้เขาแล้ว และตอนนี้ในใจของฉันมันคงมีแต่ความแค้นและความสงสัยที่อยากจะถามพวกเขาว่าทำอย่างงั้นกับฉัน พวกเขาทำได้ยังไง ก็แค่นั้น
ฉันส่ายหน้าให้พี่กัสเบาๆ
“ มันเหลือแค่ความแค้นค่ะ “
“ หึ ดีแล้ว “
“ ดีอะไรค่ะ “ ฉันขมวดคิ้วถามเขาไป
“ ก็ดีที่พี่จะได้ไม่ไปทำร้ายมัน เพียงเพราะว่าเรายังรักมันอยู่ไง “
“ อะ อะไรกัน เตยไปเกี่ยวอะไรด้วย “ ฉันไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว
“ หึ พี่จะบอกเราว่าพี่จริงจังนะ “ จู่ๆพี่กัสก็พูดขึ้นพร้อมมองหน้าฉันจริงจัง
“ แต่พี่เจ้าชู้ “ ฉันพูดขึ้นแล้วมองหน้าเขากลับเช่นกัน
“ พี่พร้อมหยุด “
“ แน่ใจหรอคะว่าหยุดได้ “ ฉันถามอย่างหยั่งเชิงแล้วมองมือเขาที่จับมือฉันอยู่อย่างเขินๆ
“ แน่นอนครับว่าหยุดได้ และจะหยุดกับคนตรงหน้าแค่คนเดียว “ พี่กัสว่าแล้วกระชับมือที่จับมือฉันแน่นขึ้นไปอีก
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอึ้งๆ
จะเป็นอะไรมั้ยถ้าฉันจะบอกว่าฉันหลงคารมเสือเข้าแล้ว
“ จะรอนะคะ “
ฉันยิ้มหวานให้เขาแล้วมองหน้าเขาตรงๆ
เพราะถ้าเขาพร้อมหยุด
ฉันก็พร้อมจะเปิดใจ
.
.
.
.
.
.
By อินชา