บทที่ 9 ฉันจะเกลียดคุณตราบชั่วชีวิต 3

1327 Words
ลัลล์นลินสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความอบอุ่นที่กอดเกี่ยวเธออยู่ข้างหลัง ปฏิกิริยาแรกที่เธอทำคือรีบยกมือปาดน้ำตา เบื้องหลังของความแข็งแกร่งเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินเงียบๆ จนเปียกชุ่มหมอน ใช่ว่าเธออยากจะอ่อนแอ! เธอพยายามเข้มแข็งแล้ว พยายามควบคุมตัวเองแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ เธอห้ามน้ำตาไม่อยู่... ห้ามน้ำตา ทำไมยากจัง? คงเพราะเธอเป็นผู้หญิงละมั้ง หัวใจจึงไม่แข็งแกร่งหนักแน่นเหมือนหินผา ยังมีอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหว แต่อย่างไรซะเธอจะไม่มีวันให้เขาเห็นน้ำตาเจ้ากรรมของเธอเด็ดขาด ลัลล์นลินขยับตัวหนีเขา สองมือพยายามดึงแขนเขาออกจากตัวเธอ แต่ยิ่งขยับหนี เขาก็ยิ่งเบียดกระแซะเนื้อแนบเนื้อ กระทั่งตัวเธอที่นอนตะแคงอยู่ชิดขอบเตียงกำลังจะร่วงหล่น มือหนาจึงกระชากตัวเธอกลับมานอนหงาย ใช้ร่างกายหนั่นแน่นทาบทับอยู่บนตัวเธอ ลัลล์นลินรีบยกมือปิดหน้าทันที กลัวเหลือเกินว่าเขาจะเห็นน้ำตาที่น่าอายของเธอเข้า แต่เจษณะยังคงไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขาพยายามดึงมือเธอออก ลัลล์นลินขืนตัวเอาไว้พร้อมกับตะโกน “อย่า!” เสียงห้ามปรามของเธอไม่ได้ทำให้เขาหยุดการกระทำ ยิ่งเพิ่มความสงสัยใคร่รู้แก่เจษณะมากขึ้น เขาอยากรู้ว่าที่เธอปิดหน้าไม่ยอมสบตากัน เพราะเกลียดเขาหรืออยากจะต่อต้านเขากันแน่ ในดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวดที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจ ก่อนจะกลายเป็นความพลุ่งพล่านที่ระงับไม่อยู่ ทำให้เขาออกแรงง้างมือลัลล์นลิน แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย... วันนี้เธอดื้อรั้นและพยศมากกว่าทุกวัน เขาต้องใช้ทักษะและพลังกายที่มีมากกว่าจัดการปราบพยศหญิงสาว พอสามารถดึงสองมือเล็กๆ แยกออกจากกันได้ เขาก็รวบพวกมันตรึงเอาไว้เหนือศรีษะของลัลล์นลิน พร้อมกับเค้นเสียงสั่ง “มองหน้าฉัน!” เขาก้มมองหญิงสาวแล้วก็ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ “เธอ...” เจษณะถึงกับอึ้ง เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกว่าทำอะไรไม่ถูก ได้แต่จ้องมองลัลล์นลินที่เม้มปากแน่น แล้วเบือนหน้าหนีเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขายังเห็นคราบน้ำตาและขนตาที่เปียกชื้นบนใบหน้างดงามเย็นชาได้อย่างเด่นชัด ใจเขาปวดแปลบ แต่ก็แอบดีใจด้วยเหมือนกัน... “เธอร้องไห้...” เขาเอ่ยพึมพำ “มันไม่เกี่ยวกับคุณ” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง แม้ลัลล์นลินจะไม่ยอมรับว่าเธอร้องไห้เพราะเขา แต่เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเขา น้ำตาของเธอบ่งบอกว่าเธอยังมีความรู้สึกให้เขา ในส่วนลึกของใจเธอยังคงมีเขาซุกซ่อนอยู่ในนั้น ไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่นึกกลัว เจษณะอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา ความหดหู่หม่นหมองหายวับ ปรากฏรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้าคมเข้ม เขาประทับริมฝีปากเอิบอิ่มเต็มตื้นดูดดื่ม จูบอย่างหวานซึ้งตรึงใจ หลังจากนั้นก็เงยหน้ามองเธอยิ้มๆ แล้วก็ก้มลงไปจูบเธอใหม่ บดเคล้าคลอเคลียอย่างวาบหวามอ่อนไหว อ่อนหวานจนน้ำแข็งในใจเธอแทบละลาย เขาจูบเธออย่างเร่าร้อนลึกซึ้งสลับกับจุ๊บเบาๆ ไปตามริมฝีปาก ทุกครั้งที่เขาจูบก็ยิ้มให้เธอ ยิ้มจนตาหยี มีความดีใจฉายชัดอยู่บนใบหน้า ลัลล์นลินมองเขาแล้วตกอยู่ในภวังค์ เขาเป็นอะไร? ดีใจอะไร? พวกเธอทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมจึงมาลงเอยด้วยการนอนกอดกันจูบกันอยู่บนเตียง ราวกับคู่รักที่รักกันหวานชื่นได้ล่ะ... เธอยื่นมือดันหน้าอกเขา มองเขาอย่างระแวง ก่อนจะเอ่ย “รู้ตัวไหมว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ ถ้ารังเกียจฉันก็อย่ามายุ่งกับฉัน อย่ามาอยู่ใกล้ อย่ามาแตะต้องตัวฉัน...” อย่ามาให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับฉันอีก! “ฉันรู้” ปากเขาพร่ำจูบ จมูกซุกไซ้สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนอ่อนๆ สลับกับจูบหนักๆ เลื่อนไปตามลำคอ ดูดงับขบเม้มไปเรื่อยด้วยความมัวเมาลุ่มหลง “ถ้ารู้ คุณก็ควรเคารพตัวเองให้มากกว่านี้ อย่ามายุ่งกับคนที่คุณพูดว่าเกลียดเลย” เจษณะชะงัก ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันมากห่างเพียงไม่กี่คืบ ทำให้เธอเห็นความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเขา แทบไม่น่าเชื่อ... ดูเหมือนเขากำลังเจ็บปวดเสียใจ! เป็นไปได้อย่างไร? เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายที่หยิ่งยโสและเย็นชาเข้ากระดูกอย่างเจษณะ เขากำลังเจ็บปวดเพราะคำพูดของเธอย่างนั้นหรือ? ไม่! ไม่! ไม่! เธอคงตาฝาด คิดมาก หรือหลอนไปเองมากกว่า... คนอย่างเขาเนี่ยนะจะรู้สึกผิดกับเธอ เสียใจเพราะเธอ ถ้าบอกว่าโลกจะถล่มฟ้าจะทลายตรงหน้า เธอยังเชื่อเสียมากกว่า อย่าลืมสิ! ผู้ร้ายที่ผลักเธอให้ยืนชิดขอบเหวก็คือเขา… คนที่ทำให้เธอเจ็บปวดก็คือเขา… คนที่ทอดทิ้งเธอแล้วโผไปหาผู้หญิงคนอื่นก็คือเขา… ชีวิตเธอต้องพังทลาย หัวใจแตกสลายก็เพราะเขา... เธอต่างหากที่ควรเสียใจ ไม่ใช่เจษณะ! “ฉันขอเตือนคุณด้วยความหวังดี คุณกำลังนอนเตียงเดียวกับฆาตกรที่ทำร้ายแฟนของคุณให้พิการอยู่นะคะ” ลัลล์นลินจงใจพูดเน้นย้ำ ไหนๆ เธอก็ดูไร้ค่าและต่ำต้อย เป็นแค่นังมารร้ายในสายตาเขาอยู่แล้ว จะดูถูกตัวเองให้จมดินอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร บางที... เขาอาจจะคิดได้แล้วยิ่งขยะแขยงเธอ แล้วก็ปล่อยเธอไป “ฉันไม่ถือ” เขาพูดหน้าตาเฉย “เกมนี้มีแค่ฉันคนเดียวที่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ต่อให้เธอจะพยายามเหยียบย่ำตัวเองหรือยั่วยุฉัน เธอก็ไม่มีวันสมหวังหรอก ฉันบอกแล้วว่าเราเป็นคู่หมั้นกัน เราจะเลิกกันก็ต่อเมื่อฉันตาย” เขายืนยันคำพูดด้วยการกดจูบที่หน้าผากของเธอหนักๆ เหมือนจะให้ประทับฝังลึกลงไปถึงก้นบึ้งหัวใจเธอ จารึกไว้ไม่ให้เธอลืมเลือน รวมถึงยอมแพ้เรื่องที่เธอกำลังคิด เพราะมันไม่มีประโยชน์ อย่างไรเขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยเธอไป เธอหนีไปไม่ได้! ไปจากเขาก็ไม่ได้! ลัลล์นลินหน้าซีดขาวราวกับเลือดในกายหลั่งไหลออกมาจนหมดตัว หัวใจกระตุกวูบปวดร้าวอย่างช่วยไม่ได้ เธออยากกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนให้สมกับความเจ็บปวดที่ได้รับ “นอน” เขาพ่นออกมาเพียงคำเดียวสั้นๆ ห้วนๆ เธออยากจะต่อต้าน แต่กลับไร้สิ้นเรี่ยวแรง ได้แต่นอนตัวแข็งอยู่ในอ้อมแขนของเขา มือเล็กๆ ทั้งสองข้างกำหมัดแน่น ทำได้แค่กัดฟันแล้วซุกหน้าปกปิดความเจ็บปวดในใจ “ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้คุณ” ลัลล์นลินเค้นเสียงพูดแผ่วหวิว แต่กลับกระแทกใจคนฟังเข้าจังๆ เจษณะกอดเธอแน่นแฟ้น เกยคางบนศีรษะเธอ ถ่ายทอดไออุ่นให้แก่กัน ทว่าหัวใจเขากลับหนาวสั่น ได้ยินเสียงตัวเองคร่ำครวญอยู่ในใจว่า ฉันไม่ได้ต้องการเอาชนะคะคานเธอเลยสักนิด เธอเป็นผู้หญิงที่ฉันรักเพียงคนเดียวตลอดนับสิบปี ฉันแค่ต้องการหัวใจของเธอคืน ต้องการให้เธอกลับมารักฉันเหมือนเดิม รักฉันอีกสักครั้งได้ไหม...หลิน? ชายหนุ่มปิดเปลือกตาพร้อมกับหัวใจที่หนักอึ้ง เพราะคำถามนี้มีไว้แค่พูดอยู่ในใจ ไม่มีวันเอ่ยออกไปให้เธอได้ยินเป็นอันขาด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD