ไม่ใช่แค่เธอที่มองเขาอย่างตกใจ คู่หมั้นของเขาเองก็ตะลึงงัน เขาควงแขนเนตรกมลอยู่แท้ๆ แต่กลับพูดจาไม่เห็นแก่หน้าของหล่อนเลย
เขาทำแบบนี้ทำไม?
เขามีคนรักของเขา เธอก็กำลังเริ่มต้นกับผู้ชายคนใหม่ พวกเขาควรจะจบกันด้วยดี ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก ต่างคนควรมองไปข้างหน้ามากกว่าจมอยู่กับอดีต
แล้วเขายังจะมาหาเรื่องเธออีกทำไม?
ขวัญรักไม่เข้าใจไอศูรย์เลยจริงๆ ดูเหมือนตอนนี้นิสัยของเขาจะแปลกไป ถ้าเป็นเมื่อสี่ปีก่อน อย่าว่าแต่จะพูดกันเลย แม้แต่หางตาเขาก็ยังไม่เหลือบแลเธอ เขามองเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านเท่านั้น ไม่เคยมีความรักใคร่ไยดีเธอสักนิด ตอนนี้ผีบ้าตนไหนเกิดเข้าสิงถึงได้กัดเธอไม่ยอมปล่อย
ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมองเธอเป็นตาเดียว หญิงสาวรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจ แต่เธอยังคงสุขุมไม่เผยอารมณ์ออกมา กล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติว่า
“ฉันมากับเพื่อน คงไม่สะดวก”
แม้เธอจะไม่ได้ขยายความว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างกายมีความสำคัญมากแค่ไหน แต่สายตาที่มองพุฒาอย่างมีความหมายก็น่าจะเพียงพอให้ไอศูรย์เข้าใจและเลิกตอแยเธอเสียที
“อีกอย่าง... คุณไอศูรย์เคยได้ยินไหมคะว่า สามีภรรยาที่หย่ากันแล้วก็เหมือนกับคนแปลกหน้า ยิ่งตอนนี้คุณมีคู่หมั้นมาด้วย ยิ่งไม่เหมาะที่ฉันจะทักทายทำตัวสนิทสนมกับคุณ”
ฉะนั้น... ขอให้เธอกับเขาต่างคนต่างอยู่เป็นดีที่สุด
สายตาคมกริบของไอศูรย์เพิ่งจะสังเกตเห็นการมีตัวตนของผู้ชายที่นั่งตรงข้ามขวัญรัก ทีแรกเขามัวแต่ตกตะลึงที่เห็นเธอจนไม่สนใจสิ่งใด สายตาเขาถูกตรึงด้วยรอยยิ้มของเธอ เป็นยิ้มที่น่าคิดถึงแบบเดียวกับตอนที่ขวัญรักมองโทรศัพท์มือถือ
หรือว่าผู้ชายที่เธอติดต่อด้วยมาตลอดก็คือ... พุฒา!
เขาจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง เพ่งพิศตั้งแต่หัวจดเท้า จำได้ว่าคือคนที่ไปร่วมงานหมั้นของเขา เห็นนิพนธ์แนะนำว่าเป็นเพื่อนเก่าที่ย้ายไปอยู่อเมริกา
มิน่า... ตอนนั้นไอ้หมอนี่ถึงได้พูดกับเขาอย่างมั่นอกมั่นใจนักว่าจะต้องได้เจอกันอีก
เป็นแค่ชู้ แต่คิดจะข่มสามีตัวจริงอย่างเขารึไง?
เขาแสยะยิ้ม ในเมื่อขวัญรักแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่อยากข้องแวะกับเขานัก แล้วเขาจะยอมให้เธอสมใจได้อย่างไรล่ะ...
ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ตัวข้างๆ ให้เนตรกมลนั่ง ส่วนตัวเขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับขวัญรัก มองเธออย่างมีเลศนัย ขณะยกมือเรียกบริกรมาสั่งอาหารที่เนตรกมลชอบ จากนั้นก็เอ่ยปากบอกกับคู่หมั้นสาวว่า
“เนตรครับ คุณยังจำคุณพุฒาที่มางานหมั้นของเราวันก่อนได้ไหม คุณอานิพนธ์บอกว่าเขาเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียนกับพวกเรา ถ้าผมจะขอถือโอกาสนี้เลี้ยงข้าวต้อนรับคุณสักมื้อคงไม่ว่าใช่ไหมครับ แทนคำขอบคุณที่คุณช่วยดูแลภรรยาเก่าของผม”
เขาหันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายแบบตรงๆ มองเหยียดราวกับไม่เห็นอยู่ในสายตา พุฒาประสานสายตาไม่ยอมหลบ บนใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มสุขุม
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมต้องขอบคุณคุณไอศูรย์ด้วยซ้ำที่ทำให้ผมได้มีโอกาสใกล้ชิดกับขวัญ”
“นั่นแน่... พูดแบบนี้แปลว่าคุณพุฒากำลังจีบขวัญรึเปล่าคะ” เนตรกมลถามด้วยความตื่นเต้น
“ครับ”
พุฒาตอบรับสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นมั่นใจ เหมือนไม่เห็นหัวสามีเก่าอย่างเขา ทำเอาไอศูรย์กำหมัดแน่น ฮึ่มๆ อยากจะสาวหมัดหนักๆ ใส่อีกฝ่ายให้ล้มลงไปกองไม่เป็นท่า ปากบางเฉียบยังคงทำหน้าที่เชือดเฉือนอย่างดีเยี่ยม
“ไม่คิดว่าคุณพุฒาจะใจกว้างแบบนี้ ไม่ถือเรื่องที่ขวัญรักเคยแต่งงานกับผมมาก่อน”
ลำพังถ้าไอศูรย์อยากจะดูถูกหรือฉีกหน้าเธอ ขวัญรักคงไม่สนใจ เลือกที่จะปล่อยวางมากกว่าที่จะให้ค่าคำพูดร้ายกาจของเขา แต่ฟังที่เขาพูดก็รู้ว่าจงใจเหยียดหยามพุฒา เธอไม่ยอมเตรียมจะอ้าปากโต้แย้ง แต่ถูกพุฒากุมมือเอาไว้ก่อน เขาหันมายิ้มเหมือนจะบอกเธอว่า
เขาจะเป็นคนจัดการเอง