ลำพังถ้าไอศูรย์อยากจะดูถูกหรือฉีกหน้าเธอ ขวัญรักคงไม่สนใจ เลือกที่จะปล่อยวางมากกว่าที่จะให้ค่าคำพูดร้ายกาจของเขา แต่ฟังทเขาพูดก็รู้ว่าจงใจเหยียดหยามพุฒา เธอไม่ยอมเตรียมจะอ้าปากโต้แย้ง แต่ถูกพุฒากุมมือเอาไว้ก่อน เขาหันมายิ้มเหมือนจะบอกเธอว่า
เขาจะเป็นคนจัดการเอง
“ผมไม่เคยเอาเรื่องหยุมหยิมแบบนี้มาตัดสินหรอกครับ ผู้หญิงดีๆ แบบขวัญ มีแต่ผู้ชายอยากจะแต่งงานกับเธอทั้งนั้น ผมเองก็กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รับโอกาสนั้น”
คำพูดสวยหรู แต่อีกนัยหนึ่งก็คือการยั่วยุเขาว่า เพราะเขาไม่มีตา ถึงได้ปล่อยให้เธอหลุดมือไป!
ไอศูรย์หรี่ตามองพุฒาที่มองเขาอย่างท้าทาย แล้วหลุบตามองต่ำลงไปยังสองมือที่กุมกันแนบแน่น ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนเกิดเป็นประกายวาววับผ่านดวงตา ครอบงำจิตใจและทั่วทุกอณูบนร่างกาย ไฟที่ลุกโชนในดวงตาแทบจะตัดมือพุฒาให้ขาดเป็นสองท่อน มันจะรู้เสียบ้างว่า...
ขวัญรักเป็นผู้หญิงของเขา!
ต่อให้เขาจะเลิกกับเธอไปแล้ว แต่พุฒาหรือผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องขวัญรัก เขาไม่อนุญาต เธอเป็นของเขาได้แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น
มิหนำซ้ำเขากับเธอก็ยังไม่ได้...
เขายิ่งไม่มีวันยอมเด็ดขาด!
“คุณพุฒานี่เป็นผู้ชายที่ดีจริงๆ เลยนะครับ แต่ผมขอแนะนำว่าก่อนที่คุณจะตกลงปลงใจกับใคร ควรจะเช็คให้ดีก่อนว่าแอบซุกผู้ชายอีกคนไว้รึเปล่า”
เขาหันมาสบตากับขวัญรักอย่างลุ่มลึกแฝงความใน ทำให้เธองุนงงและสงสัย ไอศูรย์พูดอะไรแปลกๆ เหมือนเธอกับเขายังมีความสัมพันธ์กันอยู่ ทั้งที่ในความเป็นจริงเธอกับเขาหย่ากันนานนมแล้ว เขาก็เพิ่งจะหมั้นและกำลังจะแต่งงานกับเนตรกมลในอีกไม่ช้า
“ถ้าคุณไอศูรย์เป็นห่วงกลัวว่าฉันจะหลอกพุฒละก็ คุณน่าจะรู้ดีกว่าใครนะคะว่าฉันเป็นโสด มีสิทธิ์ที่จะรักหรือคบกับใครก็ได้”
“อิศย์คงเป็นห่วงขวัญในฐานะเพื่อนน่ะ” เนตรกมลยิ้มบางๆ พยายามไกล่เกลี่ยบรรยากาศอึมครึม แล้วหาเรื่องชวนคุย “คุณพุฒอยู่อเมริกาไม่ใช่เหรอคะ แล้วมาเมืองไทยเพื่อท่องเที่ยวหรือมาเรื่องงานคะ”
“ผมกับขวัญมาเรื่องงานครับ”
“ขวัญทำงานอยู่กับคุณ?” เนตรกมลทำหน้าแปลกใจมาก อ้ำอึ้งถาม “งั้นก็แปลว่าพวกคุณสองคนอยู่ด้วยกันที่อเมริกาเหรอคะ”
ขวัญรักถอนใจ รู้สึกว่าบางครั้งเนตรกมลก็ชอบพูดกำกวมให้คนฟังเข้าใจผิดได้ง่าย ทำงานด้วยกันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือ
“ฉันทำงานอยู่ที่บริษัทของพุฒ ส่วนที่พักก็เช่าอพาร์ทเมนต์ของเขาอยู่ ไม่ได้อยู่ด้วยกัน”
“ถ้าไม่ใช่ จะร้อนตัวทำไมล่ะ”
เธออุตส่าห์พูดแก้เสียใหม่ให้ถูกต้อง แต่ก็ยังไม่วายถูกคนหูหาเรื่องจับผิด แค่เขาพูดเพียงไม่กี่คำก็สาดโคลนทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงมากรัก ขณะเดียวกันยังช่วยปกป้องคนรักของเขา
เธอคิดอยู่ตลอดว่าการเผชิญหน้ากับไอศูรย์ เธอต้องตั้งสติและใจเย็นให้มากกว่าปกติ เพราะเขาจะสรรหาคำพูดมาโจมตีจุดตายของเธอเสมอ จากกันสี่ปีเธอคิดว่าจะทานทนไม่รู้สึกรู้สมอะไรกับเขาแล้วเสียอีก เธอน่าจะชินชาแล้วสิ
แต่ทำไม... ทำไมถึงยังเจ็บปวดมากอยู่ดี?
ขวัญรักฝืนยิ้ม แม้จะมีคลื่นมรสุมลูกใหญ่ถาโถมหัวใจให้เจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือกำแน่นรู้สึกได้ถึงความชื้นของเหงื่อ เธอถามตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทำไมจะต้องมานั่งทนให้พวกเขาดูถูกทำร้ายใจกันไม่เลิกราแบบนี้ด้วย
“ไม่เป็นไรนะ มีผมอยู่ทั้งคน”
เธอมองพุฒาที่กุมมือเธอแน่นกว่าเดิม รอยยิ้มของเขาอบอุ่นช่วยปลอบโยนจิตใจเหมือนรอยยิ้มของเทวดา เขาเอ่ยอย่างนุ่มนวลโดยที่สายตายังคงไม่ละไปจากเธอ
“ผมเป็นลูกผู้ชายมากพอ และผมชอบให้เกียรติคนที่ผมรัก”
สีหน้าของไอศูรย์ยิ่งดูเย็นชา บึ้งตึงจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ในดวงตาของเขาไม่ได้ซาบซึ้งกับความรักหวานชื่นจนเลี่ยนตรงหน้า แต่หูของเขาแปลความหมายที่พุฒาพูดได้ว่า...
เขาไม่ใช่ลูกผู้ชาย!
“ผมไม่เหมือนคุณพุฒาหรอครับ เกียรติของผมมีค่ามาก ผมจะให้กับคนที่คู่ควรและสำคัญเท่านั้น”
เขามองเธอแล้วยิ้มเยาะ ในปากเต็มไปด้วยคำพูดเหยียดหยาม แต่ครั้งนี้มันไม่มีผลทำให้ใจเธออ่อนไหวอีกแล้ว เธอประสานสายตากับเขาไม่ยอมหลบ แล้วผุดรอยยิ้มแบบเดียวกัน รู้สึกว่าการพูดคุยกับผู้ชายคนนี้เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี
ในเมื่อเขาอยากจะบ้า ก็ปล่อยให้บ้าไปคนเดียวเถอะ!