บทที่ 10 ความสามารถในการยั่วผู้ชายไม่ลดลงเลย 3

919 คำ
“ผมไม่เหมือนคุณพุฒาหรอครับ เกียรติของผมมีค่ามาก ผมจะให้กับคนที่คู่ควรและสำคัญเท่านั้น” เขามองเธอแล้วยิ้มเยาะ ในปากเต็มไปด้วยคำพูดเหยียดหยาม แต่ครั้งนี้มันไม่มีผลทำให้ใจเธออ่อนไหวอีกแล้ว เธอประสานสายตากับเขาไม่ยอมหลบ แล้วผุดรอยยิ้มแบบเดียวกัน รู้สึกว่าการพูดคุยกับผู้ชายคนนี้เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ในเมื่อเขาอยากจะบ้า ก็ปล่อยให้บ้าไปคนเดียวเถอะ! ขวัญรักคิดถึงเป้าหมายที่เธอกับพุฒามาเมืองไทยในครั้งนี้ ยังมีงานและโครงการที่สำคัญรออยู่ คงไม่ดีถ้าต้องมาเสียเวลาเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่สำคัญไอศูรย์เป็นยักษ์ใหญ่ในแวดวงนี้ มีทั้งอำนาจ ความแข็งแกร่งและเผด็จการ เธอไม่ควรหาเรื่องให้เขาขุ่นใจจนกลายเป็นอุปสรรคที่ยุ่งยาก ถึงแม้พุฒาเองมีอำนาจของตระกูลเบรย์เดนหนุนหลัง แต่ที่นี่เป็นถิ่นของไอศูรย์ พวกเธอจึงควรอยู่ห่างๆ จากเขาไว้จะเป็นการดีที่สุด เมื่อเห็นพุฒาคิดจะพูดอะไรอีก เธอจึงบีบมือเขาไว้เป็นเชิงห้าม รู้ดีว่าเขาต้องการปกป้องเธอให้ถึงที่สุด แต่เธอเองก็รู้จักไอศูรย์ดีเช่นกันว่าไม่มีวันยอมลดราวาศอกเด็ดขาด หญิงสาวละความสนใจจากไอศูรย์ไปยังอาหารที่ทยอยเสิร์ฟเต็มโต๊ะ หน้าตาแต่ละจานชวนให้น้ำลายสอ แต่เธอกลับไม่รู้รสเลยสักคำ ทำแค่กลืนลงคอไปให้จบๆ เท่านั้น อาหารมื้อนี้จบลงด้วยชัยชนะเล็กๆ ของไอศูรย์ เขาควรดีใจ แต่กลับยิ่งหัวเสียหนักกว่าเดิม คนที่อยากให้แคร์กลับไม่สนใจเขาเลยสักนิด ทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าจะพูดหรือทำสิ่งใดก็ไม่สะเทือนไปถึงใจของเธอ มีแค่เขาที่เป็นเดือดเป็นร้อนไม่ต่างจากคนบ้าอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อดินเนอร์จบลง ขวัญรักก็จูงมือผู้ชายคนอื่นลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตาเขา ทำราวกับรังเกียจที่จะใช้อากาศหายใจร่วมกับเขา หัวใจของไอศูรย์ก็ดำดิ่งเหมือนถูกผลักให้ตกเหลวลึกสุดหยั่งอีกครั้ง... เธอรู้ว่าตัวเองเสียมารยาทมากที่ลุกพรวดพราดออกมาแบบนั้น แต่เธอไม่ต้องการอยู่ตรงนั้นแม้แต่วินาทีเดียว เธออยากอยู่ให้ห่างจากพวกเขา ยิ่งไกลเท่าไรก็ยิ่งดี... ไม่ใช่เพราะต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับพุฒา ซึ่งมีตัวเองเป็นสาเหตุเท่านั้น แต่ขวัญรักค้นพบว่าสี่ปีที่คิดว่าไม่เป็นไร ไอศูรย์ได้ตายไปจากใจเธอนานแล้ว แท้ที่จริงเป็นเพราะเธอไม่ได้เผชิญหน้ากับเขาและเนตรกมลต่างหาก ความเจ็บปวดจึงลดทอนลงไปบ้าง แต่พอกลับมาเจอกันอีกครั้ง เห็นพวกเขารักกันหวานชื่น ภาพความทรงจำเก่าๆ ก็ทิ่มแทงใจเธอให้เจ็บปวดขึ้นมาอีก เกราะความเข้มแข็งของเธอค่อยๆ ทลายลงอย่างรวดเร็ว และก่อนที่มันจะประจานตัวเองออกมาให้พวกเขาหัวเราะสมเพช เธอจึงต้องรีบหนีออกมาเหมือนคนขี้ขลาดแบบนี้ไงละ เธอรู้ทั้งรู้ เข้าใจดีทุกอย่าง ในความสัมพันธ์ไม่มีใครถูกหรือผิด มีแค่รักหรือไม่รัก และเธอก็โชคร้ายที่ไอศูรย์ไม่รักเธอ แต่ถึงจะรู้... ก็ใช่ว่าทุกคนจะทำใจได้ เธอเองก็เช่นกัน บางที... หากเธอไม่ได้รักเขาอย่างลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ ไม่เคยผ่านเรื่องราวความรักความทุกข์หรือจดจำอดีตฝังใจมากมายเหลือเกิน เธอคงจะลืมเขาได้ง่ายกว่านี้ หญิงสาวก้มหน้าเดินจ้ำเอาไม่สนใจใคร กระทั่งมือเธอถูกดึงกระตุกให้หยุดเดิน จึงเงยหน้ามองด้วยความสงสัย แล้วก็พลันนึกขึ้นได้ เธอเกือบลืมพุฒาไปเสียสนิท “ขอโทษนะคะพุฒ ฉัน...” “ไม่ต้องพูดหรอกครับ ผมเข้าใจ” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน กุมมือเธอไว้ราวจะปลอบขวัญให้กำลังใจ ไม่มีการบังคับคาดคั้นเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้ขวัญรักคลายใจขึ้นมาก “ฉันแค่เป็นห่วง กลัวตัวเองจะสร้างปัญหาให้คุณทีหลัง ถ้าทำได้ก็อยากจะหลีกเลี่ยง” เธอบอกเหตุผลที่ฟังดูเข้าท่า ดีกว่าบอกว่าเธอยังคงเจ็บเพราะไอศูรย์ แบบนั้นจะทำให้พุฒาเจ็บปวดมากกว่าเดิม “อย่าโทษตัวเองครับขวัญ ของแบบนี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมพร้อมเผชิญหน้าไปกับคุณ” “ฉันรู้ค่ะ เพราะรู้ถึงไม่อยากให้เขามาหาเรื่องคุณ ไอศูรย์ไม่ใช่คนที่เราจะรับมือได้ง่ายๆ” “ผมไม่กลัว” “ฉันก็ไม่ได้กลัวค่ะ แต่ถ้าเลือกตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ปัญหาก็จะไม่เกิด มันน่าจะเป็นผลดีกับพวกเรามากกว่านะคะ” “แต่ถ้าเขาไม่ยอมหยุดแค่นี้ล่ะ” “ไม่หรอกค่ะ เขารักคู่หมั้นของเขามาก คงไม่มายุ่งวุ่นวายอะไรกับฉันแล้วละ เรื่องวันนี้ก็แค่เหตุบังเอิญเท่านั้น ถ้าเราไม่ต้องเจอเขาอีก ก็คงไม่มีเรื่อง” พุฒาถอนหายใจเบาๆ จากเหตุการณ์เมื่อครู่เขาไม่คิดว่าไอศูรย์จะยอมรามือง่ายๆ เหมือนที่ขวัญรักพูด
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม