“แต่ถ้าเขาไม่ยอมหยุดแค่นี้ล่ะ”
“ไม่หรอกค่ะ เขารักคู่หมั้นของเขามาก คงไม่มายุ่งวุ่นวายอะไรกับฉันแล้วละ เรื่องวันนี้ก็แค่เหตุบังเอิญเท่านั้น ถ้าเราไม่ต้องเจอเขาอีก ก็คงไม่มีเรื่อง”
พุฒาถอนหายใจเบาๆ จากเหตุการณ์เมื่อครู่เขาไม่คิดว่าไอศูรย์จะยอมรามือง่ายๆ เหมือนที่ขวัญรักพูด แต่เขาไม่อยากทำให้เธออึดอัดใจ เลยต้องรับปาก
“ก็ได้ครับ ผมเชื่อคุณ จะพยายามอยู่ให้ห่างๆ พวกเขาเอาไว้”
ขวัญรักยิ้มอย่างโล่งอก
“งั้นเรากลับกันเลยดีไหมคะ”
“ได้ครับ คุณรอผมอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมไปเอารถมารับ”
เธอพยักหน้าแล้วเดินรออยู่แถวๆ บริเวณโซนที่มีการจัดโชว์ไวน์ราคาแพงหายากเรียงตามปีต่างๆ เธอมองอย่างทึ่งๆ กำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก แขนเรียวก็ถูกใครบางคนฉุดกระชากไปตรงทางเดินหนีไฟที่อยู่ใกล้ๆ
ในความมึนงงขวัญรักไม่มีโอกาสได้ตั้งตัวก็ถูกตรึงข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ กายแกร่งตรงเข้าทาบทับกดตัวเธอไว้แนบแน่นจนขยับไม่ได้ เธอเงยหน้ามองคนไร้มารยาทอย่างไม่พอใจมาก แต่พอเห็นหน้าเขาชัดๆ ดวงตาคมสวยก็เบิกโต ลมหายใจสะดุดห้วงทันที
“ไอศูรย์..” เธอครางเสียงแผ่วหวิว พอตั้งสติได้ก็ดิ้นขัดขืน “ปล่อยฉัน!”
แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งบีบข้อมือเธอแน่นขึ้น ซ้ำกดน้ำหนักทับลงมาที่ตัวเธออีก รู้สึกเหมือนถูกรถสิบล้อบดขยี้ยังไงยังงั้น มือหนาอีกข้างคว้าหมับเข้าที่ปลายคางบังคับให้เงยหน้ามองเขา ข้างหูได้ยินเสียงกระซิบคำรามดังขึ้นว่า
“ขวัญรัก... คุณนี่กล้ามากนะ กล้าหนีผมไปโดยไม่บอกกล่าว แถมยังควงผู้ชายคนอื่นกลับมาอีก”
ขวัญรักขมวดคิ้ว เขาพูดบ้าอะไร?
หนี... ที่เธอต้องทำแบบนั้น ไม่ใช่เพราะถูกเขาบีบคั้นให้ยอมหย่าหรือ เธออุตส่าห์หลบไปเลียแผลใจไกลถึงที่อเมริกาแล้ว เขาจะตามราวีกันไม่เลิกอีกทำไม
“ปล่อย!” ขวัญรักเอ่ยเสียงกร้าว ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเขา
“ฮึ! ห่างกันแค่ไม่กี่ปี แต่ความสามารถในการยั่วผู้ชายของคุณไม่ลดลงเลยนะ บอกมาว่าคุณกับมันเป็นอะไรกัน”
“เรื่องของฉัน คุณไม่เกี่ยว”
“ไม่เกี่ยว?” มุมปากไอศูรย์ยกยิ้มอย่างเยือกเย็น ใบหน้าหล่อเหลาช่างดูเย็นชาและโหดร้าย “ไปเลิกกับมันซะ!”
เธอมองหน้าเขาด้วยความโมโห
“คุณไอศูรย์... คุณอาจจะกำลังสำคัญตัวผิดอยู่นะคะ ฉันขอเตือนความจำให้คุณรู้ว่าเราหย่ากันแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน”
“หย่า?”
คนฟังไม่สะทกสะท้าน ค่อยๆ ไล้ปลายนิ้วเล่นขอบระบายเล็กๆ บนคอเสื้อ อ้อยอิ่งลูบเลยขึ้นไปบนกระดูกไหปลาร้าเรียวบางอย่างยั่วเย้า นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมบนหน้าผากที่ปรกลงมาของเธอเบาๆ นำไปทัดหู สายตาคมลุ่มลึกมองเธอแน่นิ่ง แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ กระซิบเสียงนุ่มว่า
“ใครบอกว่าคุณกับผมหย่ากันแล้ว”
ขวัญรักอ้าปากค้าง ช็อกจนแทบตาตั้ง
จะเป็นได้ยังไง?
เธอไม่ได้เจ็บปวดจนสติเลอะเลือน เธอเซ็นใบหย่าให้เขาและไหว้หวานเพื่อนให้ส่งเอกสารพร้อมแหวนแต่งงาน รวมถึงสร้อยเพชรคืนให้เขาแล้ว ซ้ำนุชจรินทร์ยังโทร. มาบอกเธอเองกับหู ส่วนสมบัติที่คุณย่าจิตรายกให้ เธอก็สั่งให้ทนายประจำตระกูลเขาเป็นคนจัดการโอนคืนกลับไปหมด ไม่เหลือเก็บไว้ที่ตัวเองเลยสักชิ้น
“คะ...คุณพูดบ้าอะไร?”
เขายักไหล่ “ก็ตามที่พูดนั่นแหละ”
เธอมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ ในสมองมีแต่ความสับสนวุ่นวาย ไม่อาจสงบสติหรือระงับอารมณ์ได้เลย คำพูดของเขามีผลกระทบกับเธออย่างรุนแรง ความรู้สึกของเธอกำลังปั่นป่วนไปหมด
มันคืออะไร... ที่บอกว่ายังไม่ได้หย่ากัน?
“คุณอย่ามาพูดมั่วๆ คุณเป็นคนขอหย่าเอง ฉันก็เซ็นหย่าให้ตามที่คุณต้องการแล้ว ทั้งแหวนและสร้อยก็คืนไปหมด จู่ๆ คุณจะมาบอกว่าเราไม่ได้หย่ากัน คิดว่าฉันจะเชื่อรึไง”
“ใช่... คุณเซ็น แต่ทำไมผมต้องเซ็นด้วยล่ะ”