นีราลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปหาเจ้าของห้องทำงาน เธออิงสะโพกกับพนักวางแขนเก้าอี้ที่อคิณนั่งอยู่
“ทำไมเธอไม่เอาแฟ้มไปให้คุณพรชัย แล้วให้เขาเป็นคนเอาแฟ้มเข้ามาให้คุณคิณ เสนอหน้าเข้ามาทำไมไม่ทราบ”
เรนนี่ร้องโอ้โห ! อยู่ในใจ ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากเขา เธอจะเสนอหน้าเข้ามาไหมเล่า
“พอดีคุณศรีแจ้งว่า ท่านรองให้เรนนี่เป็นคนเอาแฟ้มนี้เข้ามาให้ถึงในห้องเองค่ะ”
“พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่า ให้เรียกว่า พี่คิณ”
“คิณคะ ! คิณไม่ควรให้พนักงานชั้นต่ำเรียกคิณแบบนั้นนะคะ มันเป็นการตีตนเสมอเจ้านาย ดูไม่ดีค่ะ”
คนถูกว่าเป็นพนักงานชั้นต่ำสูดลมหายใจลึก เพื่อสะกดอารมณ์โกรธกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานแผนกไหนหรือตำแหน่งไหน ทุกคนล้วนเป็นฟันเฟืองที่ทำให้บริษัทนี้ขับเคลื่อนไปได้ ไม่ควรมีใครถูกด้อยค่าว่าเป็นพนักงานชั้นต่ำ
เรนนี่วางแฟ้มลงบนโต๊ะค่อนข้างแรง เธอจ้องหน้านีราอย่างไม่พอใจ ยอมรับว่าตอนนี้เธอควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ยากยิ่งนัก ผู้หญิงคนนนี้ทำให้เธอโมโห เธอพูดจาไม่น่าฟัง ดูถูกคนอื่น
“พี่คิณจะเอาอะไรเพิ่มไหมคะ”
ถามแล้วก็ยิ้มหวานหยดย้อย ตั้งใจยั่วโมโหคนที่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผู้ชาย
“ก็บอกว่าไม่ให้เรียกแบบนี้ ไม่ได้ยินหรือไง”
นีราขึงตาดุใส่ยัยพนักงานตัวเล็ก
“นีราครับ...ผมกับเรนนี่เรียกกันแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วครับ พอดี...”
ร่างสูงลุกขึ้นโดยไม่สนใจว่า คนที่เอาบั้นท้ายพิงพนักเท้าแขนเก้าอี้อยู่จะเสียหลัก เขาไม่หันไปมองคนที่เซนิด ๆ ด้วยซ้ำ
อคิณเดินไปโอบเอวบางของพนักงานธุรการที่เขาสั่งให้เข้ามาหา เขายิ้มบางและบอกกับแขกที่เขาไม่ค่อยอยากต้อนรับสักเท่าไรว่า
“...พอดีเรนนี่เป็นคู่หมั้นของผม เราสองคนจะแต่งงานกันในเร็ววันนี้ครับ”
“อะไรนะคะ !”
“เรนนี่เป็นคู่หมั้นผม และเราสองคนจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้ครับ” อคิณย้ำชัดถ้อยชัดคำ
“อย่าบอกนะคะว่า ที่เขาลือกันว่า คุณแม่หาเมียไว้ให้คิณแล้วเป็นเรื่องจริง”
“ครับ”
“แล้วคิณจะยอมให้คุณแม่คลุมถุงชนเหรอคะ”
“ผมรักและเคารพคุณแม่มากครับ ผมยินดีทำทุกอย่างตามที่คุณแม่ต้องการ”
นีราหอบหายใจแรง มองหน้าอคิณสลับกับคนที่ถูกเขาโอบกอดแนบชิด ก่อนจะสะบัดหน้าหนี ก้าวฉับ ๆ ไปหยิบเอากระเป๋าถือที่วางอยู่โซฟา แล้วออกจากห้องไป เมื่อประตูห้องปิดลง จึงเหลือเพียงความเงียบงันในห้องทำงานกว้าง
คนถูกกอดยืนตัวแข็งทื่อ กระทั่งวงแขนแกร่งคลายออก และความอบอุ่นจากร่างสูงผละห่าง
อคิณเดินกลับไปนั่งที่เดิม เขายิ้มเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองคนที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน
พอเห็นรอยยิ้มของคนที่สั่งให้เธอเอาแฟ้มมาให้ถึงในห้องทำงาน เรนนี่ก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงต้องเป็นเธอ
เขาใช้เธอเป็นไม้กันหมา
“กลับไปทำงานได้แล้ว”
เรนนี่ร้องโอ้โห ! ในใจอีกครั้ง
พอเสร็จงานกันหมา เขาก็ไล่เธอหน้าตาเฉย เธออยากจะต่อว่าเขานัก และเธอกำลังจะทำอย่างนั้นจริง ๆ แต่ปากจิ้มลิ้มก็บอกเผยอค้าง ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกไป เพราะเขาจ้องหน้าเธอ และถามเสียงราบเรียบว่า
“เรนนี่ โอเคไหม”
เขาถามพร้อมกับทำท่าโอเค และรอบวงที่ปลายนิ้วชี้แตะกับนิ้วหัวแม่มือของเขานั้น...วงกว้างมาก
“อะ...โอเคค่ะ ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
เรนนี่รีบพาตัวเองออกจากห้องของเขา ก่อนที่เขาจะจับได้ว่า เธอคิดอะไรอยู่ในใจ
พอเข้ามาอยู่ในลิฟต์ และนึกถึงวิธีการที่เพื่อนบอกให้สังเกต เพื่อจะได้รู้ขนาดของพี่คิณ เรนนี่ก็ทำหน้าเหยเก แล้วพึมพำเสียงสั่นหวาดผวา
“ฮือ...ใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ”
ตอนที่ 5
แต่งด่วน
พอกลับมาถึงแผนก เรนนี่ก็ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องของท่านรองประธาน เพราะมีงานมากมายให้เธอต้องทำ เรนนี่ไม่มีปัญหากับการทำงาน เพราะมันคือหน้าที่ที่เธอต้องทำ และเธอต้องการพิสูจน์ฝีมือให้คนอื่นเห็นว่า เธอไม่ใช่เด็กฝาก เธอมีฝีมือมากพอที่จะทำงานในตำแหน่งที่สูงกว่านี้ได้
กระทั่งใกล้ถึงเวลาเลิกงาน เรนนี่เคลียร์งานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ในขณะที่เรนนี่เตรียมตัวจะกลับบ้าน คุณแจ่มศรีก็เดินมาบอกเธอว่า ท่านรองประธานเรียกเธอไปพบ
เรนนี่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู อีกห้านาทีจะถึงเวลาเลิกงานแล้ว เขายังจะเรียกเธอขึ้นไปใช้งานอีกเหรอ แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ เขาเป็นท่านรองประธาน เขาอาจจะกำลังลองใจเธออยู่ก็ได้ว่า เธอจะทุ่มเทเพื่อบริษัทของเขาแค่ไหน
...เธอจะไม่ยอมตกด่านวัดใจนี้เป็นอันขาด
เรนนี่เก็บโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้ว เธอจึงถือกระเป๋าติดมือไปด้วย เพราะคิดว่าหลังจากที่คุยกับท่านรองจอมเรื่องมากเรียบร้อยแล้ว เธอจะได้ลงลิฟต์ไปชั้นล่าง แล้วกลับไปพักผ่อนที่คอนโดเสียที
ทว่าทุกอย่างที่เรนนี่คิดนั้นกลับผิดแผนไปหมด เพราะเมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องของท่านรอง เธอก็ต้องยืนนิ่งตะลึงตกใจอยู่ตรงประตูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยทักทายบุคคลที่เธอไม่คิดว่าจะอยู่ในห้องของท่านรอง
“คุณป้า หม่ามี้”