จันทร์สุดายิ่งไม่พอใจหนักเมื่อถูกตำหนิต่อหน้าลูกน้องของเขา ยิ่งเป็นอำนาจด้วยแล้ว คนที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับนางไม่ควรจะได้ดี อำนาจที่นั่งสนทนากับคนเป็นนายรีบขอตัว เพราะไม่อยากมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ของคนทั้งสอง
“ขอโทษค่ะคุณชยุต แต่สุร้อนใจนี่คะ”
เมื่ออยู่กันตามลำพังเธอจึงนั่งลงข้างสามี ออดอ้อนออเซาะหวังจะใช้ร่างกายที่ประกอบไปด้วยนมโต ๆ เบียดเสียดกับผิวกายของเขา เหมือนที่เคยใช้มาแล้วได้ผล
แต่ไม่ใช่วันนี้...
“คุณมีอะไร”
“ก็ลูกชายคุณ...” เหมือนจะคิดขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดจาไม่ดีถึงชลธรต่อหน้าชยุต
“คุณชลน่ะสิคะ มีคำสั่งให้เลขานั่นกลับมาทำงานอีก ทั้งที่สุอนุมัติไล่มันออกไปแล้ว ทำอย่างนี้ก็เท่ากับหักหน้าสุสิคะ”
“คุณสุ... คุณทำงานที่บริษัทของผมด้วยตำแหน่งอะไร”
“ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาค่ะ”
คนถามพยักหน้า จันทร์สุดาในวัยสี่สิบปียังคงสวยไม่สร่าง และยังคงมีลีลาเด็ดดวงเรียกความตื่นเต้นบนเตียงได้ทุกครั้งตามที่ต้องการ เขาติดใจ... ชยุตพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
วันที่จันทร์สุดาเข้ามาสมัครงาน เขาก็ต้องตาผู้หหญิงทันที และจากนั้นก็มอบทั้งตำแหน่ง บ้าน รถ และเงิน เพื่อเสนอ มีหรือที่คนมีความทะเยอทะยานจะไม่ตะครุบรับ หลายปีผ่านไปความไม่รู้จักพอในตัวเธอยังคงอยู่ และมีทีท่าจะเพิ่มมากขึ้น เขารู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าต้องการเป็นคุณผู้หญิงของวานิชกิตติกุลพร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ตำแหน่งนี้มันเป็นของผู้หญิงที่เขารักเพียงคนเดียว... คนที่ลาโลกใบนี้ไปก่อนแล้ว
“ยังดีที่คุณรู้หน้าที่ของตัวเอง แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรไปไล่พนักงานออก”
“ก็มันทำผิดนี่ มันทำร้ายคนของสุ สุก็ต้องสั่งสอนมัน ไม่ให้เป็นเยี่ยงย่าง คนอื่นจะไม่ได้ทำตาม” ชยุตส่ายหน้าไปมาอย่างเบื่อหน่าย เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ขี้หมูขี้หมาทั้งนั้น
“ถ้าคุณไล่คนของคุณออกด้วย พนักงานทุกคนจะไม่ว่าคุณลำเอียงเลยคุณสุ แต่คุณเอาคนของตาชลออก แล้วเก็บคนของคุณเอาไว้ คนเป็นหัวหน้าคนน่ะ ความยุติธรรมต้องมาก่อนรู้ไหม”
ชยุตจ้องหน้าผู้หญิงที่เขาหลงใหลมาตลอดสิบปี โดยยอมให้เธอจูงไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเอาใจและตัดความรำคาญ มันคงนานเกินไปจนทำให้เธอเกิดความเหลิง และหลงลืมไปว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาร้ายขึ้นมา ต่อให้แก้ผ้าอยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่ชายตาแล
“คุณได้ดูคลิปนี่หรือยัง”
เขาเลื่อนหน้าจอคอมพิวเตอร์มาทางเธอเพื่อจะได้ดูถนัด แล้วกดปุ่มเพลย์ จันทร์สุดาถึงกับตาลุก เมื่อเห็นว่าคนของนางเข้าใช้กำลังตบตีคนของชลธรก่อน
“เอ่อ...” เสียงตะกุกตะกักในลำคอ ทำให้ชยุตแสยะยิ้มอย่างสมเพช
“คุณชยุตได้คลิปนี้มาจากไหนคะ” คนถามหน้าเสียไม่น้อย
“บริษัทของเรามีกล้องวงจรปิดอยู่ทุกจุด ถ้าคุณจะใส่ใจสักนิดคุณคงมีสติกว่านี้ กลับไปทำงานของคุณได้แล้ว แล้วก็ผมขอเตือน... อย่าไปยุ่งกับข้าวของ งาน หรือแม้แต่คนของคุณชลอีก!”
“ค่ะ”
จันทร์สุดารับคำอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะฝืนฉีกยิ้มกว้าง พาตัวเองออกมาจากห้อง แล้วระเบิดกรีดเสียงภายในห้องของตัวเอง ทำเอาเด็กในปกครองถึงกับเข้าหน้าไม่ติด แม้แต่คนโปรดอย่างตีรณาก็ตาม
“คุณสุเป็นอะไรไป” ตีรณาเปรยกับเพื่อร่วมงานคนหนึ่ง ขณะออกมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน
“นี่อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้เรื่องที่คุณสุเป็นแบบนั้น” คนถูกถามส่ายหน้ารัวเร็ว
“มานี่” เพื่อนคนเดิมรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเปิดอีเมลให้อีกคนได้อ่านกับตาตัวเอง
“นางสาวปาลิน... ยังคงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ และมีผลทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” ตีรณาถึงกับหน้าเสีย เธอยังคงอ่านทวนประโยคสุดท้ายวนอีกสองสามรอบ
“เป็นไปไม่ได้!”
“แต่มันเป็นไปแล้ว ไม่เห็นอาการของคุณสุเหรอ งานนี้คุณชยุตก็ไม่ช่วยด้วยนะ นี่ที่สำคัญมีคนปล่อยข่าวว่ายายนั่นน่ะอาจจะเป็นเด็กของคุณชลก็ได้ ดูพวกเขาสนิทสนมกันพิลึก”
“ไม่มีทาง! ยัยนั่นไม่มีอะไรตรงสเปกคุณชลสักนิด” คนพูดประเมินจากคู่ควงทุกคนของเจ้านาย
“ใครจะไปรู้... บางทีเรื่องบนเตียงนางอาจจะลีลาเด็ดก็ได้” เสียงหัวเราะกันอย่างชอบใจทำเอาตีรณากัดฟันกรอดมองคนพูดสลับกันไปมาอย่างหัวเสียไม่น้อย
“ก็แค่เลขากับเจ้านาย คุณอำนาจก็ยังรับผิดชอบงานใหญ่ ๆ เหมือนเดิม”
เธอพยายามพูดให้คนอื่นเห็นด้วย เพราะถ้าเป็นไปอย่างที่เพื่อนในทีมพูดจริง ๆ เท่ากับเธอจะแพ้ปาลิน เธอจะแพ้คนที่ไม่มีอะไรดี เทียบกับเธอไม่ได้สักอย่างไม่ได้
“แต่คุณอำนาจเป็นผู้ชายนะ ไม่คิดบ้างเหรอว่ามันมาทำตำแหน่งนี้แค่บังหน้าเท่านั้น”
คำพูดของเพื่อน ๆ ทำให้ตีรณาออกอาการฮึดฮัดไม่พอใจ ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง เธอก็คอยเอาโทรศัพท์ของคนรักมาเช็ค แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการติดต่อ ไม่มีเยื่อใยใด ๆ ทั้งที่คบหากันมาตั้งหลายปี มันน่าแปลกใจอีกอย่างก็ที่ปาลินก็เงียบหายไป
“นั่นไง คนที่จะสามารถไขข้อข้องใจให้เราได้” เพื่อนอีกคนพยักเพยิดไปทางณิชชยาที่เดินเข้ามาในร้านกับกลุ่มเพื่อน
“เดี๋ยวฉันมา” ตีรณาลุกไปทันที