เมรีเป่าลมออกจากปากฟอดใหญ่ หายจากอาการเกร็งเมื่ออคิณกลับออกไปรอข้างนอก สายตาที่เขามองจ้องเธอเมื่อครู่ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าจะถูกคนตัวโตจับกินอีกสักรอบ แค่คิดก็หน้าแดงเนื้อตัวร้อนผ่าวไปหมด ถึงเธอจะเมา แต่ก็ใช่ว่าจะจำอะไรไม่ได้
“ไม่น่าปากเก่งหาเรื่องใส่ตัวเองเลยยัยรีเอ๊ย” เมรีถอนหายใจเฮือกใหญ่ สมน้ำหน้าตัวเองอีกที
“มานั่งตรงนี้สิ พี่สั่งอาหารไว้แล้ว เดี๋ยวคงมาส่ง” ร่างเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่โคร่งดูเข้าตาชวนให้อคิณอารมณ์ดีขึ้นกว่าเก่า ฝ่ามือใหญ่ตบเบาๆ ลงบนเตียงนอนเรียกให้เธอมานั่งข้างๆ เมรีทำท่าละล้าละลังบิดตัวอิดออดไปมา
“กลัวพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่เห็นเก่งเหมือนเมื่อคืน พี่ไม่ทำอะไรหรอกตอนนี้ เหนื่อยแล้ว” อคิณเค้นเสียงเหอะออกมาจากลำคอด้วยอารมณ์ขัน เมื่อการตั้งใจสั่งสอนเมรีเมื่อคืนสัมฤทธิ์ผล เมรีขยับเท้าเล็กๆ เข้ามาตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เพราะอยากรีบกินรีบกลับ ชาตินี้จะได้ไม่ต้องเจอกันอีก
ยิ่งอยู่ใกล้เขา ยิ่งถูกมอง ก็ยิ่งหน้าแดงซ่าน ร้อนผ่าวไปทั้งร่างอย่างบอกไม่ถูก “รีอยากกลับหอแล้วค่ะ รบกวนพี่มาทั้งคืนแล้ว”
อคิณหรี่ตามองแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “จะไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ นี่เราเพิ่งจะ…” กรามแกร่งบดเข้าหากัน รู้สึกขุ่นๆ ในอก เขามั่นใจว่าตัวเองเด็ด มีดี แต่เหตุใดสร่างเมาขึ้นมาสาวเจ้าก็ร่ำร้องจะไป ไม่ติดอกติดใจเขาเลย
“หยุดพูดเถอะค่ะ รีไม่อยากพูดถึงมันแล้ว เราปล่อยผ่านไปดีกว่า” เมรีรู้สึกขายหน้าถ้าอคิณต้องเล่าความป่วนของเธอที่ทำไว้เมื่อคืนซ้ำอีกรอบ หญิงสาวนิ่งเงียบตีหน้าเศร้าไว้อาลัยให้กับพรหมจารีที่รักที่ได้จากเธอไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว เมรีตั้งใจว่าจะเก็บความบริสุทธิ์นี้ไว้จนถึงวันแต่งงานเหมือนในละครตอนเด็กที่เธอเคยดู แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าถ้าเมาแล้วจะเสียตัวง่ายขนาดนี้ กลิ่นยาดองของแม่ที่สูดดมมาหลายปีไม่ช่วยเลยจริงๆ เมรีบ่นอุบอยู่ในใจอย่างท้อแท้
“โอเค...ไม่พูดก็ไม่พูด แต่พี่มีเรื่องอยากขอ” อคิณเอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ยังคงความเฉียบขาดหมดหนทางที่เมรีจะโต้แย้ง “ต่อไปนี้ห้ามทำงานกลางคืนอีก พี่เป็นห่วง” หญิงสาวรู้สึกได้ในถ้อยคำสั้นๆ ที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและหวังดี ถึงอคิณไม่ขอร้องเมรีก็ไม่คิดจะกลับไปรับงานแบบเมื่อคืนอีก เพราะมันเต็มไปด้วยอันตราย แล้วอีกอย่างเธอรู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อคืนขึ้นอีก หากไม่ใช่อคิณ ชายที่เป็นรักแรกของเธอ เธอจะเสียใจมากแค่ไหน แม้กระทั่งเวลานี้ยังตอบตัวเองไม่ถูกเลย
เสียงสัญญาณหน้าห้องดังขัดจังหวะซาบซึ้ง อาหารที่อคิณสั่งไว้มาส่งพอดี เมรีขันอาสาออกไปรับให้ด้วยความหิวเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งคืนนอกจากเหล้าเพียวๆ หลายแก้ว แต่โดนอคิณดึงไว้ด้วยสายตาดุ
“นั่งเถอะ เดี๋ยวพี่ไปรับเอง” อคิณเดินออกไปรับอาหารเข้ามา มีหลากหลายอย่างหน้าตาน่ากิน พร้อมด้วยผลไม้อีกหลายชนิด อีกทั้งยังมีไข่ลวกที่เมรีไม่เข้าใจว่าเขาสั่งมาเพื่ออะไร หรืออีกฝ่ายชอบกินเป็นปกติ
“กินอะไรสักหน่อย ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยไม่ใช่เหรอ นอกจากพี่”
คำพูดนั้นทำเอาสาวสวยน่ารักถึงกับตะลีตะลาน เงยหน้าขึ้นมองอคิณที่กำลังยิ้มกริ่มมองหน้าแดงระเรื่อของเธออยู่เช่นกัน ดวงหน้าสวยน่ารักพานให้ชายหนุ่มนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เป็นเขาเองนั่นแหละที่เริ่มจะหิว
“กินเถอะ ถ้ารีไม่กินข้าว เดี๋ยวพี่กินรีแทนข้าวเช้าเลยนะครับ” สารวัตรหนุ่มคว้าไข่ลวกสองฟองที่ตอกมาในแก้วช็อตสีใสดูสะอาดน่ากิน มีพริกไทยกับซอสเตรียมมาให้พร้อม จากนั้นก็กระดกพรวดทีเดียวหมดแก้ว
“พี่คิน! คนบ้า นี่รีกลายเป็นนักโทษของพี่คินไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รีไม่ได้ใช้ยา ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายนะคะ” เมรีก้มหน้าลงพึมพำทำปากขมุบขมิบ
“บ่นอะไรไม่ทราบ” เห็นหญิงสาวนั่งหน้างอคอหักเป็นปลาทูแม่กลองก็อดอมยิ้มไม่ได้ “รีบกินอาหารเถอะ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งที่หอ” ระหว่างที่เจ้าของโทรศัพท์นอนแช่น้ำตัวเปื่อยอยู่ในห้องน้ำอย่างไม่รู้ตัว อคิณได้บันทึกเบอร์ตัวเองไว้ในโทรศัพท์มือถือของเมรี และถือวิสาสะแอบดูตารางเรียนของเธอพร้อมทั้งบันทึกข้อมูลทั้งหมดไว้ จึงรู้ว่าบ่ายนี้เธอมีเรียนวิชาสำคัญ
“โน่นค่ะ...เขาเรียกว่ารถกระป๊อ” เมรีพูดหน้าตาเฉยพลางชี้นิ้วออกไปนอกหน้าต่างให้คนที่กำลังทำหน้าสงสัยหายข้องใจ เขาเพิ่งเคยเห็นรถหน้าตาประหลาดที่ไม่คิดว่าจะเอามาทำเป็นรถโดยสารได้ นับเป็นการเปิดโลกทัศน์ของสารวัตรหนุ่มที่เรียนต่างประเทศมาตั้งแต่เล็ก ก่อนจะกลับมาเมืองไทยสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร (เหล่าตำรววจ) และคว้าดาวประดับบ่ามาได้
“What?” อคิณถึงกับร้องอุทานเสียงหลง ไม่คิดว่าสาวสวยสายอึ๋ม เอวบาง นุ่งสั้นอย่างเมรีที่คู่ควกับรถหรูราคาแพงจะนั่งรถหน้าตาแบบนี้มาเรียน เขาคิดถูกที่สุดที่ตั้งตัวเป็นสารถีคอยรับส่งเธอ เพราะรู้สึกว่าเจ้ารถคันเล็กนั้นไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร
“พี่คินไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ รีนั่งรถแบบนี้มาเรียนตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้จะจบปีสี่แล้วค่ะ” เมรีหันไปตอบกลับหน้าตาย แต่คนฟังยังนั่งหน้าเหวอมองตามรถหน้าตาประหลาดขับผ่านหน้ารถสปอร์ตไป เธอให้เหตุผลว่ารถคันนี้เป็นสายเดียวที่ผ่านระหว่างบ้านเธอกับมหาวิทยาลัย หากจะให้นั่งแท็กซี่มาเรียนทุกวันก็คงจ่ายไม่ไหว แถมไม่อยากเสี่ยงตายกับโชเฟอร์สายหื่นกามที่วันดีคืนดีอาจจะเป็นเธอที่โชคร้าย สู้นั่งรถกระป๊อถ่อลมดีกว่า ถึงผมจะเสียทรงแต่ก็ยังรู้สึกปลอดภัย
“ต่อไปห้ามขึ้นแล้วนะ มันอันตราย” สารวัตรใหญ่เหล่ตามองเรียวขาขาวเนียนกริบ สีหน้าเคร่งเครียดหนักด้วยความเป็นห่วงเขาอยู่ในแวดวงอาชญากรรมก็ยิ่งเป็นห่วงเมรี
“อันตรายยังไงคะ ดูสิคนใช้บริการเยอะแยะ” เมรีพยักพเยิดหน้าให้เขาดูผู้โดยสารอัดแน่นอยู่บนรถที่เธอใช้บริการเป็นประจำ มีทั้งคนทำงานและพวกนักศึกษา
“อันตรายสิ อันตรายต่อใจพี่มากด้วย” อคิณโวยลั่นอย่างหมดความอดทน โพล่งปากพรั่งพรูความอึดอัดหวงแหนออกมาอย่างหน้าไม่อาย แค่จินตนาการว่าเรือนร่างขาวๆ อวบอั๋นเป็นบางส่วนของเมรีต้องเบียดเสียดอยู่กับคนอื่น หัวใจเขาก็แทบคลั่งจวนเจียนจะระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ใบหน้าหวานละมุนขาวซีดราวกับผีดิบก่อนหน้าพลันแดงก่ำชุ่มชื้นขึ้นเหมือนสีลูกพีชบ่มแดด เมื่อได้ยินสิ่งที่สารวัตรหนุ่มพูดออกมาจากปากแกร่ง เสียงหัวใจดวงน้อยเต้นดังโครมครามไม่ไว้หน้าเจ้าของเสื้อฟิตจนกระดุมนักศึกษาแทบกระเด็นหลุดออกจากกัน
เมรีแกล้งเฉไฉหยิบลิปสติกบลูเบอร์รีสีแดงสดที่เพิ่งได้จากอลิสาหมาดๆ ขึ้นมาทาลงบนริมฝีปากบางแต่ดูอวบอิ่มเพิ่มความสดใสกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่คนดูกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายเซ็กซี่มากกว่า ผมสีบลอนด์ประกายทองหม่นดัดเป็นลอนดูคล้ายนางเอกซีรีส์เกาหลีที่อคิณเคยดูผ่านๆ ซึ่งตอนนี้เขากำลังผันตัวเองมาเป็นพระเอกเสียเอง
“พี่หิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะ”
เมรีอยากปฏิเสธ แต่เสียงท้องที่กำลังร้องกวนด้วยความหิวนั้นไม่อนุญาต สารวัตรหนุ่มได้ยินก็อดกลั้นหัวเราะไม่อยู่