บทที่ 6 คนรักตัวจริงกลับมาแล้ว 2

767 คำ
“พิงค์ขอตัวไปพักสักครู่นะคะ” เอกระซิบบอกเขาอย่างสุดจะทน “เหนื่อยแล้วเหรอครับ” อารัณย์แสดงสีหน้าเป็นห่วง ภัคพิงค์ส่ายหน้า ยิ้มน้อยๆ “เมื่อยนิดหน่อยค่ะ คอแห้งด้วย” แสร้งกลืนน้ำลายลงคอให้เขารู้ว่าเธอหิวน้ำจริงๆ “งั้นเรากลับไปที่โต๊ะยัยออยด้วยกัน” ชายหนุ่มกำลังจะหมุนตัว แต่ถูกภัคพิงค์รั้งเอาไว้ “ไม่ต้องหรอกค่ะ พี่อาร์ตอยู่คุยกับเพื่อนๆ เถอะ พิงค์ไปเองได้” “แต่พี่รับปากกับยัยออยเอาไว้แล้วว่าจะดูแลพิงค์ให้ดี” “แค่นี้พี่อาร์ตก็ดูแลพิงค์เหมือนกับเจ้าหญิงแล้วค่ะ อย่าให้เป็นเพราะพิงค์คนเดียวทำพี่กับเพื่อนๆ หมดสนุกกันเลยนะคะ โต๊ะยัยออยอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง พิงค์ไปคนเดียวได้ พี่อาร์ตอยู่คุยกับเพื่อนต่อเถอะค่ะ” อาศัยความช่างจำนรรจาเธอจึงหลุดจากอารัณย์มาได้ ภัคพิงค์ไม่ได้เดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อนสาว แต่เลือกยืนหลบอยู่ในมุมหนึ่ง เธอยกแก้วน้ำส้มจากบริกรขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ นึกถึงคนที่อยากพบ แต่กลับไม่ได้พบแล้วยิ่งเบื่อหน่ายเต็มที ในตอนที่คิดอยากจะกลับบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งของคนที่เฝ้ารอ หัวใจพองโตคับอก ใจเต้นแรงด้วยความดีใจแกมประหม่า แต่แล้วดวงตาเปล่งประกายก็พลันหม่นแสง หัวใจเหี่ยวแฟบทันทีที่เห็นมือบางข้างหนึ่งกุมมือเขาเอาไว้ น่าเสียดายที่นเรนทร์มากับใครอีกคน... หล่อนดูบอบบางน่าถนอม ผิวขาวตัวเล็กแทบจะซบอยู่ในอกของชายหนุ่ม ทั้งคู่ยิ้มให้กันพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ภัคพิงค์ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่จากท่าทีที่ทั้งคู่มีต่อกันเดาได้ไม่ยากเลย หล่อนคงจะเป็นคนพิเศษของเขาสินะ เพราะแบบนี้ใช่ไหมที่ทำให้นเรนทร์ห่างหายไปจากเธอโดยไม่บอกกล่าว เพราะเขาเจอคนของใจแล้วนี่เอง หญิงสาวยิ้มเศร้าๆ นึกย้อนไปเมื่อหนึ่งปีกว่าที่ได้รู้จักนเรนทร์ วันนั้นเธอเห็นเขาถือกล้องอยู่ในมือคล้ายจะแอบถ่ายเธอไปหลายรูป ตั้งใจจะต่อว่า แต่พอเขายื่นกล้องให้ดูหญิงสาวที่ยิ้มอย่างมีชีวิตชีวา ภัคพิงค์ก็ตะลึงจนลืมว่าจะพูดอะไร หลังจากวันนั้นเรามีโอกาสได้เดินเฉียดกันอีกหลายครั้ง แต่ก็ทำเพียงแค่สบตากันไปมา กระทั่งวันหนึ่งเธอได้พบเขาสองต่อสองที่ม้านั่งข้างๆ คณะ นเรนทร์แอบมาดูดบุหรี่ พอเห็นเธอเข้าก็รีบขยี้มันทิ้งโยนลงถังขยะ ยกมือโบกควันให้จางหายไปอย่างรวดเร็ว เอ่ยกับเธอว่า “โทษที ช่วงนี้คิดโครงงานส่งอาจารย์ไม่ออก เลยกะจะดูดสักมวนสองมวนให้สมองโล่งสักหน่อย” ภัคพิงค์ส่ายหน้า ยิ้มบางๆ “เข้าใจเลย ฉันเองก็เป็นเวลาเจอข้อสอบ ต้องโด๊ปทั้งกระทิงแดงทั้งกาแฟเหมือนกัน” นเรนทร์เลิกคิ้ว ริมฝีปากยกยิ้มโค้งขึ้นเล็กน้อย มองเธอคล้ายมีความแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวเองว่า “ฉันนเรนทร์ เรียกเรนเฉยๆ ก็ได้” “ภัคพิงค์ค่ะ” “ชื่อแปลกดี ความหมายก็ดี เพราะมาก” บทสนทนาเล็กๆ ทำให้เราติดต่อกันมาเรื่อยๆ โทร. หากันบ้าง ส่งข้อความคุยกันทุกคืน ไปกินข้าวและไปไหนมาไหนด้วยกัน พูดคุยกันแทบทุกเรื่องจนเพื่อนๆ ต่างก็เชียร์ให้เราเป็นแฟนกัน แต่เธอเป็นผู้หญิงจึงค่อนข้างสงวนท่าทีไม่ออกตัวแรง นเรนทร์เองก็ไม่ได้รุกหนัก เขาเข้ามาในรูปแบบของเพื่อนเสียมากกว่า เราจึงคงความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ภัคพิงค์หลุบตาปวดหนึบในใจ เจ็บมากกว่าที่คิดจนต้องเลือกที่จะหันหลังหนี ไม่อยากมองพวกเขาให้ใจเจ็บอีก เธอไม่อยากจะอยู่ที่นี่แล้วแม้แต่วินาทีเดียว ตั้งใจว่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะอัจฉรา หยิบกระเป๋าแล้วกลับบ้าน แต่น้ำเสียงดึงดูดใจของนเรนทร์กลับดังขึ้นข้างหลังเธอว่า “พิงค์...” คนถูกเรียกหยุดชะงัก หลับตาปรับอารมณ์ความรู้สึกจนนิ่งพอแล้วจึงหันมากลับมายิ้มให้เขาบางๆ เอ่ยทักทายว่า “เป็นไงบ้างเรน”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม