“ไง เธอก็มางานนี้เหมือนกันเหรอ”
“อืม...” ต้องมาสิ เพราะอยากมาเจอเขาไงละ แต่ไม่คิดว่าจะถูกนเรนทร์เซอรไพรส์กว่าด้วยการหนีบคนรักมาด้วย
“คงสนิทกับเจ้าภาพล่ะสิ”
“ก็สนิทนะ พี่อาร์ตเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเราน่ะ”
“อ๋อ...ก็ดีแล้ว”
บทสนทนาของเราจบลงแค่นี้แล้วต่างคนก็ต่างเงียบกริบ เหมือนไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกันต่อ ภัคพิงค์สัมผัสได้ว่านเรนทร์มีท่าทีห่างเหิน ดูกระอักกระอ่วนใจกับเธออย่างไรชอบกล เขาคงจะเกรงใจแฟนละมั้ง เลยถนอมคำพูดไม่อยากทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับเธอมากนัก
ท่าทางจะรักกันมาก
ภัคพิงค์ยิ้มขื่นเริ่มอึดอัดที่ยืนอยู่ตรงนี้ ซ้ำร้ายยิ่งใจแป้วหนัก เมื่อเสียงหวานๆ ของแฟนสาวเอ่ยเรียกเขา ก่อนจะเดินเข้ามาเกาะแขนอย่างสนิทสนม
“เรนอยู่ที่นี่เอง” หล่อนมองเธอยิ้มๆ เต็มไปด้วยความอยากรู้ “เพื่อนคุณเหรอคะ”
“อืม...คนรู้จักน่ะ”
ใจคนฟังปวดแปลบ เธอเป็นได้แค่คนรู้จัก ไม่ใช่คนรักของเขาสินะ แต่ก็ยังฝืนยิ้มตอนที่นเรนทร์เอ่ยแนะนำคนของเขาว่า
“พิงค์ นี่เจน...แฟนผมเอง”
รอยยิ้มของภัคพิงค์แข็งทื่อค้างอยู่บนหน้า แม้จะพอรู้และทำใจอยู่แล้ว แต่พอเขาพูดชัดๆ ให้ได้ยินกับหู มันกลายเป็นคนละเรื่องกันเลย จู่ๆ ก็รู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าวปวดร้าวลามลึกลงมาถึงหัวใจ ปวดมากจนเธอหายใจแทบไม่ออก ไม่คิดว่าจะเจ็บมากถึงขนาดนี้
ภัคพิงค์ไม่รู้ว่ายืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน กลับมาที่โต๊ะเพื่อนสาวได้อย่างไร รู้แต่ว่าตอนนี้ในมือเธอกำแก้วเหล้าเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย กระดกดื่มเพียวๆ แก้วแล้วแก้วเล่า ดื่มไม่บันยะบันยังราวกับดื่มน้ำเปล่า อยากดื่มให้เมา เธอจะได้หายเศร้าไม่ต้องมองเห็นภาพบาดตาบาดใจให้เจ็บปวดอีก
ยิ่งลืมไปได้ก็ยิ่งดี!
เธอไม่อยากจำช่วงเวลาที่เคยยิ้มเคยหัวเราะกับเขา น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มีเสน่ห์ของเขาที่จำได้ติดหู ท่าทางตอนที่ยืนสูบบุหรี่หรือตอนที่มองเธอแล้วยกยิ้มมุมปากแบบหล่อร้าย ทำให้คนหลงใหลจนลืมหายใจ
ไม่รู้ว่ากระดกเหล้าเข้าปากไปกี่แก้ว ตอนนี้หัวเธอหนักสุดๆ แถมยังวิงเวียนตาลายมองใครก็เห็นเป็นสามหัวสี่หัวไปหมด ข้างๆ หูเหมือนจะได้ยินเพื่อนๆ บ่นอะไรบางอย่าง ก่อนที่ภาพจะตัดดับวูบเหลือเพียงแสงริบหรี่มืดสลัว เธอพยายามจะลืมตาเท่าไรก็ไม่สำเร็จ เนื้อตัวเบาหวิวล่องลอย ก่อนจะถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาจนแนบชิดติดกำแพง
“โอ๊ย...!” หญิงสาวหวีดร้องยามหลังกระแทกกับพื้นปูนเย็นเยียบ ตามมาด้วยอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งและแข็งแกร่งจู่โจมตรงเข้ากดทับบดเบียดตัวเธอ เธอพยายามดิ้นขัดขืนสุดกำลัง ทั้งผลักทั้งดันระดมทุบมั่วซั่วไปหมด แต่มันกลับยิ่งรัดตัวเธอแน่นราวกับงูรัดเหยื่อ สายลมรุ่มร้อนเกรี้ยวกราดรินรดแทรกซึมลงผิวเธอ ลากผ่านจากใบหูลงสู่ลำคอ ตามมาด้วยสัมผัสร้อนชื้นที่แนบนาบซุกไซ้ซอกคอเธอ เคลื่อนไหวอย่างมัวเมาเร่าร้อน
แม้จะอยู่ในความเลือนรางและมืดสลัว แต่ความรู้สึกที่เหมือนมีริมฝีปากคู่หนึ่งกำลังบดเคล้าสัมผัสเธอ ทำให้ภัคพิงค์รู้ว่ามีใครบางคนจูบเธออย่างเร่าร้อน กลิ่นอายของวิสกี้ชั้นดีอบอวลอยู่ในปากเธอ ดีกรีความเข้มข้นร้อนแรงทำให้เธอมึนเมา ทำให้เธอทั้งผลักไสและตอบรับจูบเขาอย่างสับสน
“ยะ อย่า... อย่าแตะต้องฉัน ขอร้อง...”