“ต้องเปลี่ยนปากใหม่เลยมั้ย”
มธุมาสขึงตาใส่เขาด้วยความเข่นเขี้ยว นึกอยากจะพ่นน้ำยาบ้วนปากใส่หน้าเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่จำต้องระงับใจด่วนๆ เพราะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่มาก เธอไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองเดือดร้อนไปมากกว่านี้ จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนบ้วนน้ำยาลงในอ่างล้างหน้า ยกมือใช้แขนเสื้อเช็ดปากลวกๆ แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขา เชิดหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความชิงชังและเย็นชาไม่ต่างกัน
“ฉันทำตามที่คุณบอกแล้ว หวังว่าคุณจะรักษาสัญญา”
กัญจน์กัดฟันกรอด ไม่พอใจที่เธอรังเกียจเขา แต่ที่โมโหยิ่งกว่าคือแม้แต่ตอนนี้ในใจเธอก็ยังคงนึกถึงแต่เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อเพียงเท่านั้น ทุกคำที่พ่นออกมาล้วนไม่เคยมีเขา คนที่เธอนึกถึงมีเพียงจิระ ที่ยอมถูกกระทำย่ำยีเหมือนผู้หญิงราคาถูกก็เพื่อมัน!
ชายหนุ่มแสยะยิ้มเหี้ยม เอ่ยอย่างไม่อนาทรร้อนใจว่า
“ช่วยได้แค่คนเดียว”
“คุณหมายความว่ายังไง” มธุมาสถามเสียงขุ่นจัดอย่างเอาเรื่อง แต่เรียกได้เพียงท่าทียักไหล่ยียวนจากเขา
“เธอทำงานให้ฉันแค่ชิ้นเดียว แต่จะให้ปล่อยตั้งสองคน ไม่คิดว่าเอาเปรียบกันเกินไปรึไง”
“คุณคิดจะเบี้ยว?”
“ฉันเป็นนักธุรกิจ เรื่องอะไรจะทำในสิ่งที่ขาดทุนล่ะ”
มธุมาสกำมือแน่น ถึงไม่อยากยอม แต่ก็ต้องยอมรับว่ากัญจน์มีอำนาจมากมายอยู่ในมือ เธอสู้เขาไม่ได้ กัญจน์มีอิทธิพลครอบคลุมทุกที่ของประเทศไทย เขาควบคุมเศรษฐกิจไว้ในกำมือ เธอเสี่ยงไม่ได้ และไม่กล้าเสี่ยงด้วย
ถึงจะขอร้องให้คุณหญิงจรรยาช่วย แต่อำนาจการบริหารทั้งหมดตกอยู่ในมือของเขา เรื่องบางเรื่องและหลายๆ เรื่องคุณย่าก็ไม่สามารถแทรกแซงได้ มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในบริษัท เท่าที่ทุกวันนี้ท่านยอมงัดข้อกับหลานชายแอบช่วยเหลือบริษัทเธออย่างลับๆ ก็เสี่ยงมากพออยู่แล้ว เธอจึงไม่มีหน้าไปขอให้คุณย่าช่วยอีก
ทำได้แค่ ‘ยอม!’
“งั้นคุณยังต้องการให้ฉันทำอะไรอีก เพื่อแลกกับการปล่อยเพื่อนฉันไป และไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขาอีก”
“อยากให้ฉันปล่อยพวกเขา?” กัญจน์เลิกคิ้ว สีหน้ายิ่งดูเจ้าเล่ห์ร้ายกาจจนน่าขนลุก “ก็ต้องดูว่าเธอกล้าพอที่จะเสียสละมากแค่ไหน”
เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้ามธุมาสเจอของแข็งเข้าจริงๆ ยังกล้าจะยืนหยัดทำเพื่อผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขาอีกไหม
“ฉันทำได้ทุกอย่าง”
คำตอบที่แน่วแน่ซื่อตรงกับดวงตาเด็ดเดี่ยวที่มองตรงมายังเขา ทำให้ความเดือดดาลในใจของกัญจน์ยิ่งอยู่ยิ่งลุกฮือ หัวเขาร้อนเหมือนจะระเบิดเสียให้ได้
“เพื่อผู้ชายคนอื่น ผู้หญิงเย่อหยิ่งอวดดีแบบเธอถึงกับยอมก้มหัวทำตัวเป็นหมาเชื่องๆ กับฉันเลยเหรอ”
“ใช่!” เธอยืดอกยอมรับ “ไม่ว่าคุณจะด่าจะว่าฉันยังไง ฉันก็ไม่สนใจทั้งนั้น ขอเพียงแค่ช่วยเพื่อนของฉันได้ก็พอ”
เธอเป็นหนี้ตีรณาและจิระมากเกินไปแล้ว ไม่ควรให้คนดีๆ อย่างพวกเขาต้องพลอยลำบากเพราะเธอไปมากกว่านี้ ต่อให้ถูกเขาเหยียดหยามสักเท่าไร เธอก็จะกัดฟันทน
“รู้ตัวมั้ยว่าตอนนี้เธอน่ารังเกียจขนาดไหน”
มธุมาสยิ้มขื่น ใช่สิ... ตั้งแต่เธอรักเขา เธอก็กลายเป็นคนที่ต่ำต้อยด้อยค่ามาโดยตลอดอยู่แล้วนี่ ในสายตากัญจน์ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ดูเลวร้ายไปหมด ผิดกับพิมพ์รวีที่ทำอะไรก็ดีเลิศประเสริฐศรี แม้แต่การตลบตะแลงแกล้งบีบน้ำตาก็ยังทำให้เขาสงสารอ่อนโยนได้เลย
“ถามทำไมคะ ในเมื่อคุณก็รู้ดีอยู่แล้ว”
เธอเหนื่อยที่จะเถียงกับเขา เหนื่อยทั้งกายล้าทั้งใจจึงรับสมอ้างเสียเลย เขาอยากจะคิดจะเชื่ออย่างไรก็เชิญ ป่วยการจะอธิบายเปล่าๆ ในเมื่อเขามองเป็นเพียงแค่ข้อแก้ตัวของเธอเท่านั้น
ยิ่งมธุมาสไม่ยอมแก้ต่าง กัญจน์ก็ยิ่งโกรธจนขบกรามเป็นสันนูน ในใจบีบรัดปวดร้าวมากเท่าไร ม่านตาก็หรี่ลงหดเกร็งดูอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
ในเมื่อเธออยากหาเรื่องใส่ตัวดีนัก จงอย่าหาว่าเขาใจดำก็แล้วกัน!