INTRO
“หนูชอบสิงห์จริง ๆ นะ ตอนไหนจะยอมตกลงเป็นแฟนกับหนูเนี่ย”
“กลับบ้านไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเด็กมาวิ่งเล่น”
“ชอบไล่ตลอดเลย มาหาทีไรก็ไล่หนูทุกที”
“มาหาฉันเนี่ยย่าเธอรู้ไหม”
“ไม่รู้ เพราะหนูโกหกย่ากว่าจะไปนอนค้างบ้านเพื่อน”
“อายุแค่นี้ริโกหกแล้ว”
“ก็ถ้าไม่โกหก ย่าก็คงไม่ให้มา”
“เดี๋ยวฉันจะไปบอกย่าเธอ ว่าเธอโกหก”
“อย่าบอกย่านะ ถ้าย่ารู้ทีหลังท่านต้องไม่ยอมให้หนูไปค้างบ้านเพื่อนแน่”
“งั้นทีหลังก็อย่าโกหกท่านแบบนี้อีก”
“…..”
“เข้าใจที่ฉันพูดไหม”
“ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบเขาไปพร้อมกับเดินลงไปนั่งบริเวณตักของเขา ซึ่งครั้งนี้เขาไม่ผลักเธอออกเหมือนทุกครั้ง พอเธอเห็นแบบนี้ก็รู้สึกดีใจ “ครั้งนี้สิงห์ไม่ผลักหนูออกด้วย”
“ถึงผลักไป เธอก็กลับมานั่งใหม่เหมือนเดิม”
ก็ใช่อย่างที่เขาบอก ถึงเขาผลักเธอ เธอก็กลับมานั่งใหม่เหมือนเดิม
“แล้วตกลงสิงห์จะยอมคบกับหนูไหมเนี่ย”
“ฉันไม่คบกับเด็ก”
“แล้วทำไมถึงไม่คบกับเด็ก”
“ไม่มีเหตุผล”
“ไม่มีเหตุผลหรือว่าสิงห์ยังไม่ลืมแฟนเก่ากันแน่” พอเธอพูดคำว่าแฟนเก่าออกไปจากคนที่นั่งบอกบุญไม่รับอยู่แล้วก็ทำหน้าบึ้งตึงมากกว่าเก่า ซึ่งเธอนั่งอยู่บนตักของเขาก็รู้สึกกลัวเขาขึ้นมา “หนูไม่ได้ตั้งใจพูดถึงเขานะ”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันบอกย่าว่าเธอโกหกท่านเพื่อมาหาฉันที่สนาม ก็กลับบ้านไปซะ”
“สะ.../กลับไป” เธอที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกพูดสวนกลับขึ้นมา พร้อมกับเสียงตวาดจนเธอรู้สึกกลัวจึงรีบลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องมาด้วยอาการผวา “แล้วทำไมต้องตะคอกกันด้วยนะ คนใจร้าย” เธอรีบเดินคอตกออกมาที่นอกสนาม เดินมานั่งที่ป้ายรถเมล์ด้านหน้าเพื่อจะรอรถกลับบ้าน เพราะตอนมา เธอโบกแท็กซี่มาส่ง แต่ตอนนี้มันค่อนข้างดึกแล้ว ทำให้ไม่มีรถผ่านไปมาสักคันเดียว ซึ่งเธอนั่งรอประมาณสิบนาทีก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเพราะนี่มันก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว แถมสนามนี่ยังอยู่แถวนอกเมืองอีก และวันนี้ไม่มีแข่งทำให้ไม่มีคนเลยแม้แต่คนเดียว หมายังไม่มีเลยด้วยซ้ำ
“จะเอายังไงดีเนี่ย”
เธอนั่งพึมพำคนเดียว พร้อมกับคิดไม่ตกว่าวันนี้เธอจะกลับบ้านยังไง แต่ระหว่างนั้นก็มีรถที่ขับผ่านมาพร้อมกับแสงสว่างที่สาดไปทั่วถนน ซึ่งรถคันนั้นก็มาจอดอยู่บริเวณด้านหน้าที่เธอนั่งอยู่ ไม่นานกระจกที่ถูกปิดก็ถูกเลื่อนลงมา
“มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียว”
“พะ...พี่เจมส์” คนในรถคือเจมส์เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของคนใจร้ายที่ไล่เธอออกมาเมื่อกี้ ซึ่งพอเธอเห็นเขาก็รู้สึกดีมาก ๆ
“ขึ้นมาสิเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
พอเธอได้ยินเขาเรียกเธอขึ้นรถก็เข้ามานั่งในรถทันที เธอก็ดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาติดให้เรียบร้อยจนเสร็จสรรพ
“ทำไมมานั่งคนเดียวตรงนี้ หรือว่าถูกไอ้สิงห์ไล่ออกมา”
เธอก็พยักหน้าตอบพี่เขาออกไปพร้อมกับนั่งก้มหน้าเพราะไม่กล้าสู้หน้ากับพี่เขา
“ทั้งที่มันไล่เราออกจะบ่อย ทำไมถึงชอบอะไรมันขนาดนั้น”
“หนูไม่รู้”
“อย่าทำเหมือนตัวเองไม่มีค่าสิ รักตัวเองให้มาก ๆ หน่อย”
“ค่ะ” เธอเงยหน้าพร้อมกับเอ่ยตอบพี่เขาไปแล้วหันออกไปนอกหน้าต่าง
หลายวันต่อมา...
เธอถือถาดขนมไทยที่ย่าของตัวเองทำเพื่อเอามาฝากกันยาแม่ของสิงหา
“อ้าวหนูยาหยี ถืออะไรมาน่ะลูก”
“ย่าทำกล้วยบวชชีค่ะ ท่านบอกว่าให้เอามาฝากคุณแม่”
“แม่ฝากขอบคุณย่าหนูด้วยนะลูก หญิงมาเอาถ้วยขนมไปเปลี่ยนให้หนูยาหยีหน่อย”
“ได้ค่ะคุณผู้หญิง”
เธอก็ยื่นถาดขนมให้พี่แม่บ้านไปพร้อมกับเดินลงมานั่งบริเวณด้านข้างแม่ของสิงหา พอนั่งเรียบร้อยแล้วเธอก็หันมองซ้ายมองขวาเพื่อจะไปหาเป้าหมายของตัวเอง
“มองหาตาสิงหาเหรอลูก”
“ใช่ค่ะคุณแม่”
“ไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วลูก”
“ถึงว่าหนูไม่เห็นพี่เขาหลายวันเลย”
“คงยังทำใจไม่ได้ที่แฟนหนีไปกับผู้ชายคนอื่น”
“ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงใจร้ายกับสิงห์จัง”
“จริงลูก แม่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมคนเรามันถึงใจร้ายได้ขนาดนี้”
ปี๊ดดด ปี๊ดดด
แต่ในขณะที่เธอกำลังคุยเล่นกับคุณแม่อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนขับรถเข้ามาในบ้านพร้อมกับบีบแตร
“นั่นไง คนที่หนูถามหากลับมาบ้านแล้ว”
พอเธอได้ยินคุณแม่พูดแบบนั้นก็รู้สึกดีใจพร้อมกับรีบวิ่งออกไปเจอคนที่เธออยากเจอ แต่พอเขาเห็นหน้าเธอก็ทำเหมือนเบื่อหน่าย ซึ่งเธอก็ไม่สนใจวิ่งไปเกาะแขนของเขาเอาไว้
“สิงห์หายไปไหนตั้งหลายวัน”
“ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน อย่ามายุ่ง”
เขาสะบัดแขนที่เธอเกาะเขาออกทิ้งอย่างแรงแล้วก็รีบเดินตรงเข้าบ้านไป ส่วนเธอก็ไม่ย่อท้อรีบวิ่งตามเขาเข้าไปทันที
“รอหนูด้วย”
“หยุดอยู่ตรงนั้น อย่ามาใกล้ฉัน”
แต่พอในตอนที่เธอกำลังจะวิ่งไปเกาะแขนเขาอีกครั้งก็โดนสั่งให้หยุด ซึ่งในตอนนี้เธอก็ยอมทำตามเขาบอก
“กลับบ้านของเธอไปซะ แล้วอย่ามาที่นี่อีก”
“ทำไมสิงห์ต้องใจร้ายกับหนูด้วย การที่หนูชอบสิงห์นี่มันผิดมากใช่ไหม”
“มันไม่ผิดหรอก แต่เพราะว่าฉันไม่ได้ชอบเธอไง”
“แล้วทำยังไงสิงห์ถึงจะชอบหนู”
“ฉันไม่มีวันชอบเธอ”
“มะ...แม่ว่าลูกพูดกับน้องแรงไปนะสิงหา”
เธอที่กำลังพูดคุยอยู่กับสิงหาอยู่นั้นคุณแม่ของเขาก็เดินเข้ามาพูดแทรก
“สำหรับผมมันไม่แรงครับ ถ้าใครรับไม่ได้นั่นมันก็แล้วแต่”
“หนูเข้าใจแล้ว งั้นต่อไปนี้หนูจะไม่มายุ่งไม่มาให้เห็นหน้าอีก ขอโทษด้วยที่ผ่านมาหนูมาวุ่นวายกับสิงห์มากเกินไป งั้นต่อไปจากนี้ถ้าเราเผลอเจอกันก็ไม่ต้องพูดคุยกัน ทำเหมือนว่าเราไม่รู้จักกันมาก่อนเลยดีกว่า...ขอตัวค่ะ” เธอพูดเสร็จก็รีบวิ่งกลับบ้านของตัวเองด้วยความเสียใจ พอกำลังจะขึ้นไปบนห้องเจอย่าของตัวเองพอดี
“เป็นอะไร ทำไมร้องไห้”
“ไม่มีอะไรหรอกย่า หนูขึ้นห้องก่อนนะไม่กินข้าวเที่ยงด้วยไม่ต้องมาเรียก” พอบอกย่าแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องของตัวเองพร้อมกับหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเพื่อร้องไห้
…..
“ทำไมถึงพูดกับน้องแรงขนาดนั้นสิงหา”
“ถ้าไม่พูดแบบนั้น เธอก็มาตามตอแยผมสิครับ แม่รู้ไหมผมรำคาญเด็กนั่นขนาดไหน”
“ถึงรำคาญมากลูกก็ไม่ควรไปไล่น้องแบบนั้น”
“แล้วจะให้ทำยังไงผมไล่เธอไปแล้ว”
“ลูกนี่มันจริง ๆ เลย แม่ละสงสารหนูยาหยี”
แม่ของเขาพูดเสร็จก็เดินออกไปเลยจนตอนนี้เหลือแค่เขาเพียงคนเดียว แต่เขาก็ไม่ใส่ใจเดินขึ้นมายังห้องของตัวเองทันที
หนึ่งเดือนต่อมา...
เธอกำลังเดินกลับบ้านหลังจากที่ลงจากรถหน้าปากซอย เพราะบ้านของเธอจะอยู่สุดซอยเลยมีแค่สองหลังก็คือคฤหาสน์สุดหรูของครอบครัวสิงหา กับบ้านเล็ก ๆ พื้นที่ไม่ถึงสองวาของย่าเธอ ปกติทุกวันรถรับส่งที่เธอนั่งประจำจะไปส่งถึงหน้าบ้าน แต่วันนี้รถคันนั้นดันเสียซะก่อน เธอเลยต้องกลับด้วยรถแท็กซี่ซึ่งเขามาส่งเพียงแค่ด้านหน้าเท่านั้น เธอเลยจำใจต้องเดินกลับเองทั้งที่ระยะกว่าจะถึงบ้านก็ค่อนข้างไกล
ปี๊ดดด
แต่ในตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงบีบแตรรถจากด้านหลังจึงรีบหันไปดูพบว่าเป็นรถของสิงหาซึ่งเธอจำได้ดีเพราะเคยนั่งหลายครั้ง เธอก็ทำเป็นไม่สนใจรีบเดินตามทางของตัวเองไปเรื่อย ๆ
ปี๊ดดด ปี๊ดดด
แต่เสียงบีบแตรก็ยังไม่หยุด แต่เธอก็ไม่สนใจเหมือนเดิมพยายามเดินหนีให้เร็ว
พรึ่บ!!
แต่ในตอนนั้นเองเธอก็ถูกกระชากที่มืออย่างแรงจนเธอที่ยังไม่ทันระวังชนเข้ากับหน้าอกหนาทันที พอเงยหน้าขึ้นพบว่าคนคนนั้นคือสิงหา เธอจึงพยายามที่จะสะบัดมือของเขาออกแต่มันก็ไม่สามารถที่จะทำได้เลย
“ไปขึ้นรถ”
“ไม่”
“อย่าดื้อได้ไหม กว่าจะเดินถึงบ้านก็อีกเป็นกิโล”
“แล้วจะมายุ่งอะไรด้วย สิงห์บอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้ยุ่งด้วยแล้วมายุ่งกับหนูเองทำไม”
“ฉันบอกให้เธอไม่ต้องมายุ่งด้วยก็ไม่ได้หมายความว่าต้องหลบหน้ากันนิ”
“หนูคิดว่าไม่ต้องเจอหน้ากันไปเลยน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอคะ ปล่อยหนูด้วย”
“ไปขึ้นรถ”
“ไม่ไป” เธอที่พยายามดิ้นต่อต้านแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะตอนนี้เธอได้มานั่งบนรถสปอร์ตคันหรูของเขาเรียบร้อยแล้ว
“แล้วนี่จะไปไหน ทำไมต้องเลี้ยวออกจากซอย” เธอรีบหันไปถามเขาทันทีเพราะหลังจากที่เขาสตาร์ตรถเรียบร้อยแล้ว ก็กลับรถขับออกมานอกซอย “หนูถามว่าจะไปไหน”
“ลืมเอาของมาจากคอนโด ขอกลับไปเอาก่อน”
“สิงห์ก็ไปคนเดียวสิ แล้วจะลากหนูไปด้วยทำไมอีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านอยู่แล้วเนี่ย”
“เงียบหน่อย”
พอได้ยินแบบนั้นเธอก็ทำท่าทางไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ยกมือขึ้นมากอดอกเอาไว้ทำหน้าบึ้งตึง