ดวงตาสวยซึ้งที่ซ่อนอดีตและความเจ็บปวดอย่างลึกล้ำมองคนที่ทำร้ายเธอด้วยความเจ็บแค้น สี่ปีที่ผ่านมาเวนิกาหลงคิดว่าเป็นอิสระจากเขาแล้ว เธอหนีพ้นเงื้อมมือของเขา
แต่เปล่าเลย...
ท้ายที่สุดปรินธรก็ยังบังคับให้เธอกลับมายืนในจุดเดิมจนได้!
ทว่านกที่เคยหลุดจากกรงไปแล้วครั้งหนึ่ง มีหรือที่มันจะยอมบินกลับเข้ากรงแต่โดยดี
“คุณให้สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้ ส่วนฉันก็ไม่ต้องการอะไรจากคุณเลย คุณไม่สามารถชดเชยความสูญเสียของฉันได้หรอก หากจะมี...ก็มีเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้นที่ฉันต้องการ ขอให้คุณช่วยปล่อยฉันไปตามทางของฉันจะได้มั้ย ฉันจะขอบคุณมาก”
รอบกายที่เงียบสงัดจนได้ยินกระทั่งเสียงเข็มหล่น มีเพียงลมหายใจที่หนักแน่นผสานกับลมหายใจที่เยือกเย็น ปรินธรมองตาอดีตผู้หญิงที่เคยร่วมเตียงด้วยอารมณ์หลากหลายที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้แววตานิ่งขรึม เป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาเจอกันที่เวนิกาเอ่ยกับเขาด้วยความจริงใจ ไร้ความโกรธเกลียด เธอแค่ย้ำชัดว่าต้องการไปจากเขา ขอให้เราไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก
สิ่งที่เธอต้องการ เป็นเหมือน ‘ฝันร้าย’ สำหรับเขา
เขาเลื่อนสายตาคมมองต่ำลงไปยังหน้าท้องเรียบแบนที่เคยมีสิ่งมีชีวิต ครั้งหนึ่งลูกเขาเคยอยู่ในนั้น แต่ยังไม่ทันจะได้รู้สึกถึงสายใยรักและผูกพันระหว่างพ่อลูกเลย ก็มีเหตุให้ต้องจากกันเสียก่อน สร้างรอยร้าวบาดลึกและความโศกเศร้าที่กัดกินฝังใจทั้งเขาทั้งเธอ ครั้งนี้ถ้าเวนิกาต้องการมีลูก เขาก็จะทำให้เธอสมหวัง
“สิ่งที่คุณต้องการ ใช่ว่าผมจะให้คุณไม่ได้ ถ้าคุณอยากมีลูก...” ปรินธรละคำพูดเพียงอึดใจคอยสังเกตสีหน้าของเธอว่าจะรู้สึกอย่างไร “เรามีกันใหม่ก็ได้”
สีหน้าของเวนิกาพลันรวดร้าวกรามขบแน่น สายตาที่จ้องเขม็งไปยังคนพูดมีแต่ความเกลียดชัง ราวกับเขาสะกิดโดนสะเก็ดบาดแผลจนปริร้าวเหวอะหวะอีกครั้ง เจ็บจนทำให้เธอแดดิ้นทุรนทุรายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทว่าแทนที่จะด่าทอหรือประทุษร้ายฆาตกรอำมหิตให้สมใจ เธอกลับหัวเราะร่วน เอ่ยคำพูดเชือดเฉือนที่น่าจะพอทำให้เขาระคายเคืองได้มากกว่า
“คุณนี่พูดอะไรตลกดีนะคะ ถ้าใครไม่รู้ละก็ คงจะเข้าใจผิดคิดว่าคุณลืมฉันไม่ลงแน่ๆ”
ปรินธรขมวดคิ้ว มุมปากผุดรอยยิ้มที่มองไม่ออกว่าคิดอะไร ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เอื้อมมือสัมผัสใบหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงแค่โต๊ะทำงานกั้น ปลายนิ้วตรึงปลายคางเรียวเอาไว้แน่นหนา โน้มใบหน้าไล้ริมฝีปากบนแก้มนุ่มเคลื่อนคล้อยคลอเคลียไปจนถึงข้างๆ หู กระซิบเสียงทุ้มคล้ายจะยั่วเย้าเธอว่า
“ถ้าหมายถึงร่างกายของคุณละก็...ใช่!”
ลมหายใจที่เย็นยะเยือกประสานกับลมหายใจคุกรุ่น ดวงตาสองคู่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร จนเมื่อเวนิกาอดรนทนไม่ไหวจึงผลักอกเขาออกอย่างหัวเสีย แล้วยกมือขยี้ซีกแก้มที่ถูกเขายุ่มย่ามด้วยความขยะแขยง
“พฤติกรรมทุเรศๆ แบบนี้ของคุณ คู่หมั้นสุดที่รักของคุณรู้เรื่องรึเปล่าคะ”
ปรินธรสีหน้ามือครึ้มลงทันที ไม่ใช่เพราะเธอด่าเขา แต่เป็นท่าทีรังเกียจกันต่างหากที่ทำให้เขารับไม่ได้
“เรื่องของผม คุณไม่จำเป็นต้องห่วง หน้าที่ของคุณมีเพียงอย่างเดียวคือเซ็นสัญญาฉบับนี้ซะ” เขาจิ้มนิ้วไปที่เอกสารเป็นการยืนยัน
“คิดจะทำตัวเป็นคนดี ใจใหญ่ให้ทานฉันงั้นเหรอ ไม่! ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณทั้งนั้น แค่ไม่มาให้เห็นหน้ากัน แค่นั้นก็เป็นพระคุณอย่างสูงแล้ว”
“เซ็นชื่อซะ!” ปรินธรย้ำเสียงห้วน
เวนิกามองหน้าเขาแล้วกระตุกยิ้ม แววตาวาววับเอาเรื่อง เอ่ยน้ำเสียงเสียดสี
“ถ้าจำไม่ผิด คุณกับฉันจบกันไปตั้งนานนมจนแทบจะลืมหน้ากันไปแล้วด้วยซ้ำ ข้อตกลงทุกอย่างเป็นอันยกเลิก แล้วคุณอาศัยสิทธ์อะไรมาสั่งฉันไม่ทราบ ที่สำคัญทำอะไรเหมือนกลืนน้ำลายตัวเองแบบนี้มันไม่เข้าท่า ไม่สมกับเป็นคุณเลยนะคะ...บอสรอน”