“ถ้าคุณไม่อยากให้ผมตามตอแยคุณไม่เลิกละก็ ยอมรับข้อเสนอของผมซะ ให้ผมได้ชดเชยคุณจนเราไม่มีอะไรติดค้างต่อกันจริงๆ แล้ว ถึงตอนนั้นผมจะปล่อยคุณไปเองและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีกเลย ไม่ว่าคุณจะเป็นจะตายยังไงผมก็ไม่สน”
ภายในห้องทำงานที่คล้ายกับอยู่ใจกลางพายุและคลื่นอารมณ์เชี่ยวกราก อากาศโดยรอบลดต่ำติดลบเหน็บหนาวสะท้านกาย รู้สึกได้ถึงมวลกดดันมหาศาลที่บีบคั้นทำให้คนหายใจแทบไม่ออก เป็นเวนิกาที่ถอนสายตาออกก่อน เธอถอนหายใจแล้วพูดเสียงเรียบว่า
“วันนี้ถือว่าฉันไม่ได้มาก็แล้วกัน” แล้วหันหลังกลับเดินออกไปทันที เธอผิดเองที่หลงคิดว่าเขายังมีความเป็นคนอยู่บ้าง หัวใจเขาเป็นหิน เลือดในตัวเขาก็เยียบเย็น คนอย่างเขาจะไปมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจใครเสียที่ไหน
ติ๊ด...ติ๊ด...
หญิงสาวชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู แล้วหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดูข้อความ ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกโพลงอย่างไม่เชื่อสายตา จ้องหน้าจอจนตาแทบถลน ราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงข้างในนั้นว่า สิ่งที่เห็นคือความจริงหรือไม่
ไม่น่าเชื่อ...เป็นไปได้ยังไง?
เวนิกาทั้งดีใจและตกใจที่ได้รู้ว่าพี่ชายเธอยังไม่ตาย แม้จะมีข้อสงสัยว่าพี่ชายเธอฟื้นคืนจากความตายขึ้นมาได้อย่างไร และอีกหลายเรื่องที่วิ่งวนอยู่ในหัว แต่ไม่มีสิ่งใดจะสำคัญมากไปกว่าการที่ได้รู้ว่าเวไนยยังมีชีวิตอยู่
แค่นี้ก็พอแล้ว...
เรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือพี่ชายเธอปลอดภัยดีไหม อาการป่วยเป็นอย่างไรบ้าง แล้วตอนนี้เวไนยอยู่ที่ไหน
หรือว่า...เขาอยู่ในกำมือของปรินธร?
เธอหันขวับมาจ้องหน้าคนส่งข้อความเขม็งอย่างเอาเป็นเอาตาย ผิดกับคนที่นั่งเอนกายพิงหลังกับเก้าอี้ประธานด้วยรอยยิ้มกริ่ม ยิงคำถามทันทีด้วยใจที่ร้อนเป็นไฟ
“คุณเอารูปพี่ชายฉันมาจากไหน”
เขายกสมาร์ตโฟนอวดเธอ เอ่ยอย่างสบายๆ แต่แฝงแววข่มขู่บีบคั้นอยู่เต็มปากเต็มคำว่า
“ถ้าคุณไม่อยากเจอหน้าพี่ชายแล้วละก็ คุณสามารถเดินออกไปจากที่นี่ได้เลย ผมจะไม่รั้ง แต่คุณจะไม่มีวันได้พบเวไนยอีกตลอดชีวิต”
“ไอ้ชาติชั่ว! แกทำอะไรพี่ฉัน?” เวนิการะงับโทสะไม่อยู่ สบถใส่เขาเสียงดังลั่น
เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเวไนยจะยังมีชีวิตอยู่ ดูจากในภาพเหมือนเขาจะอยู่สถานพักฟื้นที่ไหนสักแห่ง ไม่รู้ว่าปรินธรทำอะไรกับพี่ชายเธอ ทำร้ายเขาเพื่อระบายความแค้นที่มีต่อเธอรึเปล่า เธอไม่ไว้ใจที่พี่ชายอยู่ในกำมือผู้ชายคนนี้ เธออยากเจอเวไนย อยากให้เขาปลอดภัย และจะต้องช่วยเขาออกมาให้เร็วที่สุด ต่อให้ต้องแลกกับอะไรก็ตาม
“เซ็นชื่อ”
เวนิกากัดฟันมองคนที่เผยสีหน้าเป็นต่อ แทบวิ่งถลาเข้าไปใช้มีดกระซวกเขาให้ตายคามือ แล่เนื้อเถือหนังแล้วสับออกเป็นชิ้นๆ แต่ทำได้แค่ทนข่มใจกลืนความเจ็บปวดเคียดแค้นลงไปให้ลึกสุดใจ เดินกลับไปคว้าปากกากำแน่น มองสัญญาด้วยสีหน้ามืดมน หลับตาสูดลมหายใจเข้าจนสุดปอด กลั้นใจตวัดเซ็นชื่ออย่างรวดเร็วแล้วทิ้งปากกาชนิดที่แทบจะเขวี้ยงใส่หน้าเขา
ปรินธรไม่โกรธ ยังยิ้มอย่างไม่ถือสาหาความด้วย เขาเพ่งมองชื่อเธออย่างพึงพอใจ ดึงสัญญามาถือไว้ในมือเหมือนกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจมากกว่า ก่อนจะสั่งต่อไปว่า
“กลับไปเก็บข้าวของๆ คุณให้เรียบร้อย เย็นนี้ผมจะไปรับ”
“ไม่ไป!”
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย อากาศรอบตัวดีๆ พลันอึมครึมมืดครึ้มเต็มไปด้วยควันไฟที่พร้อมระเบิดทำลายล้างเธอให้แหลกลาญ
“งั้นผมไปหาคุณเอง แต่ไม่รับประกันนะว่าจะมีใครเห็นแล้วเอาไปเขียนข่าวบ้าง”
เวนิกากัดฟันมองหน้าเขายังกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือกำแน่นจนปลายเล็บจิกฝังลงไปในเนื้อมีเลือดซิบ
“คุณไม่กลัวว่าฉันจะใช้ประโยชน์จากข่าวสร้างรอยร้าวให้คุณกับคู่หมั้นของคุณเหรอ”